. . . มุ ม ข อ ง ก า ร ม อ ง . . .

Leave a comment
วันนี้…

วุ้นใสมีเป้าหมายอย่างยิ่งใหญ่กับตัวเอง

ว่า…

จะอ่านหนังสือสอบ!!!!!

ยิ่งใหญ่จริงจัง – -

เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมา…

ยังไม่รับรู้การมีอยู่ของความรู้ที่ได้รับ(ตอนหลับ)

สักกะติ๊ด – -

จะสอบจันทร์หน้าแล้ว

ห้าวิชา

ปัจจุบัน ยังจำเวลาเรียน วิชาเรียนในแต่ละวันไม่ได้เลย – -

เสื่อมจริงจัง

กลับมาๆๆ

วันนี้ วุ้นใส ไปสอนพิเศษน้องที่ ห้วยขวาง หอ ข้าพเจ้า อยู่ สามย่าน

สอนเสร็จปุ๊ป ก็เดิน ลัลล้า มารถไฟใต้ดิน บึ่งกลับหอ

ได้เวลาอ่านหนังสือแล้ว!!!

ระหว่างนั่งในรถไฟฟ้า ก็หยิบหนังสือทั่วไป มาอ่านเล่น พร้อมกับฟังเพลง

มีความสุขอย่างแรง…เดี๋ยวก็ได้อ่านหนังสือ วันนี้จะทำการบ้านเองแล้ว!!(ปกติลอกตลอด – -)

นั่งไปนั่งมา มาเสียงลอดผ่านหู…

สถานีต่อไป จตุจักร ท่านสามารถเปลี่ยนเส้นทางเป็น BTS ได้ที่สถานีนี้

ผ่าง…..!!!

นั่งผิด – -….T_______________T

ตอนแรกคิด…เอาไงดีว้า

จะลงสถานีนี้แล้ว เดินไปฝั่งตรงข้าม กลับหัวลำโพงดี?

หรือจะลงสถานีหน้า แล้วค่อยกลับ เดี๋ยวเสียฟอร์ม ???

ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวคนที่สถานีเมื่อกี้ จำเราได้ว่านั่งผิด(เพิ่งคิดได้ตอนนี้ว่า ใครจะจำแก – -)

สรุป…

ลงสถานีบางซื่อ แล้วนั่งรถไฟไทย ไปหัวลำโพงดีกว่า!!! อะเดย์มากกกกกกกกก

ว่าแล้ว ก็นั่งยิ้มอย่างมีความสุข โหย วันนี้ทำไมเราอาร์ตตตตตตจังวะ

-________________-!!!

ระหว่างเดินไปทางออก ของรถไฟใต้ดินนั้น มีนักศึกษามาทัก

ขอโทษค่ะ รบกวนตอบแบบสอบถามได้มั้ยคะ?

ตอนแรก ส่องดูหัวกระดาษก่อน ว่าเป็นพวก ตอบแบบสอบถามสินค้าอะไรหรือเปล่า

แต่เห็น มีตรามหาลัยเอกชน แห่งหนึ่ง อ้อ… เค้ามาสำรวจนี่นา

น่าสนๆๆ…นึกๆๆ…เรื่องไข้หวัดหมู หรือเปล่า…หรือเรื่องความพอใจการทำงานรัฐบาล…หรือเรื่องอกแนวที่เป็นโพลในข่าว ไรงี้

วส – ได้ค่ะ

นศ – อายุเท่าไรค่ะ

วส – 18 ค่ะ

นศ – อยากได้แฟนอายุประมาณไหนคะ

วส – (เจ๊ย!!! แบบสอบถามไรเนี่ย…ยื่นหัวไปส่องหัวข้อ – ลักษณะของแฟนที่วัยรุ่นอยากได้ อะไรประมาณนี้ จำไม่ได้ มึนๆอยู่ – -) ทำหน้า งงๆ

นศ – เลือกตามหัวข้อเลยค่ะ

วส – (มีแก่กว่า/เด็กกว่า/อายุใกล้เคียงกัน อะไรประมาณนี้ มีตัวเลือกเยอะกว่าทีบอกแต่ลืม อึ้ง อยู่ – -) เอิ่ม ใกล้เคียงแล้วกันค่ะ

นศ – อาชีพที่อยากได้เป็นแฟนล่ะคะ

วส – (ในใจน่ะโพล่งไปแล้วว่า “เมียทูต” แต่ไม่ได้ ต้องรักษาภาพลักษณ์ภายนอก) ทูตน่ะค่ะ เอกอัคราชทูต ประมาณนี้

นศ – เหตุผลล่ะคะ?

วส – (ความคิดไวตามเคย โหยเยอะมากกกก ตั้งแต่ บ้านรวย มีชาติตระกูล อยู่สบาย บลาๆๆๆ – ตามเคย วุ้นใสเด็กเรียบร้อย) ได้เที่ยวฟรีค่ะ(มันตอบดูเรียบร้อยตรงไหนฟระ!!!

นศ – อยากได้แฟนนิสัยแบบไหนคะ

วส – (อ่านตัวเลือก มี ห้าวๆ เซอร์ๆ / อินเทรนสุดๆ / สะอาด เรียบร้อย / ติสต์แตก / สุขุม เป็นผู้ใหญ่ / บลาๆๆ จำไม่ได้ ที่จำได้เพราะอยากได้ตามที่จำ 555 ให้ทายวุ้นเลือกอะไร??? ใบ้ให้ อย่าลืมว่า วุ้นเลือกทูตเป็นแฟนนะ………………………………………………………..

ห้าวๆเซอร์ๆ ค่ะ ทูตมากกกกกกกกกกกกกกกกก -____________-

นศ – อยากได้แฟนเป็นคนแบบไหนคะ

วส – (ในใจ บอกวันนี้ ยังไม่หมดเลยค่ะ “สวย” เลือกได้ – -) จิตใจดีค่ะ(ตอบนางสาวไทยมาก – -)

นศ – แล้วไม่อยากได้แฟนแบบไหนคะ

วส – (อย่าให้เล่า แฉทุกอย่าง – -) เจ้าชู้ค่ะ (คิดคำพูดรวมไม่ออก ครั้นจะบอกว่า แบบ”ผู้ชาย” ก็ไม่ได้ – - แบบสอบถามไม่เซ้นสิทีฟ วุ้นรับไม่ด้ายยยย)

นศ – อยากได้แฟนแบบคนมีชื่อเสียงคนไหนคะ

วส – (คำถามแต่ละอย่าง – - อยากจะถามเจ๊ที่มาถามว่า คิดไงเลือกข้าพเจ้ามาตอบแบบสอบถามงี้ – - ให้ข้าพเจ้าเต้นเพลงช้างกลางทางเดิน ง่ายกว่าอีก!!! ต่อๆๆ ในใจ เอาใครดีว้า ดาราชาย รู้จักเยอะมากกกกกกกก จะตอบ จีฮุนก็ไม่ได้ กระซิกๆ) อนันดาค่ะ – -

นศ – ยังไงช่วยลงเบอร์โทรได้มั้ยคะ เผื่ออาจารย์จะโทร มาถามว่าได้ทำแบบสอบถามจริงหรือเปล่า ถ้าไม่สะดวก ก็ลงชื่อไว้ก็ได้ค่ะ แต่ลงเบอร์ก็ดีนะค่ะ

วส – (เค้าพูดวนๆ เหมือนอยากให้ใส่เบอร์ วุ้นก็เข้าใจว่ามีการเช็ก แต่ว่า…”สวยๆ” อย่างวุ้น เกิดให้ไป แล้วมีคนโทรมาป่วนล่ะ? )เขียน ชื่อ จริงไปอย่างเดียว

นศ – ขอบคุณค่ะ เออ…ว่าแต่แถวนี้มีที่ถ่ายเอกสารหรือเปล่าคะ?

วส – ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แหะๆ นั่งมาผิด – -

แล้วข้าพเจ้าก็จ้ำออกไปอย่างรวดเร็ว

กลับมาการรับผิดชอบการนั่งรถไฟใต้ดินผิดต่อ

อยากบอกว่า ทางออก ของสถานีบางซื่อ ไกลมากกกก…

เดินออกมา มึน – - เลยไปถามป้า เฝ้าเก็บตังหน้าห้องน้ำว่า จะไปซื้อตั๋ว ไปหัวลำโพงไปทางไหน

ว่าแล้วก็เดินลัลล้า โอ้วววว นี่ชั้น อยู่ ชุมทางสถานีบางซื่อ (ตื่นเต้นๆ อยากถ่ายรูป ป้ายสถานี แต่ วุ้นเป็นคน “ขี้อาย” เลยไม่ได้ถ่าย T___T ขี้อายจริงจัง ไม่ชอบ นิสัยนี้ >____<)

เดิน ก๊อกๆๆๆ (เสียงรองเท้า) ไปที่ขายตั๋ว

วส – ไปหัวลำโพงเท่าไรคะ

พนง – รถออกหกโมงนะคะ (ตอนนั้น ห้าโมง)

วส – (แว้กกก!!! นานจุง)กี่บาทคะ?(ไหนๆก็เดินมาไกล จะเดินกลับคงดูแปลกๆ เอาน่า ลองดูๆ)

พนง – ยี่สิบบาทค่ะ

และแล้วก็ได้ตั๋วมาเรียบร้อย

ข้าพเจ้าก็นั่งรอ พร้อมกลับลุ้นว่า รถไฟจะมาทางไหน? ขบวนไหนถึงใช่? ตื่นเต้น เหมือนไปออดิชั่น เอเอฟ – -(เล่าซะเหมือนเคยไป – -)

ตอนห้าโมง ห้าสิบห้า มีรถไฟมา บอกปลายทาง กรุงเทพ ไอ้เราก็ดูนาฬิกา ยังไม่ถึงเวลานี่นา เลยวิ่งไปถามพนักงานขายตั๋ว เค้าบอกว่าใช่เลย วิ่งๆไปขึ้น ตื่นเต้นกว่าตอน นั่งไปอยุธยาซะอีก – -

ถึงแล้ว วุ้นก็เจอรถไฟ ขบวนนึง สวยมาก จนอึ้ง รถไฟไทย มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ!!!

ขออภัยกล้องห่วย

สีเขียวเข้ม หรูมากๆค่ะ เดินไปด้อมๆมองๆ ถึงบางอ้อ…

ตอนเห็นคำว่า บัดเดอร์เวิต นึกถึง แฮรี่ อ่า – -

สภาพข้างใน (ที่ถ่ายจากข้างนอก – -)

ภาพวัด ความสูง จขบ.

กลับมาที่หัวข้อบล๊อก

ช่วงนี้ วุ้น หงุดหงิดง่ายมาก – -

อาการน่าสงสัย(ไม่ค่อยชอบอาบน้ำ) เด๋วต้องดูต่อ ว่าหางตก หรือ มีน้ำลายฟูมปากร่วมด้วยมั้ย – -

คงเครียดเรื่องสอบ (ทั้งที่ตอนเรียน…)

สรุป ตอนแรก แบบ มองโลกสดใส ทำไมทุกคนเร่งรีบกันจัง รถไฟไทยมันแย่เหรอ?

เอากะตัวจริงๆ…พูดไม่ออก – -…บอกแค่ว่า

อยากมีกล้อง!!!!!!!!!

แต่…..อย่าเลย ขนาดอุปกรณ์ อ้างเที่ยวไม่มี ข้าพเจ้ายัง ดั้นด้น ไปนู่นนี่

ลองมีสิ – -

เดี๋ยวนึกว่าเรียน หมอ แทน เสดสาด

เพราะจบพร้อมกับเพื่อนที่เรียนหมอ 555

เผลอ จบหลังเพื่อนที่เรียนหมอ – -

เจ๊ยยยยยยยยยยย!!!!

ก้ออ่านะ

ก็ ไ ม่ มี อ ะ ไ ร ห ร อ ก . . .

Leave a comment
ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เราชอบเพลงเหมือนกัน

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เค้าทักเราในเรื่องที่เราคิดไม่ถึง (วันนี้เขียนตาสวยนะ>< แอร๊ยยยยย…)

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยู่กับเค้าแล้วเรามีความสุข

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เค้าเอาเอกสารการเรียนที่เราขาดมาแบ่งเรา

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เค้ามองเราเหมือนลูกหมาน่าสงสาร

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เราก็ยินดีที่จะเป็นลูกหมาของเค้า

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่ยิ้มได้ทุกครั้งที่ได้อยู่กับเค้า

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่รักคนๆนึงที่ไม่คิดว่าเราจะรักเค้าได้เลย

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่น้อยใจที่เค้าทำหมือนกับไม่ไว้ใจเราเลย

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่รำคาญกับพฤติกรรมของคนบางคนที่ตามตื๊ออย่างน่าเกลียด

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่รู้สึกเป็นเหมือนอากาศธาตุของใครบางคน

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากเป็นคนที่เค้ายอมรับได้บ้าง

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เค้าทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำให้โลกนี้ยังสดใส

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่รักเค้ามากจนอยากจะหยุดไว้เพียงแค่นี้

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่รู้สึกไม่มั่นใจในความรักของเรา

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากมีตัวตนในสายตาของเค้าจริงๆ(ไม่ใช่เพราะเราไม่เรียกร้อง)

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากให้เค้าเข้าใจเราบ้าง

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่ดีใจที่รู้ว่าเค้าใส่ใจเรา

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่เค้ายอมพูดเรื่องส่วนตัวให้เราฟัง

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากเป็นน้องสาวที่น่ารักในสายตาของเค้า

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากให้เรารู้จักกันมากกว่านี้(ผลประโยชน์ในอนาคต 555)

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากหัวเราะได้ทุกครั้งที่อยู่กับคนที่เรารัก

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากให้เค้าเข้าใจความรู้สึกเราบ้าง

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่ชอบแหย่ให้เค้ารู้สึกหึงเล่นๆ

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากรู้ความเป็นไปในชีวิตเค้า

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่ดีใจที่ทุกวันนี้มีความสุขมากๆที่ได้รู้จักกับเค้า

ก็ไม่มีอะไรหรอก…

แค่อยากบอกในบล๊อก

แค่นั้นเอง…

ก้ออ่านะ

คิ ด ชื่ อ หั ว ข้ อ ไ ม่ อ อ ก . . .

Leave a comment
โอ้วววว…

ไม่ได้บ่นเรื่องที่ไม่ใช่ความรักมาตั้งนาน

มีเรื่องมากมายเลย^^

เริ่มจาก…

ใครเคยเป็นบ้าง

แบบ…

เฮ้ยอยู่คนเดียวมันโอเคนะ ถึงจะอิจฉาคนที่เค้ามีความรักแต่ถ้ามีบ้าง…ไม่เอาอ่า – -

น่ากลัวออก – -

กลายเป็นว่า…พอคนเห็นว่าไม่มีใคร ก็ชอบคิดว่าข้าพเจ้าต้องอยากมีแฟน

ทั้งๆที่มันไม่จำเป็นนี่นา

อ้าว อิจฉาเฉยๆก็ไม่ได้??

รักชาวบ้านข้างเดียวแบบเป็นไปไม่ได้ก็สนุกออก

แถมจับต้องได้(อย่างตาบ๊องตื้น ฮิๆๆ)

จบไป…….

ต่อมา…..

ตอนนี้ข้าพเจ้าอ้วนระยะสุดท้าย – - ประหนึ่งชัตเตอร์

ตอนนี้ก็นั่งคิดๆๆ

ว่าจะลดน้ำหนักและหน้าบานๆยังไงโดยยังกินเหมือนเดิมและไม่ออกกำลังกาย – -

โอ้ววววววววพระเจ้ายังไม่แน่ใจว่าจะรู้มั้ย – -

แต่…

ความจริงแล้วช่วงหลังๆที่อ้วนเนี่ย ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ทานเยอะนา

หลังก็กินปกติไม่มากมายอะไรเพราะบ่จี๊ทั้งคู่(ตาบ๊องตื้นเพิ่งถอยทีวี กะ พีเอสพี มาโดนอี๊เพ่งเล็งอยู่…อูยยยคันปากอยากเม้าท์)

นั่นแหละเลยแอบงงๆ ทำไมมันบวมๆ- -(สงสัยหัวใจตายร่างกายเลยตายอืดไปด้วย….ฮิ้ววววววว)

เพราะงั้น…ใครรู้วิธีลดความอ้วนแบบที่ข้าพจ้าต้องการ

ก็ฝากบอกด้วยนะคะ^^

ต่อมา…

แยกเอาไปเล่าอีกอันดีกว่า เพราะมันดูเครียดๆ – -

ก้ออ่านะ

ก า ร ตั ด สิ น ค น อื่ น . . .

Leave a comment
เริ่มก่อน…

วันนี้วันแม่ – - ข้าพเจ้าแอบเอียน การที่เราจะแสดงความรักต่อมารดา ในวันนี้ – -

แบบ…วันอื่น ล่ะ พวกคุณเอาแม่ไปไว้ไหน – - (โหมดขวางโลก)

แต่…ก็อย่างว่า…บางครั้ง…เทศกาลแบบนี้…มันก็ช่วยให้…คนที่แสดงออกด้านความรักไม่เก่ง…ได้ใช้เป็นโอกาสแสดงความรักเหมือนกันนะ

เฮ้อ…ว่าแล้ว…เดี๋ยวโทร.หาแม่ดีกว่า

กลับมาต่อ…

เคยมั้ย…ที่เราตัดสินคนโดยไม่ฟังความสองข้าง

เราตัดสินคน…จากคนที่เรารับฟังมา…โดยไม่เคยถาม…คนที่ถูกตัดสินเลย…ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า

บางครั้ง…ทฤษฎี สมคบคิด…มันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

วันนี้…แอบไปอ่านบล๊อก ของคนๆหนึ่งมา…

ซึ่ง ข้าพเจ้าไม่เคยรู้จัก จขบ เป็นการส่วนตัว…และ จขบ. ก็คงไม่รู้จัก ข้าพเจ้าเช่นกัน

แต่…สาเหตุที่เข้าไปอ่าน…เพราะ จขบ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนรู้จัก ของข้าพเจ้า

ซึ่งคนรู้จักนั้น…มักจะถูกว่าร้าย…ด้านความรัก…ทั้งๆที่ข้าพเจ้าไม่ได้ สนิทสนม กับคนรู้จักของข้าพเจ้า…

แต่…ความรู้สึกหนึ่งของข้าพเจ้าคือ…ข้าพเจ้า เข้าใจ คนรู้จักคนนั้น…

หลายครั้ง…ที่มีการนินทา…

มีใครบ้างมั้ย…ที่ลองมองอีกด้าน…

มันไม่ใช่การเข้าข้าง…

มันไม่ใช่การหาคำแก้ตัว…

ทำไมคนที่ถูกกล่าวร้าย…ออกมาพูดถึงข้อเท็จจริง…คนอื่นมักชอบว่า…”ข้ออ้าง”…หรือ “ข้อแก้ตัว”…

ทำไมไม่รู้สึกว่า…คนที่ว่าคนอื่นว่าใช้”ข้ออ้าง”อยู่นั้น…กำลังใช้”ข้ออ้าง”ที่จะไม่รับความอีกข้าง…

การที่ความจริง…มันไม่กับสิ่งที่เราคิด…หรือสิ่งที่คนอื่นคิดให้…มันไม่ทำความเสียหายกับเราหรอก

แต่…การที่เราไม่ยอมรับความจริงนั้น…บ่อยครั้ง…ที่มันกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นอยู่

สันดานส่วนตัวข้าพเจ้า…เวลาได้ยินใครถูกนินทา…ข้าพเจ้า จะมีทฤษฎีส่วนตัวของข้าพเจ้าอยู่ที่ว่า…โดยพื้นฐานของมนุษย์ (ที่ปกติ)…จะกระทำอะไรต้องประกอบด้วยเหตุผลเสมอ(ไม่เกี่ยวกับความรักนะ – -)

ด้วยความที่ข้าพเจ้า…มักจะเป็นฝ่ายถูกนินทา มากกว่านินทาเอง(เพราะไม่ชอบนินทา – - ไม่พอใจในตัวใครก็บอกเลย มันเลยเป็นสาเหตุที่ถูกนินทา…)…เลยชอบมองหาสาเหตุของผู้ถูกนินทา…ว่าทำไมถึงทำให้ถูกนินทา

นั่นแหล่ะ…วันนี้ได้ดูหนังเรื่อง monster มา มีการพูดว่า “ทุกวันนี้ มนุษย์ก็ฆ่ากันตลอดเวลา”…อื้มม…

ถ้าไม่พูดถึงสงคราม…มนุษย์เราก็”ฆ่า”กันเอง…โดยวิถีทางที่สังคมสร้างขึ้นมา…

เรา”ฆ่า”ศักดิ์ศรีคนอื่น…

เรา”ฆ่า”ความเป็นมนุษย์ของคนอื่น…

เรา”ฆ่า”สิทธิของผู้อื่น…

โดยสังคม

ข้าพเจ้าขอไม่อธิบาย…เพราะหลายๆคนที่อ่าน…จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม…ลองไปนึกดูว่า…

ตอนนี้…เรากำลัง”ฆ่า”ใครอยู่หรือเปล่า

บางครั้ง…ขณะที่เรากำลัง”ฆ่า”คนอื่น โดยวิธีใดก็ตาม…สิ่งๆนั้นมันก็กำลัง”ฆ่า”เรากลับ…อย่างเลือดเย็นเหมือนกัน

ปล. การนินทาก็เป็นการ”ฆ่า”คนอื่น และ”ฆ่า” ตัวเองเหมือนกันนะ

เพราะฉะนั้น คงไม่ใครที่ไม่เคย”ฆ่า”คนอื่นหรอก

ก้ออ่านะ

รั ก น ะ . . . แ ต่ ไ ม่ แ ส ด ง อ อ ก

Leave a comment
กลับมาอีกครั้ง – -

ความรักอีกแล้ว!!!

วุ้นใสจ้า ยังไม่หยุด – -

มีเรื่องจะเล่าแหล่ะ^^

ใครเป็นบ้าง…โรคฟอร์มจัด

โรคปากนัก…ยกมือขึ้น!!!

ซึ่งโรคพวกนี้เนี่ย…นอกจากเราจะอึดอัดแล้ว…อีกฝ่ายก็อึดอัดด้วย

ที่ไม่รู้…ว่าความจริงแล้ว…เราคิดอะไรอยู่

และแล้ว…ข้าพเจ้าเพิ่งได้ประสบมา…ถึงรู้ว่า…การแสดงออกความรัก(เอาที่มันดีงามกับวัฒนธรรมไทย – -นะ)…มันง่ายเว้ย!!!

บอกว่าคิดถึง…แสดงความดูแลเอาใจใส่…มันก็ไม่ตายนี่นา – -

ความรู้ใหม่(จริงๆนะ)…เมื่อก่อน…ชอบคิดต่างๆนาๆ

คิดมากกว่าตอนทำข้อสอบเอนท์อีก…เพราะตอนเอนท์ไม่มีความรู้ติดสมองรู้แล้ว…เลยไม่ต้องคิด

นี่คือสิ่งที่คนฟอร์มจัด…ต้องเรียนรู้…จากความรัก

เพราะถ้าเรียนรู้โดยวิธีอื่น…ก็คงเป็นการฝืนใจแหล่ะ…

อันนี้แค่ฝืนฟอร์ม…แต่ใจพร้อมเสมอเอิ๊กกกกก

อืม…ช่วงนี้เขียนบล๊อก…ที่คนอ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องบ่อย – -…ขอโทษนะคร้าบบ

กลับมาที่หัวข้อบล๊อก…รักนะ…แต่ไม่แสดงออก

ถ้าข้าพเจ้ามีแฟนแบบนั้น…ข้าพเจ้าจะสวนกลับไปว่า

ถ้าเมิงไม่แสดงออกแล้วกรู จะรู้มั้ยฟะ!!!(สาดดดดด)///โหมดเกรียน – -

แหม ตะเอง ก้อ บร้า หรออ ///โหมดแอ๊บแบ๊ว – -

มาบอกอะไรกันตอนนี้!!!///โหมดเพื่อนสนิท

งั้นถ้า ชั้นไม่แสดงออก เธอก็ไม่รู้ใช่มั้ย///โหมดตัดพ้อ

เฮ้ยงั้นเอาแฟร์ๆดิ…คนละครึ่ง…เค้!!!///โหมดวุ้นใสจ้า- -

กู จะไปรู้กับมึงมั้ย!!~///โหมดเพื่อนกูไม่รักมึงว่ะ

พอๆๆ – -

กลับมาๆ…(เป็นเมเม่แล้ว…สามารถประหลาดได้อีก – -)

เรามาถามใจตัวเองกันดีกว่า…

ว่าเราอยากให้ที่เรารัก…แสดงออกความรักกันมั้ย(ในแง่ความรักนะ ไม่เอาความใคร่ แบบ สายตาหื่นกาม หรือ ทำตัวลวนลาม งี้ไม่เอา)

…แค่นั้นแหล่ะ…คนที่รักคุณ…เค้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน^^

ก้ออ่านะ

วิ ก ฤ ต ก า ร ณ์ . . . ม . 5 เ ท อ ม 1

Leave a comment
ตอนแรก…

นึกว่าเหตุการณ์ตอนนั้น มันน่าจะจบลงแล้ว – -

มันกลับมาอีกครั้งครับ ท่านผู้อ่าน – -

เหตุการณ์ในตอนนั้น…ที่บอกว่ามันเหมือนขณะนี้คือ…

ความเปลี่ยนไปของข้าพเจ้า…ตอนนั้น…คล้ายๆเหตุการณ์นี้เลย

แต่ไม่มีใครมาบอกตรงๆเหมือนตรงนี้…

แต่ก็พอรู้ตัวว่ามันเกิดอะไรขึ้น…

เอาแต่ใจตัวเองอย่างน่ากลัว…พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย…ไม่งั้นก็ดื้อเงียบ – -

พอถูกคนมาว่า…ก็จะตกใจ…แล้วแอบไปร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร(ดูความโรคจิตของมัน – -)

ซึ่งผู้รับเคราะห์ที่ต้องมาปลอบข้าพเจ้า…ก็มักจะเป็นคนที่เพิ่งมารู้จักข้าพเจ้า- -

แบบ…อย่างอดีต…พอข้าเจ้าโดนเพื่อนว่าปุ๊บ…ข้าพเจ้าก็โทร.หาเพื่อนอีกสายนึงเลย…พร้อมกับขอไปกินข้าวด้วย – -

ไม่ยอมคุยกับเพื่อน… – -คืออยากจะบอกว่า…ไม่ได้โกรธเพื่อน…แต่โกรธตัวเองที่ไปทำให้เพื่อนไม่พอใจ…ที่ทำตัวแย่ๆทำให้เพื่อนเสียใจ…ที่ไม่กลับไปคุยเพราะยังรู้สึกผิดอยู่…และกลัวว่าเราจะทำนิสัยเดิมๆให้เพื่อนระอา

เป็นอย่างนั้นจริงๆ!!! นานพอๆกับตอนนี้เลย 3-4 เดือนเลยล่ะ – -…

ช่วงนั้น…สับสนตัวเอง…เป็นไรหว่า…ทำไมขี้หงุดหงิดง่ายขึ้น…ทำไมวีนกับคนรอบข้างง่ายขึ้น…ทำไมไม่มีเหตุผลมากขึ้น…ทำไมเจ้าน้ำตาง่ายขึ้น…ทำไมเอาแต่ใจอย่างไม่มีเหตุผล…ทำไมชอบทำร้ายจิตใตคนอื่น…ทำไมชอบทำเหมือนไม่ใสใจสิ่งรอบข้าง…ทั้งๆที่จริงอยากใส่ใจ..อยากดูแล..อยากเป็นห่วง..อยากเอาใจ..อยากอ่อนหวาน..กับคนๆนั้นอย่างสุดหัวใจ…ทำไมทำร้ายจิตใจคนที่หวังดีกับเรา…ทั้งๆที่..อยากทำดีด้วย..อยากเป็นคนร่าเริง..อยากเป็นคนที่ไม่ต้องแคร์ว่า.คนที่ประสงค์ร้ายกับเราเค้าจะว่าเรายังไง – -(ประหนึ่งดั่ง หญิงวัยทอง)

นั่นแหล่ะ…ซึ่งพอไปหาเพื่อนคนนั้นแล้ว…สักพักก็ร้องไห้…น้ำตาไหลพรากๆ…ไม่ยอมหยุด…

เพื่อนก็ตกใจ…ถามว่าเกิดอะไรขึ้น…ข้าพเจ้าก็บอกว่า ไม่มีอะไร…เราผิดเอง…พูดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา(อาการทางจิตแน่ๆ – -)

สรุป…นอกจากจะทำให้เพื่อนที่หวังดีกับเราโดยการเตือน…เครียดกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแล้ว

ยังทำให้เพื่อนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว…กังวลไปด้วย…ว่ามันร้องไห้ทำไม – -(ทั้งๆที่ปกติใครเห็นน้ำตาข้าพเจ้าได้นี่ ต้องสนิทกันจริงๆเลยล่ะ – -)

ตอนนี้มันกลับมาแล้ว – -

แต่ทีนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลายเป็นคนที่ไม่สมควรได้รับการกระทำแบบนี้กับข้าพเจ้า…ไม่ว่าใครทั้งสิ้น

เพราะคนส่วนใหญ่ที่โดน…เป็นแค่คนที่เพิ่งรู้จักข้าพเจ้าเองเท่านั้น…

ซึ่งมันแย่กว่าครั้งที่แล้วตรงที่…

ครั้งที่แล้ว…เหตุการณ์นั้นผ่านไป…คนที่ได้รับผลกระทบ…เข้าใจข้าพเจ้าทุกคน…เพราะเราเป็นเพื่อนกัน

แต่…ครั้งนี้…หลายๆอย่างมันเลวร้าย…

เลวร้ายจน…เอ่อ…สามารถทำให้ข้าพเจ้าคิดฆ่าตัวตายได้ – -

แย่เนอะ – -…โรคซึมเศร้าแน่ๆ – -

ตอนนี้พยายามอยู่ – -…จะรีบกลับมาเป็นคนเดิมน้า^^

เฮือกกกก

ถึงแม้…จะรู้ว่า…บอกไปในที่นี้…หลายๆคนคงไม่ได้อ่าน…หลายๆคนคงไม่รับรู้…แต่อยากจะบอกว่า…ขอโทษ…กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ไม่พอใจ…ที่ทำให้เสียใจ…ขอโทษจริงๆค่ะ…

อย่างน้อย…ถ้าข้าพเจ้าตายไป…ข้อความนี้มันก็ถูกแปะที่บอร์ดงานศพข้าพเจ้าแน่นอน^^

ก้ออ่านะ

เ รื่ อ ย ๆ . . เ รี ย ง ๆ . . เ ล ย ม า อั พ บ ล๊ อ ก

Leave a comment
โฮะๆๆ เอนท์ก็เสร็จนานแล้ว – - คณะที่ติดก็ออกจะชิว~

แต่ดันไม่มีเวลาให้ตัวเองซะงั้น – - ช่วงที่หายไปเนี่ย มีเรื่องราวเยอะแยะมากมาย – -

แต่ก็ยังไม่ได้เอาเรื่องราวเหล่า – - มาแลกเปลี่ยนมุมมองได้มากเท่าไรเลย – -

สงสัย…เราคงถูกบางสิ่งบางอย่าง ดึงดูด ความเป็นตัวเราไป ตามกาลเวลา และสิ่งแวดล้อม (ไม่เคยโทษตัวเอง- -)

อาจเป็นเพราะอย่างนั้นก็ได้ มั้งที่ใครบางคน บอกว่าข้าพเจ้าเปลี่ยนไป – -

ว้า…วันนี้กะมาเขียนบล๊อกเฮฮา ไหงมาเครียดซะงั้น – -

อย่างน้อยสิ่งที่เปลี่ยนไปในบล๊อกก็คือ…จากนี้ไป ก็คงไม่มีบางคอมเม้น ที่มาเม้น ให้เป็นประจำ อีกต่อไป~…

พูดถึงเรื่องนี้ เคยคิดดูเล่นๆบ้างมั้ยว่า…

ผูกพัน…ที่ไม่จำเป็นต้องมีความรัก(เชิงชู้สาว)เนี่ย…มันมีหรือเปล่า

ห่วงใย…ที่ไม่จำเป็นต้องมีความรัก(เชิงชู้สาว)เนี่ย…มันมีหรือเปล่า

คิดถึง…ที่ไม่จำเป็นต้องมีความรัก(เชิงชู้สาว)เนี่ย…มันมีหรือเปล่า

ในทรรศนะของข้าพเจ้า (ภาษาไม่เหมาะสมกับพวก – -) ข้าพเจ้าว่า มันมีนะ

หรือ เพศตรงข้ามเรา เค้าไม่คิดไปกะเราด้วยว้า…

หรือว่า…เราผิดที่ไปล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวที่มันเป็นสิทธิพิเศษของพวกเค้ากันแน่??…

น่าคิดเนอะ…

ต่อมา…ช่วงนี้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยี…หลายๆบทความหรือความเห็นมักจะพูดว่า…

สมัยนี้…มีเทคโนโลยี…ที่ผลิตออกมามากมาย…เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้น…ความรวดเร็วในการทำงาน…เหมือนกับว่า…ทุกวันนี้เวลามันลดลง..ลดลง..ลดลง..ไปทุกที

ทั้งๆที่มันก็มี 24 ชม.เหมือนเดิม(และเหมือนกันทุกคนด้วย!!)…แต่พอสังเกตดูแล้ว

เทคโนโลยีเหล่านั้น…มันกับไม่ได้ทำให้เรามีเวลามากขึ้นเลย – -…แถมยังทำให้เรามีเวลาน้อยลงด้วยซ้ำ

อ่านแล้วแบบ…เออแฮะ…จริงอ่า…

ตอนนี้อยู่สถานที่แปลกใหม่…ก็มีเพื่อนใหม่…แต่ไม่รู้ว่ามันจะนับข้าพเจ้าเป็นเพื่อนหรือเปล่า – -

ก็จะมีคู่หู – -…รั่วๆ(มั้ง)…เวลาคุยกันก็จะ…

เฮ้ยมึงวันนี้จารแม่งบอกว่า…

แล้วอีกคน(ซึ่งไม่ค่อยเข้าเรียน)ก็จะทำหน้าตกใจ…พร้อมบอกว่า…เฮ้ยจริงเหรอสาด…เหี้ยงานเข้ากูอีกแระ…

ส่วนข้าพเจ้าก็จะ…กลั้นหัวเราะ…เพราะเพื่อนคนแรกมันอำ – -…

วงจรการอยู่มหาลัยก็เป็นเช่นเรื่อยๆ…นั่งขำตลอด…เพื่อนก็อำตลอด…อีกคนก็เชื่อตลอด…

ให้มันได้อย่างงี้สิ!!…แต่…คนที่สองนี่ใช่ย่อยนา…เห็นอำง่ายอย่างงั้น

เฮ้ยมึงวันนี้กูแข่งว่ะ(มันเล่นวินนิ่งอาชีพ – -)…

ข้าพเจ้า…เฮ้ยจริงดิ…ได้เท่าไร?…แบ่งกูๆ

เหี้ย…รอบนี้เงินแสนเนี่ยกูเอาจอยเทพมาด้วย(พูดพร้อมกับหยิบจอยสติ๊กในกระเป๋ามาให้ดู)

เพื่อนคนที่หนึ่ง…สัด มึงไม่มาเรียน…แต่มึงมาแข่งวินนิ่ง…เชี่ยละ…จารแม่งบ่นหามึงอ่า

เฮ้ยจริงเหรอวะ…ไอ่วุ้นที่เหี้ยนี่มันพูดจริงปะ

ข้าพเจ้า…(กลั้นหัวเราะอีกครั้ง)เฮ้ยกูไม่รู้ กูมาสายไม่ทันฟัง…

วันรุ่งขึ้น

ข้าพเจ้าทักเพื่อนคนที่หนึ่ง…เฮ้ยมึง…ไอ่เหี้ยนั่นชนะเปล่าวะ…

ชนะเหี้ยไรมึง…แพ้เว่ย

ข้าพเจ้า…กุว่าจอยมันลืมปลุกเสกแน่ๆ…555

เออว่ะ…สักพักเพื่อนคนที่สองเดินมา

เพื่อนคนที่หนึ่ง…ไงมึง จอยเทพมึงเป็นไง

สัดแม่ง…มันเล่นคนละภาค…กูไม่ถนัดภาคนี้…บลาๆ(แล้วมันก็แหย่กันไปมา ข้าพเจ้าก็แจมไปขำไป)

สักพักเพื่อนคนที่สองก็เดินมาพร้อมกับบอกว่า…เฮ้ยมึงกูจะรวยแล้ว…สิบล้านเลยนะมึง…เตรียมตัวทำดีกะกูเลย

ข้าพเจ้า…มึงเป็นเหี้ยอะไร…แพ้แล้วเพ้อนะมึง

เพื่อนคนที่หนึ่ง…ไอ่เหี้ยวุ้นไอ่สัดเพื่อนคนที่สองมันจะส่งชิงโชคทายผลบอลยูโรเว่ย…

ข้าพเจ้า…(หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)เฮ้ยมึงเอามึงเหรอวะ?

เฮ้ยกูเอาจริง…กูลงทุนสิบบาท…แม่งได้สิบล้านเลยนะมึง…ไม่ต้องมาหัวเราะเลยสัด…กูได้ตังมาจะไม่เลี้ยงมึงเลยคอยดู

สามวันก่อนประกาศชิงโชค

เพื่อนคนที่สองทักเอมมา…เฮ้ยมึงๆๆๆ…กูลงข่าวๆๆ…มึงดูๆๆ(พร้อมกับส่งลิ้งเวบไทยรัฐมาให้)

ข้าพเจ้า…(คลิ๊กตามลิ้ง)เฮ้ยไหนวะ…มึงไปข่มขืนหมูในโรงฆ่าสัตว์?…

สาดดด…มึงดูๆเห็นชื่อกูปะ?

ไหนวะ…ของวันอื่นหรือเปล่า?…กูไม่เห็นมี

มึงรอดูไว้ไง…เดี๋ยวกูจะได้สิบล้านแล้ว…

สาดดด

- – มันบ้าการพนันไปแล้ว – -

เหมือนอยู่ที่นี่จะไม่มีความสุข แต่เพราะมีเพื่อนๆนี่แหล่ะ ทำให้อยากอยู่ที่นี่ต่อไป^^ ขอบใจนะพวกแก…555

ก้ออ่านะ

หลังจากเขียนเสร็จก็เอาให้เพื่อนคนที่สองอ่าน

ปฏิกิริยาตอบสนองคือ….

Sa      พูดว่า:

ไอ่สัด ไม่มีเครดิตให้กุเลย

         
     Sa      พูดว่า:

บอกด้วยกุ เต็ง 1-10 คว้าเงินล้าน

Sa      พูดว่า:

บอกด้วยก้ดี อยากประลองฝีมือ ติดต่อหลังไมค์

แ บ บ ส ะ อ า ด . . . อี ก ค รั้ ง

Leave a comment
รู้แล้ว^^ ว่าข้าพเจ้าความจริงเค้าไม่เรียกว่ารก

มันเป็นสไตล์การจัดห้องอีกอย่างหนึ่ง^^…

ใครรู้จัก โนดาเมะ มั่ง?

นั่นแหล่ะ ข้าพเจ้าจัดห้องสไตล์ โนดาเมะอยู่ เอิ๊กกก…

ประมาณนั้น…แต่ไม่ขนาดนั้นนะ – -

เหมือนเคย…ถ้าไม่มีสาเหตุ…ข้าพเจ้าคงไม่ลุกขึ้นมาจัดห้องง่ายๆแน่นอน- -

เรื่องมีอยู่ว่า…

…มันก็เป็นเช่นนั้นแล – - เอวังด้วยประการฉะนี้

ไม่ใช่แล้ว…แบบอยู่ดีๆก็มีน้ำท่วมห้อง – -…

ด้วยความที่ห้องจัดแบบโนดาเมะ ก็ไม่คิดอะไร…

แค่กล่องใส่กล่องพัง…ดีที่เอาหนังสือใส่ถุงพลาสติกแล้วค่อยลงกล่อง…

ไม่งั้น…ไม่อยากจะคิด

กลับมา!!…คิดว่า…สงสัยน้ำดื่มตัวเองเผลอเตะแล้วมันหกมั้ง…

แล้วก็ปล่อยให้มันแห้งเอง…(ซะงั้น!!)แค่ย้ายของห่างน้ำนิดหน่อย

ต่อมาไม่นาน…เดจาวูครับทั่น!!…เริ่มสงสัย…เพราะหลีกเลี่ยงไม่เอาน้ำกินไว้ในระยะที่จะซุ่มซ่ามไปโดนแน่นอน

ผลของเหตุการณ์ครั้งที่สอง…ลังพังไปอีกกล่อง…แถมสมุดเสียไปสี่เล่ม…

ที่สำคัญที่สุด…สมุดจดข้อความมือถือมันก็เปียก…ซึ่งทำให้ข้อความบางข้อความที่จดไว้หายไป

แต่สองเหตุการณ์นี้…ก็ยังไม่สามารถทำให้ข้าพเจ้า…ลุกขึ้นมาจัดห้องอยู่ดี – -

พอดีมีวันหนึ่ง…เจ้าของหอเดินผ่านห้องพอดี…เราเลยถามว่า…ห้องน้ำมันรั่วหรือเปล่า…สงสัยเห็นน้ำมันซึมเข้าห้อง

คราวนี้เค้าก็ตกใจ…บอกว่าจะให้ช่างมาดูให้…ภายในสองสามวันนี้…

เอาแล้วไง…

งานเข้า!!!~

…ฮ่วย…จำเป็นต้องจัดห้อง…เพราะต้องย้ายเตียงออกมา…เพื่อดูร่องรอยว่าน้ำซึมยังไง…

ข้าพเจ้าก็จำเป็นจัดห้อง…ซึ่งใช้เวลาสามวัน – -…วุ้นใสสามารถ – -…

จัดเสร็จ…ก็มีปัญหาอีก…เพราะหาของไม่เจอเลย – -……รอคอยให้ช่างมาซ่อมให้เสร็จๆไป

ซึ่งกว่าจะมานั้น…ข้าพเจ้าต้องจัดห้องใหม่อีกรอบ…

เพราะมันกลับมาสภาพเดิม – -…

แต่ตอนนี้…มันแย่กว่าเดิม – -…

รอขยันแล้วจะจัด^^

เอิ๊กกกก

ก้ออ่านะ

ส ง ก ร า น ต์ . . . วั ย เ ด็ ก

Leave a comment
อืม วันนี้แถวบ้านอ่า เด็กเค้าเริ่มเล่นน้ำกันแล้ว^^*

ดูแล้วมีความสุขไปด้วย นึกถึงตอนยังเด็ก – -

เคยถามพวกโตๆ (อายุประมาณข้าพเจ้าในเวลานี้ – -) ว่า…

สงกรานต์เที่ยวไหน? ทำนองนั้ง

ส่วนใหญ่มักจะตอบว่า อาจไม่เล่น ด้วยสาเหตุหลายประการ

ข้าพเจ้าเคยสงสัยมากๆเลยว่าทำไม วัยรุ่น(อายุประมาณข้าพเจ้าเนี่ยแหล่ะ) ไม่ค่อยชอบมาเล่นน้ำกัน – -

ตอนนี้กลับมาย้อนดูตัวเอง เวลาเห็นน้องๆเค้าเล่นน้ำเราก็คิดว่า เออสนุกนะแต่…ทำไมต้องลงทุนด้วยวะ ร้อนจะตาย แดดก็แรง แถมต้องมาโดนด่าอีก (ก็เล่นวันที่ไม่ใช่สงกรานต์นี่นา – -)

คิดปคิดมา ความรู้สึกความคิด เนี่ย ไปเปลี่ยนไปตามวันเวลาเลยเนอะ วันก่อนเราชอบคนนั้นมากๆ วันนี้เอ…มันหล่อตรงไหนวะ ชอบไปได้ไง เสียหมาหมด – -

รู้สึกเป็นบล๊อกบ่นอีกแล้ว – - เอิ๊กๆ

บางครั้งความคิดของข้าพเจ้าก็โดนเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯครอบงำ จนเมื่อกลับบ้านแล้วรู้สึกตกใจในการกระทำของเราหลายๆอย่างเลย – -

เช่น…ความเป็นปัจเจกที่เห็นได้ชัด เดี๋ยวแอบรู้สึกว่า ทำไมกูดูหยิ่งจังวะ – - ไม่เข้าใจ

หรือหลายๆอย่างที่เราเคยทำโดยไม่ต้องคิดอะไร ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ ฟอร์มค้ำคออยู่มั้ง – -

กลับมาๆ คิดๆดูคงไม่มีวันที่กรุงเทพ หรือเมืองใหญ่ๆ(เช่น ตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นต้น) จะมีบรรยากาศแบบนี้แล้ว (ความจริงน่าลองมีสักครั้งนะ^^*)

ลองดูสงกรานต์ของคุณว่า ตอนนี้ กับ ตอนเด็ก (ไม่ต้องเด็กมากหรอกแค่ม.ต้น ก็พอ ^^*) ว่ามันต่างกันมากมั้ย

ทั้งในความคิด ความรู้สึก กับสงกรานต์ครั้งนั้นๆ

ก้ออ่านะ

ค ร า ว อ น า ถ า . . .

Leave a comment
คือว่า…

ช่วงนี้ ใครที่ค่อนข้างคลุกคลีกับข้าพเจ้า (ครั้นจะเรียกว่าสนิทก็ไม่ใช่ – -)

ก็จะรู้ว่า ข้าพเจ้านั้นไซร้ บ่จี๊ระยะสุดท้าย

แต่หลายคนก็แคลงใจว่า มันบ่จี๊จริงหรืเปล่าวะ – -

เพราะเวลามันบ่นว่าไม่มีตังทีไร มันก็อิ่มหนำสำราญทู้กที – -

แต่…

คราวนี้มันไม่เหมือนทู้กทีน่ะสิ

เรื่องมันมีอยู่ว่า…

ช่วงบ่จี๊นั้น เอทีเอ็ม ข้าพเจ้าหายไง ซึ่งถ้าเป็นธนาคารทั่วไป โทร.ไปอายัด แล้วทำใหม่ได้เลยใช่ปะ – -

แล้ว ทีนี้ข้าพเจ้าเพิ่งเปลี่ยนธนาคารไม่รู้ว่า มีธนาคารที่ ทำเอทีเอ็ม หาย ต้องไปทำเรื่องจ่ายตังเสร็จ แล้วรออีก 7 วัน ค่อยมารับ

ซึ่งขณะรอต้องรอ รหัสขอบัตรใหม่ที่จะส่งมาทางไปรษณีย์อีกที – -

โอ้โห!!!! นึกว่า ทำเรื่องกับทางราชการสมัย 15 ปีที่แล้ว (ประหนึ่งดั่ง ตอนนี้เคยไปทำ – -)

ก็ถอนเงินที่กะว่าใช้พอภายใน 7 วัน

ซึ่งตามเคย – - ไม่พอ ด้วยหลายๆเหตุปัจจัย (แค่ถ่ายเอกสารชีท สอบซัม ก็ล่อไป สามสี่ร้อย – -)

ซื้อหนังสือเอนท์ (เล่มที่แสนที่ถูกหมกไว้โดยไม่ได้เปิดอ่าน – -)

อ่า กลับเข้าเรื่อง ทีนี้ ตังส์หมด ถอนไม่ได้(เหมือนมีเงินในบัญชี – -)

กลับมาหอ นั่งแงะกระปุก นับตัง คำนวณวันที่ต้องอยู่โดยไม่มี เอทีเอ็ม – -

เอาวะ สี่วันจากนี้ ใช้ตังเหรียญละกัน – - ข้าพเจ้าก็แงะกระปุกมาสี่วัน จนเงินร่อยหรอ (ภาวะใกล้ตายของจริง – -)

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่อยู่โดยไม่มีเอทีเอ็ม

ก็ไปทำบัตรอะไรเสร็จสรรพ ซึ่งไปกับเพื่อนที่มันไม่เคยเชื่อเลยว่าเราไม่มีตัง – -

คราวนี้ก็ถอนตังมาประทังชีวิตด้วยสายตาอันรวดเร็วของเพื่อนข้าพเจ้า มันก็เห็นตังในบัญชีคงเหลือ – -

ซึ่งมีอยู่ ร้อยนิดๆ (อุบาทว์ตัวเอง – -)

คราวนี้มันก็ชวนกินข้าวบอกหิวข้าว ในใจเราก็เฮ้ย สยามอ้าา มันไม่มีถูกนะ – -

เลยบอกมันว่า งั้นกิน เด๊นท์กัน

ก็เดินไปเด๊นท์ ตอนนั้นซึ่งข้าพเจ้าไม่หิวไง (เครียดหลายเรื่อง – -)

มันก็ถามว่า เฮ้ยอยากกินไร เราเลี้ยงได้ แกไม่มีตังส์ (เพิ่งรู้เรอะ!!!)

ข้าพเจ้าก็บอกว่า ไม่เป็นไรเราไม่หิว(มันไม่หิวจริงๆ – -) มันรีบบอกเฮ้ยไม่เป็นไร ก็แกไม่มีตังส์จริงๆ (ตอกย้ำเข้าไป – -) แถมถามว่า แล้ว แกจะได้ตังเมื่อไร

ข้าพเจ้าก็บอกว่า ก็ 28 ธ.ค. เนี้ย อีก หนึ่งอาทิตย์ – -

มันบอกเออเจริญ หนึ่งอาทิตย์มีเงินไม่ถึงสองร้อย แกจะกินน้ำปะปาประทังชีวิตหรือไง – - เราพอมียืมได้ๆ

ไอ้เราก็ แฮะ ที่ผ่านมาไม่เคยห่วงเราขนาดนี้นี่ – - มาแปลกวุ้ย อีกอย่างไม่ได้สนิทอะไรที่จะพอยืมตังได้ด้วย – -

(เพราะคนที่พอยืมได้ พร้อมใจกันบอกว่า “กูมีพอใช้อ่า ไม่พอให้ยืม -”)

โหวันนี้ ซาบซึ้งใจอย่างแรง!!!

วันนี้กลับมา นั่งคิดๆๆ เออ เราอนาถาขนาดนั้นเลยเหรอ – - (เริ่มชินกับสภาวะนี้ – -)

ว่าไง???

ก้ออ่านะ