Kaseifu no Mita… สิ่งที่อยู่ข้างใน

Leave a comment
หลังจากที่วุ้น เปลืองเวลาไปดูอะไรที่มันไร้สาระมาสองสาม ซีรีย์…
พอกลับมาดูเรื่องนี้ คุณแม่บ้านมิตะ (ชั้นจะแปลให้มันโมเอ้ทำไม – -)…
ดูไปสามตอน ทนไม่ไหว ต้องเขียนถึง… บ่องตง ไม่เคยดูซีรีย์ญี่ปุ่น ที่เล่นด้านมืดของคนขนาดนี้มาก่อน… Liar Game สำหรับวุ้น มันแฟนตาซี มันเวอร์ มันมีตัวละครแบบนางเอกที่วุ้นรำคาญ 
แต่ก็นะ…ซีรีย์สัญชาติ ส่วนใหญ่ ต้องมีความหวัง ต่อให้ชีวิตแม่งบัดซบ ระยำตำบอน โดนความโสมมมาจากไหน ฉันก็ยังจะหวังว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องสวยงาม – -
ซึ่งวุ้นมีภูมิต้านทานในการดูอะไรแบบต่ำมาก ถึงมากที่สุด – -…พอมาเจอเรื่องนี้ ทีเซอร์ เปิดตอนแรก เฮ้ย นี่ชั้นกำลังดูซีรีย์ฆาตกรรมหรือเปล่า เปล่าเลย…เรื่องมันไปไกลกว่านั้น
มันดาร์ก…ดาร์กจนเราไม่คิดว่า ซีรีย์จะพาเราไปเห็นได้ขนาดนี้…
เรื่องราวก็มีอยู่ว่า ครอบครัวที่น่ารักครอบครัวหนึ่ง เมื่อภรรยาเสียชีวิตทางน้ำ ทิ้งสามี และลูกอีกสี่คนไว้ข้างหลัง คุณพ่อจึงต้องจ้างแม่บ้าน จากบ.จัดหาแม่บ้าน ที่ส่ง คุณแม่บ้านมิตะ (ที่ตอนแรกวุ้นนึกว่าเป็นหุ่นยนต์ – -…ฟินกับซีรีย์คิว นิดนึง – -)…
ซึ่งคุณป้า นายหน้าได้ทำการเตือนเอาไว้ว่า คุณแม่บ้านมิตะคนนี้ ถึงแม้จะดูไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เพราะขุ่นพี่ไม่ยิ้มเบย แต่ขุ่นพี่มิตะ ทำงานดีมากกกกก และทำตามคำสั่งแทบทุกอย่างที่ขุ่นพี่มิตะจะทำได้ จึงพึงระวังในคำสั่ง เช่น กรณีสุดโต่งคือ หากสั่งให้ขุ่นพี่มิตะ ไปฆ่าคน ขุ่นพี่อาจไปฆ่าคนให้จริงๆได้
ฟังแล้วดูไม่มีอะไร…ดูน่าตื่นเต้น พล็อตแบบนี้ ทำให้มันเป็นหนังโป๊ก็ได้ – -…ทำให้มัน เป็นแบบเด้ธโน็ตก็ยังได้…
แต่เรื่องนี้ เอามาทำให้เราเห็นตัวตนของคน…ในสังคมที่เราต้องใส่หน้ากาก ยิ้มแย้ม มีความสุข ถึงแม้เราจะทุกข์ แต่เราจะทุกข์แบบจริงจังมากไม่ได้ มันไม่งาม
เราจะคิด จะทำอะไร เราต้องนึกถึงคนอื่น คนรอบข้างครอบครัว…สิ่งเหล่านี้มันไปกดดัน ให้มีขุ่นพี่มิตะ มาคอยแสดงด้านมืดให้
ความน่ารักของขุ่นพี่คือ…ขุ่นพี่ไม่ตัดสิน ขุ่นพี่เหมือนเป็นตัวแทนการแสดงออกทางความรู้สึกของคนในครอบครัว…ขุ่นพี่ถุกสั่งให้ทำอะไร พอมีคนถาม ขุ่นพี่ก็บอกหมดเลยว่าใครให้ทำอะไร…- -…
ตอนแรก เราจะเห็นวิธีจัดการความเศร้า การยอมรับความจริงของคนในครอบครัว ปัญหาในครอบครัวที่ยังดูเป็นปัจจัยภายนอก (พ่อตา น้องสะใภ้ คนข้างบ้าน)…แล้วเริ่มเข้าสู่ คนในครอบครัวจริงๆ…(ปมของแต่ละคนที่มีต่อแม่ที่ตายไปแล้ว)
แล้วค่อยๆเฉลย ถึงสาเหตุการตายของแม่…ลามมาถึง ปัญหาเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน…วิธีการแก้ไขปัญหา
จากขุ่นพี่มิตะที่ ทุกๆคนระแวง หวาดกลัว(เพราะขุ่นพี่เป๊ะ ทำงานดี แต่ไร้อารมณ์) กลายเป็น ทุกๆคนเริ่มทึ่ง ในความเอาใจใส่ในรายละเอียด(รู้ว่าใครไม่ทานอาหารร้อน รู้ว่าคนในครอบครัวอยากทานอะไร รู้ว่าใครชอบอะไร สามารถตอบปัญหาที่เด็กๆชอบถามพ่อแม่แล้วพ่อแม่มักไม่ค่อยตอบ เพราะมันไร้สาระ หรือมันเสียเวลาอะไรก็แล้วแต่)
กลายเป็นขุ่นพี่มิตะที่เด็กอยากทำความรู้จัก…แล้วซีรีย์ก็พาเราไปทำความรู้จักขุ่นแม่บ้านมิตะ เล็กๆน้อยๆ…
มาถึงตอนที่สาม ที่ความจริงในครอบครัวถูกเปิดเผย เราเป็นคนดู ก็จะไม่แปลกที่เราจะตัดสินตัวละครไปเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่วุ้นชอบ เรื่องนี้คือ… วุ้นด่าใครไม่ลง (นอกจากอีเพื่อนบ้าน – - รายนั้นนางเกิดมาเป็นชั่ว – -ปล่อยนางไป)…เพราะทุกคน มีปม มีเหตุผลของตัวเอง
อาจจะถูกที่เหตุผลของเราไม่สามารถจะไปถูกใจคนอื่น แต่เราก็ไม่สามารถไปตัดสินคนอื่นด้วยเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน…
วุ้นเล่าอะไรไม่ได้ มันสปอย ยุบยับไปหมด…แต่นานมาแล้วไม่เคยแนะนำซ๊รีย์ญี่ปุ่น ดีๆแบบนี้มาก่อน (เมื่อก่อนจะแนะนำ ไม่ฮาสุดโต่งอย่าง switch girl…อันนี้ฮาจริงฮาจัง นางเอกสวย สวย สวยจนรู้สึกว่า ถ้าเจอนางก่อนจีฮุน จีฮุนคงเป็นเมียน้อย…แต่นางเอก น้องยังเด็กนัก…จีฮุน เจ่เจ้เป็นติ่งมาจะ 11 ปีละ – -//นอกเรื่อง…ก็แนวที่ดูแล้วพอมีอะไรบ้าง)…
ปล. พนง บ.พ่อ น่ารักมาก…นางสวย เราชอบ
ก้ออ่านะ

P o p p y H i l l . . . P u p p y L o v e

Leave a comment
  บอกกับตัวเองเอาไว้ว่าจะเขียนบล๊อกเกี่ยวกับอาชีพการงานตัวเอง – -…สุดท้ายก็ล่ม
พอมาทำงาน ลายมือนี่เลวร้ายลงมากเพราะไม่ค่อยได้เขียนภาษาไทย(ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เขียนมาก – -)
วันนี้มีโอกาสได้ดู From up on Poppy Hill เลยนึกถึงเรื่องๆนึงที่อยากเขียนนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส (เพราะขี้เกียจไปเสียก่อน)

ปกติดูแต่ ซีรี่ย์ หนังการเมือง – -..หนังสือที่อ่านก็การเมือง…พอหยิบจับมั่วๆที่การเมืองต่ำๆ ก็เลยมาลงบล๊อก (ความจริงการ์ตูนนี่ก็การเมืองมาก – -…เข้าสถานการณ์ตอนนี้พอดี…เพราะพระเอกต่อต้านทุนนิยม – -ประชาธิปไตยเสียงข้างมาก – -…ขณะที่วุ้นดู กำลังมองในมุมที่ตัวเองเป็นนางเอก สงสัยว่านางเอกคิดอะไร…แต่ดูไปดูมา ก็แบบ…เธอเอาพระเอกนะ วุ้นขอเพื่อนพระเอก -..- วุ้นเป็นโรคแพ้ผู้ชายใส่แว่น – -)

กลับมาที่ปั๊ปปี้เลิฟดีกว่า

วุ้นเรียนโรงเรียน ญ ล้วนตั้งแต่ อนุบาลสอง ถึง ป.ห้า (ตอนอ.หนึ่ง เคยโดนเพื่อนล้อว่าเป็นแฟนกับเด็กผู้ชายคนนึง ที่แอบหอมแก้มเราตอนหลับ -มีคนบอกมา – -)
ตอนเด็กๆ วุ้นเกลียดผู้ชายมาก – - ไม่รู้ไปเอาความคิดมาจากไหน คิดว่าผู้ชายเป็นตัวสกปรก ทำให้ผู้หญิงเดือดร้อน(อาจเป็นปมวัยเด็ก – -) เนื่องจากวุ้นบ้านวุ้นอยู่ชานเมือง เลยต้องนั่งรถตู้ประจำมาส่งที่โรงเรียน ซึ่งก็จะต้องเด็กจากโรงเรียนอื่น รวมถึงเด็กผู้ชายด้วย – -…ตอนเด็กๆวุ้นจะเอากระเป๋ามากั้น หากมีผู้ชายนั่งข้างอย่างเสียไม่ได้ (ปกติจะสลับที่หนี) พอผู้ชายลุก ก็ปัดเสนียดของผู้ชายที่ติดกระเป๋าออก ทำนองนั้น – - เกลียดจริงจังมาก – -…
พอมีเหตุต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่โรงเรียน สห ตอนป.หก ก็ยังเกลียดผู้ชายอยู่ วุ้นมามองผู้ชายเป็นคนปกติ ตอนม.สองมั้ง – - เพราะม.หนึ่งตอนปฐมนิเทศยังเอากระดาษมารองมือตอนต้องแตะมือกับผู้ชายอยู่เลย – -…ส่วนเดินจับมือกับผู้ชายนี่ ครั้งแรกตอนม.หก จำได้ว่าผู้ชายมาจับมือ แล้ว วุ้นก็สะบัด ผู้ชายตกใจมาก 555 วุ้นก็ตกใจ อะไรวะ555 แล้วต้องมาฝึกเดินจับมือ – - ถุยชีวิต

กลับมาที่ป.หก สารภาพเลยว่า เป็นคนที่รู้ตัวว่าหน้าเหี้ย – -…เลยต้องเรียนเก่งเพื่อชดเชยความหน้าเหี้ยของตัวเอง – -…ประวัติหน้าเหี้ยของตัวเอง ก็เสื่อมทรามมาก – -…เพราะ ถ้าไปดูรูปวุ้นตอนเด็กๆจะเห็นว่า น่ารักมากๆ – -(ตอนเด็กๆเคยอยากเป็นนางสาวไทยนะเออ – -)…พอโตมากลายพันธุ์ – -…ด้วยความเชื่อว่า เผลอไปแตะน้ำลายเพื่อนที่ไม่สวยตอนเด็ก เลยติดเชื้อไม่สวยมา – - ต่ำตมจริงจัง
พอรู้ตัวว่าไม่สวย เพราะงั้นถึงจะเข้าสู่วัยแรด – -(คือเพื่อน ญ ล้วนมันเริ่มคิดเรื่องแฟนตั้งแต่ป.สี่ แต่วุ้นไม่นะ – - เพราะอยู่ ญ ล้วน ตอนนั้นหน้าเลือด คอยหาของมาขายเอากำไรอย่างเดียว – - วีรกรรมสมัยเด็กๆนี่เยอะ – - เยอะจนสงสัยว่าทุกวันนี้มันถูกกระบวนการทางสังคมแบบไหนที่ทำให้เป็นแบบนี้ – -) เลยไม่มีความคิดเรื่องผู้ชายหล่อ วุ้นไม่เคยมองผู้ชายหล่อ จน ม.ปลาย ซึ่งอันนั้นมองเฉยๆไม่คิดอะไร(และแน่นอนผู้ชายที่วุ้นมอง มันใส่แว่น – -) กลับมา จากการย้ายโรงเรียน จาก ญ  ล้วนเป็น สห นี่ culture shock เยอะมาก ตั้งแต่ การล้อชื่อพ่อชื่อแม่ ญ ล้วนไม่มีคร่าาา วุ้นโดนครั้งแรก น้ำตาคลอ (คือเป็นคนไม่ร้องไห้ – - ตั้งแต่เด็กแล้ว ถูกสอนให้เข้มแข็ง การอยู่สังคมโรงเรียน เรื่อง bully มันมีอยู่แล้ว วิธีที่จะเอาตัวรอดได้ เราต้องเข้มแข็ง เพราะฉะนั้น วัยเด็กต่อหน้าเพื่อนๆ วุ้นร้องไห้นับครั้งได้ ไม่น่าจะถึงสามครั้งนะ – - จนมหาลัย – -…เพิ่งสำเหนียกว่า โลกนี้อยู่ยากแฮะ – -) ผู้ชายที่ล้อ ตกใจมาก ปกติวุ้นสู้คน ไม้บรรทัดเหล็กไล่ตี ไม้พลองลูกเสือ…ตอนเด็กๆ วุ้นถือคติว่า โดนตีหนึ่งครั้ง ต้องโดนคืนสองครั้ง เพราะ ครั้งที่สองเป็นค่าเสียเวลาที่วุ้นต้องมาตามแก้แค้น คนแกล้งวุ้นจะน้อยมาก ถ้าไม่แน่จริง – -

ตอนนั้นวุ้นอยู่ห้อง 1 คนๆนั้นอยู่ห้อง 2 ตอนแรกวุ้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย เรียน เนิร์ด ช่วงพักเบรกก็ไปห้องสมุด พักกลางวันกินข้าวเสร็จก็เข้าห้องสมุด – -…นอกจากต้องทำการบ้านก็จะนั่งทำตอนพักเบรก (พยายามไม่มีการบ้านกลับบ้าน กลับบ้านเอาไว้อ่านหนังสือ(ทั้งหนังสือเรียนและนอกเวลา)) ทีนี้ ก็จะมีเด็กผู้ชายคนนึง ชอบมายืนแอบมองวุ้นอยู่ ตอนแรกไม่รู้ตัว นึกว่ามันมองเพื่อนวุ้น ก็ไม่สนใจอะไร เพราะเป็นเด็กเรียนอ่อน แบบผู้ชายร้ายๆ สเป๊กวุ้น ต้องเนิร์ดๆใส่แว่น -..-
มารู้ตัวตอนที่ วุ้นไปห้องสมุด ตอนนั้น ที่ห้องสมุดที่ อกาธา คริสตี้ เกือบครบมั้ง วุ้นเลยมีภารกิจว่า จะอ่านมันให้หมด – - เพราะงั้น ว่างก็เข้าห้องสมุด เพราะอ่านที่ห้องไม่ไหว เสียงดัง วุ้นเป็นเด็กใหม่ แล้วเนิร์ด เรียนเก่ง(ก็โรงเรียนที่ออกมา มันมาตรฐานสูงกว่าที่เรียนอยู่ – -) ก็จะโดนเล็งแกล้ง ถ้าอยู่ที่ห้องคงไม่ได้อ่าน เพราะ คงเสียเวลาไล่ตบตี พวกนั้น – - แต่ห้องสมุดมันมีกฎห้ามวิ่งไล่กัน – - สบาย…

ตามเคย วุ้นจะมีมุมส่วนตัวของตัวเองอยู่ ก็นั่งอ่านอย่างสบายใจ อ่านไปอ่านมา สักพักเหมือนมีคนมานั่งใกล้ๆ ก็ไม่สนใจ สักพัก ใกล้จนเอาเข่ามาชนเรา วุ้นก็ขยับหนี สักพักก็มาชนอีก วุ้นก็หนี (เนิร์ดมาก หมกมุ่นกับหนังสือมาก เพราะกำลังสืบสวนมันส์เลย) พอชนรอบที่สาม วุ้นก็เงยหน้าเตรียมตัวจะด่า ก็เห็นเด็กผู้ชายคนนี้ (ความจริง วุ้นมีโค้ดเรียกมัน ว่า กุหลาบ เพราะ มันสวย แต่มันมีหนาม อย่าเข้าใกล้ – -) นั่งยิ้มมองหน้าเราอยู่ วุ้นก็ตกใจ เฮ้ย อะไรเนี่ย เลยลุกหนีไปนั่งอ่านที่ใหม่…สักพักมันก็มาตามนั่งด้วย – -…ตอนนั้นเลยรู้แล้วว่า มันมาจีบ…

ตามขนบ ผู้หญิงแบบลูกสาวกำนัน เราต้องเล่นตัว ต้องทำเป็นไม่สนใจ – -(ทั้งๆที่หน้ามึงแดงมาก – -)
วุ้นก็จะคอยไล่ เดินหนี ไรงี้ ความจริงงี้ ใจเต้นตูมตาม – -(แรดมาก) กุหลาบก็จะมาคอยแหย่ เรียกร้องความสนใจ แซวมั่ง มาตี(เบาๆให้เราวิ่งตาม) ตอนเด็กวุ้นดุ – -…จำได้ ตอนนั้น เพลง ใจละลายของซาซ่ากำลังดัง วุ้นอารมณ์นั้นมากๆ – -



เถียงไม่ได้นะ ว่า กุหลาบไม่หล่อ มันหล่อเลยล่ะ – -…แต่ก็นะ …รูปแบบความสัมพันธ์ของ วุ้นกับ กุหลาบเหมือน พวกนิยายแจ่มใส ยุคแรกๆ นายตัวร้าย กับยายซื้อบื้อ ทำนองนั้น – -…เจอกันไม่เคยคุยกันดีๆ ซึ่งตอนจบ เราก็ไม่ได้คุยกันดีๆ 555 เพราะมันไปชอบคนอื่นก่อน 555 วุ้นก็อกหักไป – -




ก้ออ่านะ

S h i n d o . . .

Leave a comment

ก้องเพลงรัก เพื่อ 2 หัวใจ

เป็นชื่อ ภาษาไทย ของหนังเรื่องนี้ หลังจากที่ข้าพเจ้าดูเสร็จ แต่ก็ยังไม่รู้ว่า ชื่อไทยคืออะไร – -

ตอนแรกนึกว่า จะเป็นอารมณ์ แค่ คนเล่นดนตรีสองคน ที่คนหนึ่ง มีพรสวรรค์ แต่อีคนหนึ่งที่มีแต่ พรแสวง ดูแล้วเหมือนไม่น่าสนใจเท่าไร

แต่…พอดูเสร็จ ข้าพเจ้า ถึงต้องกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เนืองด้วย องค์ประกอบหลายๆอย่าง ที่คนดูแล้ว จะตกหลุมรักหนังเรียบง่ายแบบนี้ได้

อย่างแรกเลย หนังเรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญีปุ่นเรื่อง “Akira SASO”
ปล. มีใครเคยอ่านบ้าง เล่าให้ฟังที – -

หาข้อมูลการ์ตูนไม่มี – -

ไม่แน่ใจว่ารูปซ้ำหรือเปล่า – - ช่างมันเถอะต่อๆ หลายคนคงเคยอ่านเรื่องย่อแล้ว (มั้ง)

โอเคๆ เรื่องย่อ (เครดิตมีเกือบทุกเวบที่ค้นอ่า – -)

เรื่องย่อ:
“วาโอะ” คือเด็กหนุ่มวัย 19 ผู้มุ่งมั่นที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ด้วยการสอบเข้าโรงเรียนดนตรีแห่งชาติให้ได้ แต่เสียงเปียโนจากปลายนิ้วของวาโอะกลับไม่สื่อไปถึงหัวใจของคำว่าดนตรีอย่างที่เขาหวัง… วันหนึ่งกลางฤดูร้อนในขณะที่วาโอะนอนฟังเสียงน้ำอยู่บนเรือพาย เขาได้พบกับ “ยูตะ” สาวน้อยวัยสิบสามที่ออกตามหาตุ๊กตาหมีที่ถูกเด็กเกเรแกล้งเอามาโยนทิ้งที่ริมบึง

“ยูตะ” เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์ด้านดนตรี แม่ของยูตะเคยเล่าให้เธอฟังว่ายูตะสามารถเล่นเปียโนได้ก่อนที่เธอจะพูดได้เสียงอีก แต่พรสวรรค์ของยูตะกลับเบิ่งบานภายใต้ความทรงจำที่เจ็บปวดของพ่อของเธอ… การที่วาโอะได้พบกับยูตะ ทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อยูตะเริ่มสอนให้วาโอะใช้หัวใจตัวเองเล่นเปียโน จนทำให้เขาสามารถสอบเข้าโรงเรียนดนตรีได้อย่างที่หวัง

เมื่อวาโอะเริ่มเรียนในโรงเรียนดนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับยูตะก็เริ่มห่างเหิน และอาการปวดหูของเธอก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอกลัวว่าสักวันหนึ่งเธออาจไม่ได้ยินเสียงเปียโนอีกต่อไป และก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ยูตะก็ตัดสินใจที่จะออกตามหาเปียโนที่เธอเคยเล่นกับพ่อในวัยเด็ก ด้วยความหวังที่จะเล่นเพลงรักครั้งสุดท้ายที่เปียโนหลังนั้น!!!

นั่นแหล่ะ กับมาถึงองค์ประกอบของหนังเรืองนี้ที่ข้าพเจ้าชอบดีกว่า – -

อย่างแรก

นางเอกของเรานั่นเอง >< ดูสิ อายุแค่สิบสี่ ยังน่ารัก ขนาดนี้เอิ๊กกกก แล้วโตมาน้องหนู จะน่ารัดขนาดไหน

อย่างที่สอง คือ เพลงประกอบ ค่ะ เพราะจริงๆ ยิ่งมีคำแปลบอกความหมายนี่ซึ้งอย่างแรง!!!!

ด้วยความที่หนังเรื่องแอบนานแหล่ะ สองชั่วโมงกว่า – - แบบปวดฉี่อย่างแรง พอหนังขึ้น ชื่อคนแปลซับ ปุ๊ปนี่แทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำ – -

แต่…เพลงประกอบเพราะ จนข้าพเจ้าลงทุน ฟังจนจะจบ – - (ทรมานT T) เพลงความหมายนี่น่ารัก เดี๋ยวถ้าหาเพลง(ที่ฝากให้พี่ชายหา)ได้แล้วจะเอามาใส่บล๊อก

เสริมสร้างความไฮโซ เอิ๊กกกกกกกกก

แต่ พอดูหนังเรื่องนี้ได้อารมณ์ระดับหนึ่ง พอมานั่งอ่านเรื่องราว – - เออ ทำไมข้าพเจ้าไม่รับรู้หมือนชาวบ้านที่แบบ นางเอกเนี่ยกลับมาเล่นเพลง เพื่อหัวใจ อะไรทำนองนั้น – -

สงสัย ต้องหาความรักมาหล่อเลี้ยงหัวใจ จะได้ซาบซึ้งเอิ๊กกกก (จีฮุนจ๋า มามะเหอๆๆ)

ทั้งเรื่องชอบฉากที่ นางเอกโดนชายหนุ่งสุดหล่อ(กว่าพระเอก) มาขอเดท ชอบไดอะล็อกของ สองคนนี้มากมาย ดูแล้วมันดูน่ารักดี

“เดทเนี่ยมันเป็นยังไงเหรอ”
“ก็คงเป็นการ ส่งอีเมลล์หากันมั้ง”
“เอ แต่ฉันไม่มีมือถือนี่นา”
“งั้น ก็เป็นการกลับบ้านด้วยกันมั้งนะ ฉันว่า”
“แต่บ้านเธออยู่ไหนล่ะ”
“รังสิต(สมมติ จำไม่ได้ – -)”
“แต่บ้านฉันอยู่ ฝั่งธนฯ นะ คนละทิศกันเลย – -”

ชอบบบบบบ (ทั้งนางเอก ทั้งคนชวนเดท เหอๆๆ)

ก้ออ่านะ