แม่สาวมือกลอง ภาค2

Leave a comment
  อุ๊ตะ…มีเรื่องเม้าท์
วุ้นไปพักร้อน แล้วแวะกลับไทยห้าวัน อยู่ กทม สองสามวัน
ตามพิธีกรรมของวุ้นคือ…มา กทม ต้องเล่นเกมส์ ตีกลอง…
วุ้นติด นี่พูดเลอ…
เช่นเคย…ไปคนเดียว…แลกตังไว้เล่นให้แขนกำลังปวดพอดีๆ…
กำลังเล่นอย่างมุ่งมั่น (ยิ่งกว่าตอนทำงาน – -)…ก็มีเด็กผู้ชาย วัยรุ่น มาพูดกับวุ้นเป็นภาษาอังกฤษ เป็นวรรคเป็นเวร
วุ้น //สภาพตอนนั้น เนื่องจาก วุ้นโดนออฟโหลดจากไฟล์ท ได้มากทม ไฟล์ทถัดมา แบบฉิวเฉียด ทำไม กระเป๋าตามมาไม่ทัน – -…วุ้นเลยต้องอยู่ กทม หนึ่งคืน (กำหนดการเดิมคือ บินต่อกลับ เชียงใหม่เลย) ซึ่งทำให้ มีแต่เป้  - – ที่มีชุดสำรองชุดเดียว(คือ จัดกระเป๋ามั่วซั่วมาก – - จากกรีซ ชุดนั้น เป็นชุดไว้เที่ยวกลางคืน – - ซึ่งไม่ได้เที่ยว – -) เป็นเดรสป้าๆ…
คือมันไม่มีอะไรใส่แล้วอ่ะ…วุ้น มาจากเอเธนส์ ตอนบ่าย ถึงไทย บ่ายอีกวันนึงเลย ต้องเปลี่ยนชุด – -…เป็นอัเดรส นั่นแหล่ะ โทรมระดับ สิบสาม
การที่ แต่งตัวตามที่มี – - สภาพร่างนี่ ผีดิบมาก – -…แต่อินเนอร์เล่นกลองมันแรง – -…ก็มา ไม่แคร์ 
แล้วมีเด็กมาพูดอังกฤษรัวเป็นชุด /- -…ตอนแรกวุ้นก็นึกว่า อีเด็กนี่มันเป็นคนจีนแน่ๆ – -…
น้องทำหน้าล่อกแล่กมาก – -…วุ้น สันนิษฐานว่า น้องพนันกับเพื่อน มาเมกเฟรนด์กับป้าอย่างวุ้นสินะ วุ้นก็องหาเพื่อนน้องใหญ่เลย – -…ซึ่งไม่มี – -
น้องพูดอังกฤษตลอดเวลา ซึ่งวุ้นก็งงว่า…หน้าอิชั้น ดูพูดอังกฤษได้เหรอคะ – -… 
น้องถามวุ้นด้วยว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า – -…คุณพระ!!!…ชั้นโทรมเกินกว่าจะเป็นประชาชนชาวไทยสินะ – -…
วุ้นก็ถามกลับ…น้องเป็นคนไทยคร่าาา…วุ้นก็พูดไทยใส่เลย…ว่าคนไทยเหมือนกันนี่นา…
น้องก็ยังคงพูดอังกฤษใส่วุ้น เหมือนกับ ไม่เข้าใจภาษาไทยที่วุ้นพูด – -…(วุ้นมั่นใจว่าพูดไทยชัด – - สำเนียงเป๊ะมาก – -)
น้องก็ถามวุ้นว่า ยูเป็นดรัมเมอร์เหรอ (วุ้นอยากตอบว่า ตะก่อนเป็นดรัมมี่นะ แต่แม่เปลี่ยนใจ – -ไม่ให้ใช้ชื่อนี้ – -…อ้าว คนละเรื่องเหรอ – -)
วุ้นบอกเปล่า…แค่มาเล่นเกมส์เฉยๆ – -…น้องก็เริ่ม ชวนคุยด้วยประโยคพิศดารว่า ฉันเบื่อมากเลย ช่วยทำอะไรให้ฉันหายเบื่อหน่อย
ตอนวุ้นได้ยินน้องพูดแบบนี้…//ชัดเลย ชัดเลย แกแอบถ่ายรายการอะไรใช่มั้ย หน้าชั้น ดูออกรายการตลกเหรอยะ – -…
วุ้นก็มองหากล้องใหญ่เลย //เป็นชะนีที่มีพลังมโนสูงมากกกก – -
น้องก็พยายามท้าทายวุ้น – -…ซึ่ง…คือ…น้องคะ…ป้านี่ก็แก่แล้ว…ป้าไม่ใช่เด็กไฮเปอร์แบบหนูนะคะ…
ถ้าป้าจะเคยเด็ก…ป้าไม่เคยไฮเปอร์ระดับหนูนะคะ…ป้ามั่นใจ… ป้าแก่แล้ว…แต่ป้ากินทาโร่…ป้าจำได้บ้าง(ไม่ได้บ้าง)
ซึ่งท้ายสุดแล้ว – -…น้องมา…จีบ…ค่ะ – -
น้องคะ…ป้าก็แก่กว่าหนู หกปี (ซึ่งมารู้ทีหลัง ว่าน้องโกงอายุไปสองปี – -…กลายเป็น วุ้นห่างกับน้องแปดปี!!!!!)
แกเป็นเด็กที่ชั้นสอนพิเศษได้เลยนะ!!!!
บทเรียน….
ตีกลอง…อาจได้ผู้ชาย><…
คราวหน้า กลับไทย จะไปตีกลองทุกวัน สามเวลาหลังอาหารเบย -..-
ปล. ภาคแรกมันมีอยู่ในบล๊อกเก่า…ถือเป็นบล๊อกในตำนานวุ้นเบย 555
ก้ออ่านะ

ความพยายาม…กลับมา…

Leave a comment
  วุ้นรู้ตัว…
วุ้นหายหัวไปนานมาก – -…
อย่างที่บอก…วุ้นหายไปวุ่นวายเรื่องกรีซ 
วุ้นไปกรีซ เดือนเมษา – -…นี่จะปลาย พฤษภาแระ – -…
กลับจากพักร้อน…บริษัทรักวุ้นมาก – -…จัดงานจนวุ้น ไม่มีเวลาแม้กระทั่ออกไปซื้อของมาลัลล้า ทำอาหารเองเบย-  -…
มาม่าที่ไปขนมาจากโฮจิมินห์ ห้าสิบกว่าซอง หมดภายในเดือนเดียว – - (วุ้นเป็นมนุษย์ไม่ค่อยกินมาม่าเท่าไร ตั้งแต่เริ่มทำงาน – -…ครั้งนี้ถือเป็นสถิติใหม่)
ตอนแรกกะจะอัพ เรื่อง ไอเซค ต่อ…แต่คิดว่า ยังไม่พร้อม – -…อัพไป ก็พิมส่งๆ – -…งั้นเอาตอนหัวโล่งๆกว่านี้ก่อนเนอะ – -…
นี่พูดเลย – -…ตั้งแต่กลับจากพักร้อน ยังไม่มีเวลาให้ตัวเอง สวยๆจริงๆจังๆ – -…
เพราะ วันหยุดที่มี ก็แรดหนีไปเที่ยว ปารีส – -ให้ร่างพังเล่น…
คือวุ้นได้ มัลติเพิลวีซ่า มาซึ่งมันมีอายุแค่สามเดือนเองอ่ะ – -… เมษาก็หมดไปกับกรีซละ – -…พฤษภาเลยไปปารีสละกัน – -…
เงินน่ะ ไม่มีหรอก – -…แต่งก วีซ่า  - -…นี่ มิย. กะตอแหลไป “สักที่” (ทั้งๆที่ รับปากคนที่ไทยว่า จะกลับไปแน่นอน ตั้งแต่ พฤษภา – -)
มาดูกัน ว่า เดือนหน้า บริษัทจะปรานี ให้วุ้นมีเวลามาอัพนู่นนี่นั่นมั้ย
ปล. แอบดีใจที่มีคนมาถามเรื่องไอเซคเยอะมาก…แล้วน้องที่ถาม ตอนนี้นางก็อยู่โปแลนด์ ลัลล้า งามๆไปเรียบร้อย><… แอบอิจฉาน้อง555 
สรุป ตอนนี้ วุ้นก็ลงรูปกรีซก่อนไม่ได้ เพราะ สายเคเบิ้ลไอโฟนวุ้นเน่า – -…ต้องไปซื้อของแท้ – -…แง่มๆๆๆ
คิดถึงนะคะ ^^”"”
ก้ออ่านะ

คำอธิบาย…

Leave a comment
  วุ้นรู้สึกผิด – -
ตอนแรกตั้งใจจะจบเรื่องไอเซคให้ได้ภายใน เดือนมีนา – -…
อย่างที่เห็น วุ้นพยายามอัพตลอด…จนตอนนี้…
ที่หายไป ไม่ใช่ตรอมใจเรื่องวาเลนไทน์นะ 555…
ช่วงนี้ วุ้นกำลัง วุ่นๆกับการทำแผนไปกรีซ…
ความจริงรู้สึกผิดเรื่องที่เขียนเกี่ยวปราก ไม่ดีด้วย – -… เพราะหลังไปเที่ยวกับโฮส วุ้นไปช่วยสอนอีกโครงการ แล้ว หยุดสามสี่วัน เลยกลับไปเก็บปราก – -… ซึ่งวุ้นเตรียมรูปแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (ความจริงกลับไปนั่งอ่านประวัติศาสตร์ กับสถานที่มาระดับนึงละ…และลืมไปเป็นที่เรียบร้อย ถุยยย)
ความจริง วุ้น จองโรงแรม ตั๋วอะไรเสร็จละ เหลือ ถ่ายรูป กับไปทำเอกสารนิดหน่อย ก็ยื่นสถานทูตได้เลย  - -…
ช่วงนี้เลยไม่ได้ยุ่งกับแพลน…
แต่ยุ่งกับ การฝึกภาษากรีก และข้อมูลประเทศ(แหม่ไปประเทศร่ำรวยประวัติศาสตร์ทั้งที…วุ้นว่า วุ้นคงได้ลง กรีซ ก่อนอิตาลีแน่ๆเลย – -)
วุ้นว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว…มาศึกษากรีซกับวุ้นละกัน 555  เสร็จแล้วค่อยกลับมาไอเซคเนอะ (วุ้นพยายามลงเหตุการณ์ตามไทม์ไลน์อ่ะ เพราะ หลังวุ้นไปทำไอเซค ก็ร่อนเร่ เที่ยวนู่นนี่ นิดนึง ก่อนจะทำงาน ซึ่งพอทำงานก็ร่อนเร่อีกแบบ วุ้นจะตั้งกลุ่มใหม่ไปเลยละกัน 555)
อีกอย่าง…ในหนังสือท่องเที่ยวของไทยที่วุ้นคุ้ยมา…วุ้นไปเที่ยวอีกที่แทน – -…
แพลนวุ้นไป เอเธนส์ คอร์ฟู ไปส่องเขา เทสซ่าโลนิกิ เกาะนาซอส และจบที่ซานโตรินี่ (ไม่ได้จะอาร์ท – -…แต่ไปช่วงยังไม่เปิดซีซั่น มิโคนอส แฟรี่ ยังไม่มีไปเบย แง่มๆๆ)
ข้อมูลเมืองที่วุ้นอยากไป มีน้อยมากในหนังสือท่องเที่ยวภาษาไทย – -…เลยต้องมาหาใหม่หมดเลย – -…ฮืออออออออออ
แล้วยังไง…ก็ไปเที่ยวด้วยกันน้า^^…
ก้ออ่านะ

ค ริ ส ม า ส อี ฟ. . .

Leave a comment
  ความจริงไม่ว่าง – -…
แต่ชอบความรู้สึกตอนนี้มาก… วันหยุด ทำอาหาร ดูซีรีย์ ดูข่าว ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ เขียนบล๊อก (ใจคอ พี่จะไม่คิด ซักผ้า รีดผ้า ทำความสะอาดห้องเลยสินะ – -)
รู้ตัวนะ ว่าอยู่คนเดียวมากเกินไป…ตามใจตัวเองมากเกินไป…(ถ้าทำให้ จะตามใจตัวเองตลอดไป555)
นั่นแหล่ะ… วันนี้คริสมาสอีฟ… ปกติ วันนี้ไม่มีผลอะไร นอกจากตอนเด็ก ที่เรียนโรงเรียนคริสต์ จำได้ว่าจะชอบมาก
เพราะโรงเรียนจะหยุดวันคริสมาส และมีงานรื่นเริง เฉลิมฉลอง…กลายเป็นคนพุทธที่รักวันสำคัญทางคริสต์ 
เคยอยากย้ายศาสนาเพราะ งานนี้ – -…ทำเป็นเล่นไป วุ้นร้องเพลงงานนี้ เวอร์ชั่นภาษาไทยได้หมดเลยนะ จิงเกิลเบลงี้ ไซเรนท์ไนท์งี้ เวอร์ชั่นภาษาไทยนะฮะ – - (แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยนิยมแต่เด็ก)
ทุกปีที่โรงเรียน จะมีวันให้ใส่ชุดธรรมดา มากินเลี้ยง จับฉลาก… ตามประสาเด็กโรงเรียน ญ ล้วนที่โรงเรียนจะกฎเยอะมาก ถึงมากที่สุด วันๆนี้ เหมือนวันปล่อยผีเบาๆ ทุกคนจะคิดว่า จะทำผมอะไรมาดี(เพราะโรงเรียนให้ทำแค่ถักเปียในชุดนักเรียน – -)
จะแต่งชุดอะไรให้เพื่อนๆชื่นชม ว่าเราสวยมากกกกกกกกกกก 555
วุ้นอยู่โรงเรียนนี้มา 7 ปี จำของขวัญที่จับฉลากได้อยู่ชิ้นเดียว และเป็นปีสุดท้ายที่อยู่โรงเรียนนี้
มันคือ…หนังสือ “เจ้าชายน้อย”… วุ้นได้มาจากเพื่อนคนที่วุ้นเคยคิดว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด สนิทที่สุด แต่ด้วยนิสัยของวุ้นเอง ที่ทำให้เสียเพื่อนคนนี้ไป…นึกถึง ยองโด the heirs แบบนั้นแหล่ะ…วุ้นออกจากโรงเรียนตอน ป. 5 วุ้นไปตามล่าหาเบอร์โทร เพื่อนคนนั้น ตอนจะขึ้นม. 6 เพื่อขอโทษ 
วุ้นไม่ได้คาดหวังว่าเพื่อนจะตอบอะไร วุ้นรู้ตัวว่ามันไม่ใช่หนัง 555…เพื่อนคนนั้น แค่ประหลาดใจ ว่า “มึง”โทรมาทำไม555 แค่นั้นเอง 
เอาเข้าจริง นิสัยอันนั้น มันคอยทำร้ายความสัมพันธ์ของวุ้นมาโดยตลอด จนปัจจุบัน555 
มานึกๆดู…เมื่อก่อน วุ้น กระหายการท่องเที่ยวมาก…ต้องไป ต้องเห็น ต้องรู้
ตอนนี้…แม้แต่ ช่วงวันหยุดยาวของตัวเอง…วุ้นกลับเลือกที่จะเดินเล่น สวนสาธารณะ ดูคน นั่งมอง…สงสัยต้องไปตามหาแรงบันดาลใจก่อน 555
นอกเรื่องไปวายวอดมาก 555
อย่างที่บอก คริสมาส ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับวุ้น นอกจากรำลึกถึงวัยเด็ก ความสนุก ความตื่นเต้น ความรื่นเริง 
เวลาฟังเพลงก็จะนึกถึงช่วงเวลานั้นๆ…
วุ้นเคยเหมือนได้สัมผัสความรู้สึกคริสมาสจริงๆ ครั้งหนึ่ง ตอนเรียนปีสี่…
ตอนนั้น วุ้นมีเพื่อนต่างชาติคนนึง ที่รู้จักโดยบังเอิญมาก…เอาเรื่องที่เรารู้จักกัน เขียนนิยายได้อยู่ (ความจริงกะจะเขียนอยู่นะ 555)
ความจริง เขาควรจะกลับเยอรมัน ช่วงคริสมาสเนี่ยแหล่ะ… แต่ด้วยความที่เห่อประเทศไทย…จะเรียกว่าเห่อก็ไม่ได้ เพราะคนไทยรอบข้างฮี รักฮีเหลือเกิน – -(หมั่นไส้)
ทีนี้ ตามมาตรฐาน ช่วงคริสมาส เป็นช่วงสอบ คร่า…ฮีไร้เพื่อนกระทันหัน – -…ก็มาลากวุ้นไปกินข้าวด้วย…
วุ้น ก็เห่อสิคะ…มีคนชวนไปกินข้าวคริสมาส – -…ไปกินอาหารเยอรมัน เพราะฮีอยากได้บรรยากาศแบบที่บ้าน…ถือเป็นครั้งแรกเลยที่วุ้นได้กินอาหารเยอรมันจริงจัง…
ไม่ใช่แนวอย่างรุนแรง5555…จำได้ว่า กินได้อย่างเดียว คือสลัด 5555
ฮีผู้แสนภาคภูมิใจ ถึงกับหน้าเสีย ที่เจอ วุ้น กินอะไรไม่ได้เลย – -…(เค้าขอโทษ)
เหตุการณ์ผ่านไปสองปีแล้ว… รู้สึกวุ้นจะจำข้ามไปเลยแฮะ ป.5 ปีสี่ ตอนนี้(ซึ่งยัง)
ส่วนปีที่แล้ว…คริสมาส…วายวอดมาก – -…เพราะอยู่ในช่วงเทรน…จำได้ว่า ก่อนที่จะมา ยังบอกกับคนอื่นสวยๆว่า…วุ้นจะมาฉลองคริสมาส กะปีใหม่สวยๆที่นี่(โดยไม่สำเหนียกว่าอยู่ประเทศศาสนาอะไร)
ความจริงคือ…นั่งอ่านหนังสือหัวฟู จำทุกสิ่งอย่าง – -…เหนื่อยมาก – -…กระอักมาก
ยังคงนอกเรื่องต่อไป 555…
ช่วงสัปดาห์ก่อนคริสมาสนี้ วุ้นได้เห็นความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนอย่างแท้จริง..
ไม่ใช่แบบที่เราเห็นในเมืองไทยที่ซื้อของไปจับฉลาก ตาม loft ไรงี้…
เขาซื้อกันจริงจังมาก…จริงจังจนเราเริ่มเข้าใจถึงความสำคัญของงาน…
ปีนี้…คริสมาสอีฟ…วุ้นทำงาน- – …
by the way, merry Christmas ค่ะ
ก้ออ่านะ 

1 ปี…

Leave a comment
  1 ปีแล้ว…ที่ทำงานนี้ (นับจากวันนี้มา)
ยอมรับว่า งานนี้ไม่ใช่งานในฝัน
เตรียมใจมาโดยตลอดว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ถ้าจะถามว่า 1 ปีที่ผ่านมานี่ เจอเรื่องอะไรที่รู้สึกว่ามันร้ายแรงที่สุดของการทำงาน…ก็คงตอบว่าไม่มี
ไม่รู้สิ…ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาให้มีความฝันแบบคนทั่วๆไป – -…แต่ตอนนี้กำลังถูกใครบังคนให้ฝันแบบคนทั่วๆไป(เสียที)
1 ปีที่แล้ว…บอกกับตัวเองว่า จะเที่ยวให้ครบเลย!!…
ทุกวันนี้…นับประเทศได้ 555
1 ปี…ได้ทำตามเป้าหมาย ที่ควรจะทำ แต่ไม่ใช่เป้าหมายที่มาทำงานนี้เลย – -
1 ปี…ร้องไห้ กับงาน 1 ครั้ง…กับความรัก 3 ครั้ง…
ปีก่อน ไปสถิตอยู่ยุโรป เกือบสองเดือน จำได้ว่า วันที่ต้องกลับ รู้สึกแย่มาก…ไม่อยากกลับ…เหมือนฝัน ที่ได้มาอยู่ที่นั่น 
ปีนี้…ก็ยังไม่ home sick 555 ยังมีความสุขที่ได้กลับไทย นานๆครั้ง… (เกือบทุกเดือน ถุยยยยยย)
กลับไปขนอาหาร – -…ขนหนังสือ…เอาเข้าจริง ชีวิตที่อยู่ตอนนี้ เหมือนตอนอยู่ไทย นั่นแหล่ะ – -
1 ปี…รู้สึกแก่ขึ้น มาก…มากเกินไป – -…อุดมการณ์ที่เคยมี ร่อยหรอไปหมดละ – -…ความฝันบรรณารักษ์ แบบโคโลเนี่ยลลิสต์ อันตรธานไปหมดละ – -…
กลายเป็น…ถ้ามีลูกจะให้ไปเรียนที่ไหนดี – -…(เอิ่มขุ่นวุ้นใสคะ ช่วยหาสามีให้ได้ก่อนนะคะ)
1 ปี…ที่รู้สึกว่า ถ้ายังไม่เริ่มมีเป้าหมายระยะยาว(มากกว่า 1 ปี) มั่นใจว่า จะเขียนหัวข้อบล๊อกว่า 7 ปี แน่นอน(ถ้าไม่โดนไล่ออกนะ555)
ความจริงที่เขียนบล๊อก ครบ 1 ปี เพราะฉลองที่ยังอยู่รอดมาครบหนึ่งปี (พร้อมวอนนิ่งเลทเทอร์ใบนึง 555)
แต่อย่างว่า…ไม่มีงานไหน ที่สบายใจขนาดนี้อีกแล้ว…เพราะรู้ตัวว่า ถ้าเกลียดใครแล้ว จะดูออกง่ายว่าเกลียด…บางคน ทำงานด้วย 6-7 ชั่วโมง เรายังจะตายเลย
ถ้าทำงานปกติ แล้วเจอคนแบบนั้นทุกวัน คงตายพอดี – -…
1 ปี…ยังไม่เคยทำนายได้ว่า หนังหน้าอย่าง วุ้นใส ทำงานด้านนี้ 555 ยกเว้นพนักงานร้านซูปเปอร์มาร์เก็ตที่แฟรงเฟิร์ต – -…
1 ปี…ความพยายามที่จะเข้าใจ วัฒนธรรม นิสัย…ไม่สำเร็จ
1 ปี…คิดว่าจะสนิทกับเพื่อนร่วมห้อง…ไม่สำเร็จ (ให้ตายเหอะ วุ้นไม่สามารถเป็นเพื่อนกับคนสวยขนาดนั้นได้จริงๆ – -…เห็นหน้านาง ก็เขินม้วนต้วนไปนอกตึกแล้ว -..-)
1 ปี…ที่รู้ตัวว่า เป็นคนที่ชอบผู้หญิงน่ารักมากๆ – -(เช่นเพื่อนร่วมห้องตัวเอง)…ชอบมอง เพลินตาจริงจัง – -…เริ่มเข้าใจตัวเองว่าทำไมอยู่คณะนั้น และมาทำงานด้านนี้…และก็รู้ตัวเองจริงๆว่า ไม่ใช่ไบ จริงจัง – -…
1 ปี…ยังไม่ได้เที่ยว ประเทศที่ตัวเองมาอยู่จริงจังเลย
1 ปี…ยังไม่ได้อัพรูปลงบล๊อก อย่างเคยบอกว่าจะทำ – -
ก้ออ่านะ

คำอธิบาย

Leave a comment
- -…เริ่มหงุดหงิด – -…เขียนจะเสร็จ แล้วมันหายหมดเนี่ย – -…

คือวุ้นซื้อคอมใหม่ไม่มีโปรแกรมไรเบย – -…

ม่ะ…ที่ตั้งหัวข้อบล๊อกใหม่ เพราะจะได้เห็นชัดว่า มีเป็นเรื่องราวในยุคหลังวุ้นใสจ้านะ (อารมณ์ post modern ไรงี้) เพราะ ช่วงชีวิตที่วุ้นร้างราจากบล๊อกไปนั้น

วุ้นไปเรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง…มันมีการเติบโตทางความคิด(วุ้นมโน)…จะให้มาแบ๊วๆใสๆแบบเมื่อก่อนคงไม่มี 555

วุ้นยอมรับเลยว่า ช่วงที่เรียนมหาลัย วุ้นโตขึ้นเยอะ คงเพราะได้เรียนในคณะที่ไม่วายวอดแบบหมอด้วยมั้ง เลยมีเวลาเยอะ เลยเอาไปค้นหาตัวเอง ทำทุกอย่างที่อยากทำ ลงเรียนวิชาที่อยากเรียนโดยไม่แคร์เกรดที่ต่ำตมของตัวเอง

ได้ทดลองไปทำงาน ไปฝึกงาน ได้เจอผู้คนใหม่ๆ ได้เลิกคบผู้คนเก่าๆ (เอ๊ะ!!) ได้เจอคนดีๆ และคนที่ไม่ดี(มากๆ) ได้มีคนรัก ได้อกหัก ได้ท่องเที่ยว ได้เจออะไรมากมาย ได้เรียนรู้การตั้งใจเรียน(- -แสดงให้เห็นสันดานวุ้นใสอย่างดี) เพื่อที่จะขอทุนต่อโท(สุดท้ายก็ไม่ไป เพราะบ่จี๊ – -)

สิ่งเหล่านี้ เป็นบทเรียนชั้นดี ให้วุ้นเผชิญต่อโลกความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น (ไม่มองโลกใสๆเหมือนเมื่อก่อน เราทำดีกับเค้า เค้าคงไม่ร้ายกับเราหรอก – -…นาอีฟเวอร์)…แต่อย่างไรก็ตาม – - ก็ยังไม่สามารถเรียกตัวเองใหม่ว่า วุ้นกร้านโลก – -…เพราะสันดาน เป็นคนมองโลกดีเกินไปอยู่ดี – -…ดีจนหัวหน้างานด่า ว่าระวังจะซวยเอา ดีจนเพื่อนร่วมงานเตือนว่า จะโดนเอาเปรียบเอา – -…เอาน่า – -…วุ้นไม่แอ๊บ ละกัน จบนะ

ตั้งใจจะเขียนบล๊อกไอเสกดีๆ เผื่อเขียนดีจะรวมเล่มขาย(นโมสุดๆ)…สุดท้ายก็เขียนไปสามสี่บล๊อก – - อีวุ้นนี่

แต่วุ้นคงเขียนเรื่องไอเสกต่อไป – -…ในกรณีที่มีเดย์ออฟ – -…เพราะช่วงที่ผ่านมา เทรนอยู่ แล้วเรียนหนักเวอร์ (ซึ่งทำงานหนักกว่า – - )

ต่อไป ถ้าไปเที่ยวที่ไหน จะพยายามเก็บรายละเอียดมาเยอะๆ…อยากให้คนที่อยากเที่ยวถูกๆได้เที่ยวถูกๆ 555…

ปีที่ผ่านมา วุ้นเที่ยวเยอะมาก เดี๋ยวมีโอกาสจะมาอัพ…นะฮะ…

ก้ออ่านะ

ค ว า ม รู้ สึ ก . . . ข อ ง ก า ร เ ลิ ก กั น . . . ทั้ ง ๆ ที่ ยั ง รั ก – -

Leave a comment
เราต่างรู้ดี…

ว่าเราต่างกันมากแค่ไหน…

เราต่างรู้ดี…

ว่าเราไม่ใช่คนในฝันของกันและกัน…

ฉันรู้ดี…

ว่าฉันมีข้อเสียอะไรบ้าง…

ฉันพยายามบอก…

เพื่อให้เธอกลับไปคิดใหม่…

ฉันหวาดกลัว…

ความรักของเราที่กำลังเกิดขึ้น…

เธอมั่นใจ…

ว่ามันจะไม่มีเรื่องเสียใจเกิดขึ้น…

ฉันสับสน…

ในความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ของเรา…

เธออดทน…

กับการปรับตัวของฉัน…

ฉันอดทน…

เพราะคิดว่ามันต้องดีขึ้น…

เราแกล้งลืม…

ว่าเรากำลังอดทนสิ่งที่มองไม่เห็นกันอยู่…

ฉันเริ่มดื้อ…

กับกฎเกณฑ์ต่างๆที่เธอสร้างขึ้นมา…

เธอเริ่มเหนื่อย…

กับความดื้อดึงของฉัน…

ฉันปากกล้า…

เวลาอยู่ต่อหน้าเธอ…

เธอปากกล้า…

เมื่อคุยทางโทรศัพท์…

เราสองคน…

ไม่เคยยอมกัน…

เราสองคน…

ไม่ยอมคุยกันถึงเรื่องที่มีปัญหา…

ฉันไม่พูด…

เธอไม่ถาม…

ฉันเสียใจ…

เธอบอกว่าเหนื่อย…

ฉันขอโทษ…

เธอบอกว่าพอเถอะ…

ฉันขอแก้ตัว…

เธอให้โอกาส…

ฉันพยายามทำทุกอย่าง…

แต่ไม่เคยดีพอสำหรับเธอ…

ในทางกลับกัน…

ฉันไม่เคยรู้…

ว่าเธอเองก็น้อยใจที่ฉันเหมือนไม่สนใจ…

เวลาที่ฉันเกรงใจ…

เธอจะคิดว่าฉันดูถูก ไม่ให้เกียรติ…

เวลาที่ฉันประชด…

เธอก็จะคิดว่าป่วยการที่จะอธิบาย…

กลายเป็นว่า…

ทุกๆอย่างค่อยๆแย่ลง…

ฉันหลอกตัวเอง…

คิดว่ามันต้องดีขึ้น…

คิดว่าความรักของเรามันมากพอ…

ทั้งๆที่ความจริง…

เธอไม่เคยมองเห็น…

เธอมักจะพูดว่า…

ทำไมเพิ่งมาทำ…

ทำไมเพิ่งแสดงออก…

ฉันไม่รู้ว่า…

ความรักของฉัน…

ที่เธอเคยบอกว่ามองเห็น…

ที่เธอเคยบอกว่ามันมากจนกลัวจะทำให้ฉันเสียใจ…

มันไร้ตัวตนไปนานแล้ว…

เราสองคิด…

คิดต่างกันแทบทุกเรื่อง…

เธอจะบอกว่า…

เราก็ต้องคุยกัน…

ตอนแรก…

ฉันไม่คุย…

เธอพยายามคุย…

ตอนนี้…

เธอไม่คุย…

ฉันพยายามคุย…

แต่ตอนนี้…

เธอหมดรักฉันแล้ว…

จึงไม่มีประโยชน์…

ถึงฉันจะพยายามแค่ไหน…

ก็ตาม…

ก้ออ่านะ

รื้ อ ฟื้ น . . . สิ่ ง ที่ ลื ม เ ลื อ น

Leave a comment
เมื่อวาน…

แม่วุ้นย้ายของ เข้าบ้านสวน…ดูดีนะ – -

ก็เลยเห็น เฟรนชิป สมัย ม.ต้น ของตัวเอง

เห็น จดหมายเขียนโต้ตอบ สมัย ม.ปลาย

เห็น สมุดพก สมัย อนุบาล ยัน ม.ต้น (เตรียมฯ ไม่มีสมุดพกอ่า – -)

ดูแล้ว…เออ แฮะ เรามีชีวิตอยู่บนโลกเบี้ยวใบนี้ มา 21 ปีแล้ววุ้ย…

วุ้นจำได้…สมัยวุ้น อยู่ ป.1 เวลาคนอื่นพูดว่า เดี๋ยวอีกหน่อย แม่ก็สบายแล้ว ลูกโตแล้ว

วุ้นก็คิดในใจ…ป.1 เนี่ยนะ กว่าจะเรียนจบ…สิบกว่าปีเชียวนะเออ

ตอนนี้…แม่วุ้น…ประกาศกับทุกๆคน…อีกสองปีเอง

แล้วจะไม่ต้องเหนื่อยแล้ว…สาธุ- -

เข้าเรื่อง

เค้าบอกว่า…(เค้า ชื่อ วุ้นใสจ้า)…คนที่ชอบนั่งดูอดีตตัวเอง แสดงว่าปัจจุบันนี้มีอะไรไม่พอใจอยู่…

วุ้นว่า…ถ้าวุ้นชอบดูอนาคตเมื่อไร…แม่คงส่งเข้า สวนปรุง – -

พอวุ้นมาดู พวกเฟรนชิป…ก็เลยเพิ่งรู้ว่า…วุ้นเป็นคนเงียบๆ (คนปัจจุบันที่รู้จักกับวุ้น…อาจสงสัย)…หยิ่งๆ…

อ่านจดหมาย…โปสการ์ด สมัยม.ปลาย…ก็จะเห็นเพื่อนๆ ที่ปัจจุบัน ไม่ค่อยติดต่อกันแล้ว…อ่านแล้วอยากโทร. บอกพวกมันว่า…เฮ้ยมาส่งโปสการ์ดกันเถอะ!!!…

ขนาด…วุ้นว่าเรียน ม.ปลาย นี่ยุ่งมากมายเลย…พูดซะตอนนี้ สามสิบกว่าแล้ว – -

อ่านจดหมาย ของเพื่อน ม.ต้นที่ส่งมา…แล้วพูดรหัส ที่ตอนแรกวุ้นอ่านแล้ว นั่งนึกนานมาก…ว่าวุ้นไปทำอะไร ตอนย้ายมาอยู่โรงเรียน สหฯใหม่ๆ…

มีอยู่สองคำ คือ กางเกงพละกลับด้าน กับ สีเทา…

สีเทา นี่ นึกสองสามนาที ก็ร้องอ๋อ… – -…เพราะวุ้น ไม่รู้สึกอะไรกับมัน…ก็แค่เป็นกางเกงซ้อนใส่กระโปรง แค่นั้นเอง

ตอนเด็กๆ วุ้นเป็นคนไม่นิ่ง – - ถุงเท้าใส่แล้วไม่เกินอาทิตย์ก็ขาด…ถ้าไม่วิ่งเล่นตามตึก…ก็เล่นโดดหนังยาง…ไม่งั้นก็เล่น บอลระเบิด(เชียงใหม่) หรือ บอลหลบ(เชียงราย)…ไม่งั้นก็เล่น โปลิศจับขโมย…เล่น เตย เล่น ตี่ – -…

เห็นงี้ วุ้นเป็นเจ้าแม่ห้องสมุดนะ – -…อ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) เยอะได้อีก

นั่นแหล่ะ…เล่นแต่ละอย่าง…การใส่กางเกงซ้อนจะทำให้เรา ไม่ต้องห่วง…ว่าทุกอริยาบถของเรา จะมีลิง โผล่ให้ใครแซวเล่น…

โตๆกันแล้ว…พวกผู้ชายก็ยังเล่นเปิดกระโปรงผู้หญิง – -…ซึ่งวุ้นเผลอจริง ถึงโดน…ก็เจอกางเกงซ้อนวุ้นเนี่ยแหล่ะ – -…ก็เลยโดนแซว – -…

หลังๆ พวกนี้จะมีวิวัฒนาการ…นอกจากไล่เปิดกระโปรงผู้หญิงแล้ว…มันยังดึงกางเกงพละ ด้วย – -…ซึ่งก็ทำไรวุ้นไม่ได้ – -

ถึงจะใส่กางเกง วุ้นก็ใส่กางเกงซ้อนตลอดอ่า – -…ติดเป็นนิสัยเลย ตอนมาเรียนที่ กทม. ใหม่ๆ นี่… เอวมันจะสูงแถมเข้ารูปชิมิ…กระโปรงวุ้นก็จะเหมือนมีห่วงยางรอบเอว..(แค่พุงก็บานแล้ว มีกางเกงซ้อน อีก เหมือนคนท้องกันเลยทีเดียว)…

หลังๆก็ไม่ได้ใส่…แต่วุ้นเคยเปิ่น ตอนเรียนปีหนึ่ง…ต้องใส่พลีท แล้วมันก็ยาวแหล่ะ แต่เราดูมันเบาๆ ปลิวง่ายไง – -…เลยใส่กางเกงซ้อน(สีเทา – - ผูกขาด) ไป…คนมองวุ้นแปลกๆเลย – -…ใส่วันเดียวก็เลิก 555…(ม.ปลาย ใส่เป็นเดือน จนเพื่อนบอก แกเลิกใส่เหอะร้อน – - มันร้อนจริงๆ – -)

ต่อมา…กางเกงพละกลับด้าน…จนปัจจุบัน วุ้นก็ยังไม่แน่ใจ…ว่าคืออะไร…สันนิษฐานว่า…คงเคยใส่กางเกงกลับด้าน (หน้า-หลัง นะ ไม่ใช่ ใน-นอก แน่อน – - ถึงจะเอ๋อ ก็ยังไม่ขนาดนั้น)

ตอนนี้…ก็งงอยู่…แล้วไปใส่กลับด้าน ให้ชาวบ้านเค้าจับได้ ได้ยังไง – -…สงสัยตอนเอาของใส่กระเป๋ากางเกงมั้ง – - มันคงตุงแปลกๆ – -…

ช่างมันเถอะ – -…

วุ้นว่ามันต้องมีคนแบบวุ้น บ้างแหล่ะน่า…

แต่อย่างม.ปลาย…วุ้นก็เป็นประจำ คือ ใส่เสื้อทับกลับด้าน…เพราะตื่นเช้าด้วย…

คอ กับหลังเวลารีบๆ มันดูไม่ออกอ่า…จะดูออกตอนเพื่อนทักว่า ทำไมวันนี้เสื้อทับ มันติดคอ แล้วด้านหลังเว้า – -…ช่วงแรกก็ไปเปลี่ยน…หลังๆปล่อยมัน – -

ดูไม่รับผิดชอบเนอะ – -…

อ่านอะไร…เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพื่อนแล้ว…

วุ้นก็แปลกใจ…คนที่ชอบเอาวุ้นไปนินทาเนี่ย…ส่วนใหญ่ที่วุ้นได้ยินมา – -…จากใครก็ไม่รู้ เคยคุยกัน แบบนับครั้งได้ – -…แต่สามารถเล่าเรื่องวุ้น ได้เก่งกว่าเพื่อนสนิทวุ้น รู้อีก…

กลับมาที่ สมุดพก…

เพิ่งเห็นว่าตัวเอง…อ่อน วิชา พลศึกษา…งานบ้าน…งานเกษตร…ศิลปะ…จริยศึกษา…มาก – -

แต่ที่ฮาคือ…ตรงที่ให้ ครูประจำชั้น กรอกว่า บุตรหลานของท่านควรได้รับการส่งเสริมในด้าน…

อนุบาลสอง…ด้าน…นาฏศิลป์ (คะแนนห่วย…แต่พอเข้าใจเพราะได้ไปรำอะไรงี้…สาเหตุเพราะเรียนไม่อ่อนมั้ง จับมารำก็ไม่เสียการเรียน – -)

อนุบาลสาม…ด้าน…กีฬา (คะแนนห่วย…แต่พอเข้าใจเพราะวิ่งแข่งได้มาสองเหรียญทอง…เป็นที่มาของการเข้าใจตัวเองผิดๆว่าถึกมากมาย – -)

ป. 1 …ด้าน…ภาษาอังกฤษ…ปีนั้น วุ้นได้คะแนนอังกฤษห่วยกว่า ปีอื่นๆที่ได้ดีกว่านั้น – -

ป. 2…ด้านคณิตศาสตร์…เหมือนจะเข้าเค้า…แต่ปีต่อๆมา วุ้นคะแนนร่วง ฮวบฮาบ…ผลจากการเหลิงว่า…เก่งแล้ว เลยไม่สนใจเรียน

ข้อเสนอแนะผู้ปกครอง…ทุกปี แม่จะเขียนเหมือนกันหมดว่า…อยู่บ้านไม่สนใจเรียน…ดูแต่การ์ตูน ไม่งั้นก็ อ่านแต่ การ์ตูน…ดูทีวี ไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง ขอความกรุณาคุณครูช่วยตักเตือน…

ซึ่งตรงข้ามกับ ข้อเสนอแนะคุณครู…ความประพฤติเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ ทุกอย่างดีอ่า – -

วุ้นว่า…ตอนอยู่โรงเรียน…วุ้น เป็นลิง มากกว่าที่บ้านนะ – -…แบบ ดื้อได้อีก…แต่เรียนดีไง – -…ครู เอาเรื่องไม่ได้ – -…เพราะร้ายเป็นกลุ่ม จะไม่ถูกเพ่งเล็ง…หารู้ไม่ วุ้นเนี่ยหัวโจกท์ – -

ความจริง ถ่ายรูปคะแนนมาอ่า แต่ถ้าย่อคงดูไม่ออก เลยไม่เอาลง – -…แค่ไม่ย่อยังต้องเพ่งเลย

มานั่งดู…คะแนน…แต่ละวิชาจริงจัง…ตอนเด็กไม่รู้เรื่องหรอก…สนแค่ อันดับที่อย่างเดียวเลย…

มาดูคราวนี้ ทำให้ตัวเองที่เข้าใจผิดมานาน ว่า เคยสอบได้ที่แย่สุด (สมัยประถม) คือที่ 13 ความจริงมันที่ 11 – -…แค่นั้นก็ตราบาปวุ้นมหาศาล

ซึ่งโตมา…วุ้นโง่กว่านั้นเยอะ – -…

วุ้นไม่เข้าใจ – -…ทำไม วิชา ลูกเสือ…เกษตร…งานบ้าน…พละ…ศิลปะ…มันห่วย – -…เล่นโดดยาง วุ้นเก่งสุดนะ – -…พละน่าจะเทพตามดิ – -

เกษตร…วุ้นก็ทำหมดนะ – -…ใช้ไรวัดอ่า – -…เคืองช้าไปมั้ย – -

อ่อ…อีกอย่าง…ที่ยืนยันว่าวุ้น เป็นคนขี้อาย…คือ…สมุดพก ทุกเล่ม คุณครูบอกว่า…ถ้ากล้าแสดงออกมากกว่าจะดีมาก…เป็นปะล่ะ…ว่าวุ้นขี้อายขนาดไหน

อ่านแล้ว…คนที่รู้จักวุ้นตอนนี้…จะเชื่อมั้ยเนี่ย – -…

ก้ออ่านะ

เ รื่ อ ย เ ปื่ อ ย . . . เ ลื้ อ ย เ ปื่ อ ย ย . . .

Leave a comment
อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา

สอบเสร็จแล้ว….

ตามที่คิด ตั้งแต่ ก่อนสอบ – -

ว่า สอบเสร็จ ข้าพเจ้าจะ…

ว่างมว๊ากกกกกกกกกกก

ดังนั้น ระหว่างที่เหมือนจะอ่านหนังสือสอบอยู่นั้น

ก็นั่งนึกๆๆ

สอบเสร็จ…

ไปไหนดีว้า…

ทำไรดีว้า…

เนื่องจากปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน – -

(เหมือนกลับบ้านแล้วมีอะไรทำ – -)

กลับมา…

ผลของการว่าง ข้าพเจ้า ก็หยิบ อะเดย์บูลเลท ฉบับ october sonata มาเปิดอ่านดู

บรรณาธิการ เค้าก็พูดเรื่อง”การรอคอย”

การรอคอย…

วุ้น ว่านะ ในชีวิต ของทุกๆคนผ่าน “การรอคอย” มาแล้วแน่นอน

เค้าบอกว่า การรอคอยเนี่ย มันทำให้เรา ขาดอิสระภาพ ที่จะทำอะไรหลายๆอย่างเลย

แล้วหลายๆคนก็จะบอกว่า…

ไม่นี่…เราสามารถทำอะไรพลางๆระหว่างนั้นได้เลยนะ…

ซึ่งในความเป็นจริงนั้น เราปฏิเสธ ไม่ได้หรอก ว่ามันไม่สามารถ ทำสิ่งที่พลางๆ ได้เต็มที่แน่นอน

กลับมาต่อ ข้อเสียของการรอคอย อีกอย่างก็คือ

มันมีวิธีเดียวที่รักษาหายด้วย

คือ ให้สิ่งที่รอคอย มา

ทฤษฎีดูชิว แต่ ปฎิบัติ โดน เอฟ กันมาหลายคนแหล่ว – -

….

เดี๋ยวมาอัพต่อนะคะ – -

เมาแต่เถียงเรื่องความรัก ในเอม จน ดึก – -

กลับมาแหล่ว…ในที่สุด…

ข้าพเจ้าก็ได้ไปดูมา ฮี่ๆๆ

october sonata ดูแล้วอารมณ์แบบ…

การรอคอยนี่น่ากลัวกว่าหมอฟันอีกแฮะ (อยากรู้เรื่องราวหมอฟัน ตามอ่านได้ ในบล๊อกเก่าๆ <<โปรดระวังโฆษณาบล๊อกแฝง – -)

แล้วมันทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งๆหนึ่ง ที่ปัจจุบัน มันจับต้องได้ยากแล้วอ่า

ลองนึกดู…ปัจจุบัน ความสะดวกสบาย มันเข้าถึง จนสร้างพฤติกรรมความเคยชินให้มนุษย์โดยธรรมชาติ

ซึ่งความสะดวกสบาย มันเป็นสิ่งที่ดีแหล่ะ เพราะ บางอย่างมันก่อให้เกิดการพัฒนา (ดูมีสาระมากมาย – -)

แต่มันก็ทำให้เรา หลงลืม อะไรบางอย่าง

กลายเป็นว่า ในปัจจุบัน บุคคลที่สามารถนำสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม มาทำให้คนส่วนใหญ่เหล่านั้น ตระหนักได้ ก็จะเกิดกระแสขึ้นมาในสังคม

แต่…กระแสที่เกิดขึ้นมาในสังคมนั้น ก็ดันมาทำลายตัวตนของสิ่งที่ทำให้เราตระหนัก อย่างไม่รู้ตัว (ใครอ่านเข้าใจมั่ง? – -)

ง่ายๆเลย…ใครเคย ส่งจดหมายคุยกับเพื่อนหรือใครก็ตามมั่ง?

ถ้าใครเคย ก็จะรู้ถึง เสน่ห์ของมัน โปสการ์ดก็ได้…

วุ้นว่า มันเหมือนเป็นของที่เฉพาะอ่า…

นึกดู…ส.ค.ส. งี้

ปัจจุบันเราก็ส่งข้อความหนึ่งข้อความให้สิบคน แต่ถ้าคุณเขียน โปสการ์ดให้สิบคน

แน่นอน…ข้อความมันอาจคล้ายกันนะ เพราะส่งไปเพื่ออวยพรปีใหม่…

แต่ เรากลับรู้สึกว่า มันมีหัวใจ มีความรู้สึก ในนั้นมากกว่า ข้อความจากมือถือ – - (ไม่เอา ส.ค.ส. จากบริษัทนะ – -)

นี่เป็นเสน่ห์ของการรอคอย (เอ๊ะ…แกเพิ่งกลัวการรอคอยไปนี่นา – -)

เสน่ห์ ของ ความช้า

เริ่มคิดไม่ออก

ปล. ปีใหม่ใครไปไหนมามั่ง?

วุ้นไปไหว้พระเก้าวัดมาแหล่ะ สนุกดี^^

เจอคุณป้าคนหนึ่งที่วัดสุทัศน์ แล้วเค้ามาขอให้เพื่อนวุ้นช่วยจดคำสวดมนต์จากหนังสือของวัดให้ เนื่องจากตัวอักษร มันเล็กมาก แล้วคุณป้าเค้ามองไม่ค่อยชัด

วุ้นเลยอาสาตัวเองให้ เพราะ เพื่อนลายมือสวยเกินไป กลัวคุณป้าไม่สวดมนต์ – -

ประเด็นก็คือ – - วุ้นรู้สึกแย่ ที่คุณป้า พูดเหมือนดูถูกตัวเอง ประมาณว่าป้าเรียนมาน้อย แค่ป.สี่เอง เลยเป็นแบบนี้…

ซึ่งวุ้นก็ไม่ทราบว่า แบบนี้ คือแบบไหน – - เพราะแบบนี้ในสายตาของวุ้น คุณป้าน่ารัก อัธยาศัยดี ดูเป็นคนดีเลย แล้วก็เก่งด้วย มาเที่ยววัด คนเดียว (แบบเป็นห่วง สังคมสมัยนี้แอบโหดร้าย)

ก็เลยสงสัยว่า การศึกษาไม่ได้ ทำให้คนดูดีหรอก ถ้าคนๆนั้นมันจิตใจไม่ดี

อย่างวุ้นเป็นต้น – -

ก้ออ่านะ

อั พ บ้ า ง . . . อ ะ ไ ร บ้ า ง

Leave a comment
ไม่อัพบล๊อกมานานแสนนาน – -

ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ – -

วุ้นดองอีเมลล์เพื่อนสิงคโปร์ที่เจอกันตอนปีใหม่ มาสองเดือนแหล่ว – -

เอางี้ ถ้าใครหลงอ่านเข้ามา

ช่วยวุ้นทีเต๊อะ

ช่วงที่วุ้นส่งอีเมลล์คุยนั้น ก็ตกลงกันว่า วุ้นจะส่งเมลล์ ภาษาไทย-อังกฤษ ฉบับเว้นฉบับ

เพราะจูเลียนน่า เค้ากำลังศึกษาภาษาไทยอยู่ จะได้ฝึกไปในตัว

//แน่ะ วุ้นป่าวอู้เนียนไม่พิมอังกฤษน้า – -

อยากบอกเหมือนกันว่า การพิมอีเมลล์ภาษาไทยให้คนที่เรียนภาษาไทยอ่านนี้แอบยากพอดู – -

ต้องมานั้งคิดว่า เวลาเรียนภาษาไทยเนี่ย เค้าต้องสอนโครงสร้างการเรียงภาษา แล้วศัพท์แสงงี้ – -

จะส่งไปว่า “หวัดดี” ไรงี้ ก็ไม่ได้ “ดีจ้า” ไม่ได้ ต้อง “สวัสดี” ประมาณนี้อะไรงี้ – -

ทีนี้ ช่วงหลังๆ จูเลียนน่า ก็มีสกิล ภาษา มากขึ้น

สบายวุ้นสิ เนียน ส่งภาษาไทยไป แล้วไม่คิดโครงสร้างประโยคดีๆ

จูเลียนน่า ก็เมลล์มาตอบว่า คำว่า “แล้วไข้หวัด2009ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง” คืออะไร

วุ้นเลยดอง เมลล์มาสองเดือน – - เพราะตอบไม่ได้

//เสื่อมตัวเองจริงๆ – -

ใครสามารถ แปลเป็นอังกฤษให้วุ้นที

รางวัลเป็นแคบหมูจากเชียงใหม่ 555

กะจะเล่าเรื่อง ตบต ไหงเนียนไปเรื่องอีเมลล์เนี่ย – -

วุ้นไปดูรถไฟฟ้ามาแหล่ะ

ร้องไห้ไปสามยก – -

ที่เกี่ยวกะ ตบต คือ…อารมณ์ เหมือนเหมยลี่อ่า

จริงจังๆ แบบเจอหน้ามันงี้ เข้าห้องน้ำที ไม่ได้ไปทำไรนี้ ไปกรี๊ดทำท่าดีใจ ที่ได้ไปกินข้าวกะมัน 555

เฮ้อ…พูดแล้วก็เพ้อ

อย่างมีตอนหนึ่งที่ มันฝากไปต่อคอร์สเรียน ซึ่งต้องเอาใบเสร็จเก่ามาดูชื่อ ห้องเรียน อะไรงี้

มันก็ให้ใบเสร็จมา กะตัง

วุ้นนี่ ว่างๆก็เอา ใบเสร็จมามอง (สภาพโทรมๆ เพราะมันไม่ค่อยดูแล แต่สภาพดีกว่าวุ้นอยู่ดี – -) แค่เห็นชื่อ ก็มีความสุข แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย

แต่…พอต่อคอร์สเสร็จ มันก็ขอคืน – - เสียใจ (เก็บไว้ดูต่างหน้าก็ไม่ได้ T____________T)

ว่าไป…

วุ้นไม่ได้คุยกะ ตบต มานานแสนนาน

ตบต เปลี่ยนไป ช่วงที่ก่อนปิดเทอมซัมเมอร์ แล้วค่อยๆหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนวุ้นเปิดเทอมปีสอง – -

ปรากฎว่า เจอกันอีกที มันออนเอมค่ะ – -

อยู่เมืองจีน กำลังเรียนภาษา เพื่อเรียนโท ที่เซี่ยงไฮ้

ยู fudan พอวุ้นรู้เมือง รู้ ยู ปุ๊ป

วสจ ก็จัดการ ไปหาอากู๋หาข้อมูล ทุนเรียนที่นั่น 555 (ไม่ค่อยเลย – -…เข้าใจเลยว่าทำไม เรื่องเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำไมพระเอก ถึงยอมมาเรียนโรงเรียนดนตรี ตามนางเอก…เมื่อก่อนสงสัย ตอนนี้ กระจ่าง…อารมณ์นั้นเลยอ่า)

พอรู้ว่า ทุนอะไรเรียบร้อย ต่อไปก็ตามหาสถานที่เรียนภาษาจีน อย่างมุ่งมั่น

ตอนนี้ หาที่เรียนเรียบร้อยแล้ว

เหลือสมัคร 555

พอ ตบต รู้ว่า วุ้นจะไปเรียนภาษาจีน

มันก็ด่า ว่า ทำไมมึงไม่เอา ญี่ปุ่นให้ดีก่อนวะ – -

อยากจะบอกเหมือนกันว่า ญี่ปุ่นอ่าไม่ทิ้งหรอก แต่ที่เรียนจีน เพราะแกนั่นแหล่ะ – -

พอสองสามวันต่อมา เริ่มมีสติ

มานั่งนึก

กว่าวุ้นจะไปทุน คงเป็นทุนต่อโท ตอนนี้ วุ้นเรียนปีสอง อีกสองปีจบ (จริงจัง – -)

มันเริ่มเรียนปีหน้า คือ วุ้นเรียนปีสาม

ตามมาตรฐาน ป.โท มันเรียน สองปีชิมิ

มันเรียนจบ วุ้นก็กำลังไปจีน – -

แถวบ้านเรียกไม่เจอมันอ่า – -

แต่…ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีหวัง 555

วุ้น ก็ยังดึงดันจะเรียนอยู่ดี – -

แต่คงไม่รีบร้อน – -

ใครบอกว่า รักข้างเดียว มันแย่ – -

ดูวุ้นนิ เป้าหมายใหญ่โต

ตั้งใจเรียนเพื่อให้เกรดถึงขอทุนไปนอก (เพื่อตามผู้ชาย)

ถ้าไม่มีวงเล็บ คงดูเป็นเด็กดีนะ 555

เฮ้อออออ… เลฃ่าเรื่อง ตบต นี่ไม่มีจบสิ้น – -

ทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันแหล่ว – -

ความจริง คงไม่ได้เจอกันถาวรเลยแหล่ะ

วงจรชีวิต มันคนละลูป – -

ก้ออ่านะ