รั ก ห รื อ เ ป ล่ า ? ! . . .

Leave a comment
วันนี้ มีเรื่องไม่คาดฝัน

ไม่คาดคิด ไม่เคยคิด ว่ามันจะเกิดขึ้น

และมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว!!!

วันนี้ข้าพเจ้า ขอแนะนำตัวละครเพิ่ม อีกหนึ่งตัว เค้าคนนั้นมีชื่อว่า คนในฝัน – -

(รู้สึกเหมือนตัวเอง คล้ายๆแอร์กี่วุ้ย – -)

วันนี้ ข้าพเจ้ามีนัดกับคนในฝันเนื่องจาก วันเกิด และ คนในฝันก็มาส่งข้าพเจ้าที่ เอยูเอ

ขณะนั้น ตอนที่อยู่เอยูเอ ก็อุตส่าห์ไปนั่งในที่ๆ คิดว่า คนในคลาสต้องไม่เห็นแน่ๆ – - (เปล่า เจตนา ซ่อนเร้น – - แต่ในคลาส จะมีแมลงเม้าส์อยู่ – - ซึ่งคงไม่ดีแน่ – - )

เดี๋ยว….ขอย้อนกลับไปตอนแรกก่อน..

จากเหตุการณ์ ที่โดนลุงนักกฎหมายแซว เมื่อถึงคลาสต่อมา – -เหมือนเดิม โดนแซว คนๆนั้น ก็โพล่งไปเลยว่า “มีแฟนแล้ว !!”

ข้าพเจ้านี้อยาก หันไปตบหัวคนๆนั้นจริงๆว่า “ชั้นก็(คง)มีแล้วเหมือนกันย่ะ (ที่วงเล็บเพราะ คนในฝัน เค้า…คิดเหมือนเราหรือเปล่าไม่รู้ – -…เดี๋ยว คนในฝันบอกปัด – - จะได้ไม่เสียหมามาก – -)

แต่ด้วยความ ตอแหลส่วนบุคคล ก็ทำหน้าแบบ เหวอๆ (ความจริงก็รู้แหล่ะ ว่า อย่างนี้ไม่เหลือ ให้คนหน้าตาแย่ๆอย่างข้าพเจ้ามาเชยชมได้หรอก – -)

ซึ่ง เค้าคนนั้น ก็เหมือนไม่อยากใช้มุกว่า “มีแฟนแล้ว” สักเท่าไรนัก เพราะเห็นหน้าที่คนๆนั้น อึดอัด เวลามองข้าพเจ้า (ในใจ – กูไม่แซวเรื่องแฟนมึงหรอก เพราะกูจะเนียน ฮา…)

กลับมาต่อ…

หลังจาก อ้อยอิ่ง กับ คนในฝัน ก่อนจะ ขึ้นมาเรียนในคลาสแล้ว ข้าพเจ้าก็เห็นว่า – - สุดท้าย แม่งคนในคลาสก็เห็นอยู่ดี เพราะมีคนมาสาย เห็นพอดี

แต่…คนๆนี้ คงไม่เลวร้าย – - เพียงแค่ คงนินทาในใจ และคงไปนินทาให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนที่เรียนเอยูเอ แน่นอน…ปล่อยไป…

ข้าพเจ้าก็เนียน วิ่งมาเรียนเหมือนรีบเร่ง (ทั้งๆที่ความจริงมาถึงนานแล้ว – -)

แล้วเข้าไปนั่ง…ที่เดิม…ข้างคนๆนั้น…เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว…ว่าเราสองคนต้องนั่งข้างกัน…เอาไว้เม้าท์เบ่งเกทับ เรื่องอาจารย์

เช่น…

ข้าพเจ้า – โอ้วว จะผอมไปไหน อย่างนี้ ต้องเดินโอบเอว จะได้ไม่ปลิว เดี๋ยวกลางคืนจะนอนกอดให้หายอุ่นเลยนะจ๊ะ ว. จ๋า

คนๆนั้น – กอดแล้ว ไม่ไหว ผอมไป แข็งโป๊ก

ข้าพเจ้า(หันไปทำตาเขียวใส่) – มั่วละ ว. ของเค้า แกน่ะ นู่น(พร้อมกับยื่นหน้าไปที่ชายหนุ่มล่ำๆที่มาเรียน – คนเดียวกับที่เห็นข้าพเจ้าอยู่ กับ คนในฝัน)

หรือเช่น…

คนๆนั้น – ไปดูดวงมาแหล่ะ หมอดูบอกว่า เนื้อคู่เป็นชาวต่างชาติ รู้สึกมาจากอเมริกา รัฐ แคโลไรนา ด้วย

ข้าพเจ้า – มั่วอีกแล้ว นั่นมันดวงเค้า แกน่ะ เอานู่นไป (ยื่นหน้าไปทางหนุ่มล่ำบึ้ก) ชอบไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆๆ

เป็นต้น

แต่วันนี้ พอข้าพเจ้านั่งที่ปุ๊ป

คนๆนั้น – แหม…วันนี้เอาแฟนมาด้วยนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแฟน

(ในใจ – แสรดดดด กูว่าองศาที่กูอยู่กับคนในฝันเนี่ย กูว่า มึงต้องไม่เห็นสิ!!)

ข้าพเจ้า – หืออ…อะไร – - พูดอะไร

คนๆนั้น – ดีเหมือนกัน ตัดคู่แข่งหัวใจไปอีกคน

ข้าพเจ้า – อย่ามาๆ ว. ของชั้น ไม่เกี่ยวเฟ้ย

คนๆนั้น – มีแฟนแล้ว ไม่ต้องเลย

(ขอไม่พูดถึงบทสนทนาโต้ตอบเรื่องคนในฝันกับ คนๆนั้น – - เพราะเดี๋ยวงานเข้า – -)

อารมณ์เหมือนแบบ คนๆนั้น ประหลาด(ที่หน้าอย่างข้าพเจ้า มีคนคบ – - หรือไม่ทราบได้) แต่เหมือนพยายามพูดเรื่องนี้ – -ซึ่งข้าพเจ้าต้องคอย แก้ให้ไม่ร้ายแรงมากนัก – -เพราะ

คนๆนั้น – แหม…สวยเลือกได้

(ในใจ – ประชดกูแบบนี้ มึงเอามีดมาแทงกูเล้ยยย)

ข้าพเจ้า – เป็นอะไรหาาาา

รู้สึกเหมือนคนๆนั้นไม่พอใจ(ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง – - แต่ เด็กอนุบาลก็ดูออก) อารมณ์ไม่ค่อยดี – -

คนๆนั้น – สวยเลือกได้

ข้าพเจ้า – ก็ใครจะไปหล่อเหมือนแกเล่า ไอ่หล่อ ไอ่สูง (ประชดสุดๆ)

เมื่อถึงตอนพัก ใบปลิว โฆษณา เชสเตอร์ที่ข้าพเจ้ารับมาแล้วไม่ได้ทิ้ง ติดมาด้วย – -

พี่ที่นั่งด้วยก็หยิบมาดู แล้วเราก็มาชี้ๆว่า อยากกินอะไร

ซักพักคนๆนั้นก็

คนๆนั้น – เห็นแล้วหิว อยากกินสปาเก็ตตี้

ข้าพเจ้า – อย่าพูดเดะ มันหิวตามเฟ้ย

คนๆนั้น – ไหนดูซิ กินอะไรดี

ข้าพเจ้า(ชี้ไปที่โปร กินสองคน) – เฮ้ย มันนี้เคปะ เนี่ย ไหนคิดซิ คุ้มมั้ย ได้เฟรนฟรายส์เพิ่มด้วย – - เฮ้ย สิบเอ็ด บาทกะเฟรนฟรายส์ ไม่ค่อยคุ้มแฮะ – -

คนๆนั้น – หิวๆๆ

ข้าพเจ้า – เรียนเสร็จก็ไปกินเสะ

คนๆนั้น – อ่านะ

ข้าพเจ้า(เรียกพี่ที่ดูด้วยก่อนหน้านี้) – เอางี้มั้ย เรียนเสร็จไปกินข้าวกันเนอะๆ

คนๆนั้น – เอาดิๆ

ข้าพเจ้า – กินสยามเคปะ

เบรกกกกกก…

ช่วงพัก – - ข้าพเจ้าไปเข้าห้องน้ำ – -ตามปกติช่วงพัก คนจะเยอะเลยวิ่ง

คนๆนั้น – แหม จะรีบไปหาแฟนหรือไง

ข้าพเจ้า – เค้ากลับไปนานแล้วย่ะ หรือแกแอบชอบ เดี๋ยวชั้นติดต่อพี่เค้าให้

กลับมา….

เมื่อเรียนเสร็จ

คนๆนั้น – ไปกินข้าวกันหิวววว

ข้าพเจ้า – เอาจิงปะ ไปจิงนะเนี่ย – -(แล้วชวนพี่อีกคน)

และแล้วเราก็มาอยู่ที่สยาม – -(ใจง่ายจริง – -)

ลงพารากอนปุ๊ป (ขอนอกเรื่อง – - เพิ่งเห็นรูปที่รักเป็นพรีเซนเตอร์แชมพู กรี๊ดดดด…และโดนคนๆนั้น แขวะว่า ที่รักข้าพเจ้า ถ่ายคลิปโป๊ – -แถมมั่วว่า ที่รักเค้า เคยเป็นแฟนกับ เฉินกวานซี – แหม่ๆในใจบอกว่า มั่วของแท้ แฟนเฉินกวานซีน่ะ วุ้นใสจ้า ชัดๆ – -)

แล้ว เราก็เถียงกันเรื่อง ที่รักข้าพเจ้า – -

ข้าพเจ้า – อ่าถึงแล้ว อยากกินไรล่ะ

คนๆนั้น – เธอเจ้าถิ่นก็บอกสิ

ข้าพเจ้า – งั้นอยากกินอาหารประเภทอะไรล่ะว่ามา ญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ไทย ฟาสฟู้ด

คนๆนั้น – ญี่ปุ่นป่ะ

ข้าพเจ้า – เลือกร้านเสะ จะได้พาไป

คนๆนั้น – ฟูจิละกัน

แล้วเราก็เดินไปฟูจิพารากอน ปรากฎว่า คนเต็มท่าทางรอนาน

ข้าพเจ้า – ไปฟูจิ สยามเซ็นฯ ดีกว่า

คนๆนั้น – เธอก็พาไปสิ

ข้าพเจ้า – เออ เนาะลืมไปว่า อยู่กะคนบ้านนอก ฮ่าๆๆ

แล้วเราก็ถึงฟูจิ สยามเซ็น

ก็มีการพูดคุยไปตามประสา อยากบอกว่า เก่งมาก มีอารมณ์ขัน ไม่เบื่อเลย คุยไปคุยมาก็รู้จักอะไรหลายๆอย่างเยอะขึ้นระหว่างเรา><

ที่สำคัญ ออกแนว … คือว่า ระหว่างที่เรา ทานอาหาร ต่างคน ก็ต่างผลัดกันมีโทรศัพท์ จากเพศตรงข้าม(ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า…) โทรมา – -…

เหมือนอยู่ในอารมณ์แบบ ต่างคนต่างติดบัง ฐานะความสัมพันธ์ที่แท้จริงของคน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร – -

และ มีช่วงหนึ่งคือว่า มีรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าข้าพเจ้า(เป็นหลีดสีเดิมที่ข้าพเจ้า ทำงานอยู่ รายละเอียกอีกบล๊อก – -) แบบ ตามเคย – -

ไม่ค่อยมีใครจำข้าพเจ้าในตอนที่แต่งชุดนิสิตสักเท่าไร – -

หลายคนบอกว่า มันดูดี กว่าตอนเป็นนักเรียนม.ปลาย – -(เจ็บนะนั่น เวลามีใครชมว่าสวยขึ้น – -)

กว่าน้องคนนั้นจะ นึกหน้าข้าพเจ้า และยกมือไหว้ได้ – -ก็ สิบกว่าวิฯ

น้องเค้ามากับแฟนของน้องเค้า…พอน้องเค้าเดินไป อีตาคนๆนั้นก็รีบพูดตามหลัง

คนๆนั้น – พี่ไม่ใช่แฟนมันนะ เป็นพี่เฉยๆ – -

ตอนนั้นน้องเค้าเดินไปได้ระยะนึงและ คุยกับแฟนอยู่ – -

(ในใจ – บอกเพื่อ!!! น้องเค้าไม่สนแกหรอก อีกอย่าง ชั้นก็ไม่ได้มากะแกในแง่นั้นเฟ้ย – - มันตกกะไดพลอยโจร – -)

นั่นแหล่ะคิดเอา เลิกเรียน ทุ่ม – - แต่ได้กลับบ้าน สามทุ่ม – - นั่งคุยกะคนๆนั้น สองชั่วโมง

โอ้แม่เจ้า!!!!

ที่สำคัญ ตอนจ่ายตัง – -คนๆนั้น เล่นให้บัตรเครดิต – - ข้าพเจ้าเลยจะยื่นตังให้

คนๆนั้น – ไม่ต้องหรอก เก็บไว้กินขนมเถอะ

ข้าพเจ้า – เป็นป๋าตั้งแต่เมื่อไรยะ

คนๆนั้น – ฮ่าๆๆ วันนี้ป๋า ใจดี – -

ข้าพเจ้า – ต้องยกมือไหว้ ขอบคุณใช่ปะเนี่ย (ยกมือแบบขอชีวิต) ขอบคุณก๊าบบ

รายละเอียดสนทนา เยอะแยะมากมาย(สอง ชั่วโมงนี่นา – -) เอาเป็นว่า ตามที่บอกไว้ในตอนแรก หรือหลังไมค์ได้ เต็มในเล่า ฮ่าๆๆๆ

ก้ออ่านะ

ความก้าวหน้า…ของความสัมพันธ์…gossip girl

Leave a comment
หลังจากเรื่องราวเอยูเอ

ที่หลบๆซ่อนๆ ตามหลืบกลุ่มบล๊อกอื่นๆมานาน

วันนี้ก็ได้เวลา ที่จะมาเล่าเรื่องนี้สักที

(เพราะยังไงกว่าจะจบเวล 15 คำนวณแล้วยังไงเราก็ต้องเจอกัน อีกปีนึง>< หึๆๆ)

ความจริง…

ตั้งแต่เปิดเทอมใหม่(เรื่องราวอันเก่าๆ หาเองเด้อ)

ก็มีเรื่องราวเยอะแยะมากมาย

ตั้งแต่…อาจารย์คนใหม่ ที่หน้าตาเหมือน

ซูอี้ ผู้น่ารัก

แต่พออีกอาทิตย์ต่อมาก็ไปตัดผมสั้น – -หน้าเปลี่ยนเลย เป็น

แอน สุดเลิฟอีกคน

พระเจ้า นางฟ้าชัดๆ>< (ปล. อาจารย์เค้าเป็นเด็กแลกเปลี่ยนที่ มหิดล มาจาก อเมริกา อายุ 22 โอ้ววว)

นอกจากนี้ ยังมีคนใหม่ๆเข้ามาเป็นตัวละคร ให้ เอยูเอ มีสีสันมากขึ้น

เริ่มจาก มี หญิงสาว แอ๊บแบ๊ว ผู้ชาย หน้าม่อ คุณชาย โชว์พาว คุณลุง ผู้คอยจับสังเกต พฤติกรรมของ ข้าพเจ้า กับ คนๆนั้น

ความจริงมีมากกว่านี้ แต่บทบาทยังไม่เป็นที่หน้าจับตามอง ต้องรอดูกันต่อไป^^

เริ่มจาก…

โดยปกติ ข้าพเจ้า กับ คนๆนั้น ก็มักจะกัดกันเป็นประจำ(เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปซะแล้ว – -)

(พอมาทบทวนเรื่องราว ข้าพเจ้า กับคนๆนั้น – - รู้สึกสามารถเอามาทำเป็นซีรี่ย์ ได้เลยนะนั่น แถม อยากรับประกันว่า ถ้าเป็นซีรี่ย์แล้ว เรตติ้งพุ่งแหงมๆ ฮา…)

เมื่อเริ่มเรียน คนที่มาใหม่ก็เริ่มจะทำความรู้จัก ชื่อ ประมาณนั้น วันแรกถือเป็นการสกรีน ก่อน จึงไม่มีอะไรมากนอกจาก ข้าพเจ้าที่ในวันนั้นจะรั่วผิดปกติ (แค่ไม่เจอหน้า อาทิตย์หนึ่ง มันทำให้เป็นแบบนั้นหรือไงก็ไม่ทราบ) จนคนๆนั้น เริ่มพูดว่า มันจะเด่นไปแล้วนะ – -

พอครั้งที่สอง ผลของการที่ ข้าพเจ้า กับ คนๆนั้น แหย่กันไปมา จน ลุงนักกฎหมายก็พูดขึ้นมาว่า รู้จักกันนานแล้วเหรอหรือเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน?

พวกเราก็หันหน้ามามองกัน แล้วข้าพเจ้าก็บอกว่า รู้จักตอนมาเรียนที่เอยูเอนั่นแหล่ะ

ลุงคนนั้นก็บอกว่า อ้าวไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกเหรอ?

เอาแหล่วว – -(งานเข้า ข้าพเจ้าซะงั้น…จะแซวทำม้ายย คนเค้าอุตส่าห์ไม่รู้ไม่เห็น – -เดี๋ยวก็ได้เหินห่างเพราะ คววามอยากจับคู่แปลกๆหรอก – -)

คนๆนั้น – โหย อย่างงี้ ต้องไปล้างซวย สามวัด

ข้าพเจ้า – เค้าล้างซวยวัดทั่วประเทศ ยังไม่หมดด้วยซ้ำ อี๋…

ลุงนักกฎหมาย – เห็นทะเลาะกันอย่างนี้ ผมว่า เดี๋ยวก็รักกัน

(ในใจ – ง่า ลุงอ่า – - ถ้าเค้าคนนั้นห่างเหินนะ ลุงตายยย!!!)

สักพักก็มีกิจกรรมมารวมกลุ่ม และสายตาของลุงคนนั้น ก็ไม่วายชำเลืองมาทางด้านข้าพเจ้าบ่อยๆ

จนกระทั่งตอนจะกลับที่นั่ง ลุงคนนั้นก็พูดว่า – เนี่ยผมเห็นมาหลายรายแล้ว แบบนี้นี่ เห็นแต่งงานกันทุกราย

(ในใจ – ลุง ก๊าบบ พอเถ๊อะ เดี๋ยวจะได้เลิกเรียนเอยูเอ เพราะลุง – -)

จบตอนก่อน – -

สอบเสร็จแล้วว่างๆ จะพิมเป็นบทละคร เลย แล้ว ตัวละครอื่นจะได้มีมิติ – - น่าน(เพ้อแล้ว – -)

ก้ออ่านะ

ป ร ะ กั น ค ว า ม รั ก . . .

Leave a comment
เริ่มจาก บล๊อกที่แล้ว

ข้าพเจ้าได้ประกาศตัว ว่าแอบรักคนๆนั้นอย่างเป็นทางการ- -

และจะแอบต่อไป จนเลิกรัก (ซะงั้น – -)

เพราะ ต้องการที่จะ “แอบรัก” จริงๆ><

ต่อๆ…

ช่วงนี้…

รู้สึกว่า…

วันไหนที่มีเรียนเอยูเอ…

ข้าพเจ้า จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

และวันนี้ก็เช่นกัน…

เป็นวันปิดเทอม ของ เลเวลนี้

ซึ่งพวกเรา(คนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เทอมที่แล้ว)

ได้นัดกันมาลงเรียนพร้อมกันวันนี้ เพื่อที่จะได้เรียนห้องเดียวกันต่อ ในเทอมหน้า

ซึ่ง ความจริงแล้ว เทอมต่อไป มันตรงกับช่วงปิดเทอมเล็ก

และ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว

ลูกที่ดี อย่างข้าพเจ้า(พึงจะเป็น) ควรจะต้องกลับบ้าน

แต่นี่ ได้กระทำการ – -เรียนต่อ

….(คิดเอาเอง 555+)

สรุปคือเรียนต่อ เพราะคนๆนั้นไม่ยอม พัก – -

ขอเล่าก่อนๆๆ

วันนี้ไปกินบุฟเฟ่ต์ไอติมมาด้วย^^

ที่ เอเวนิว คนเยอะมากๆๆๆ แอบไม่คุ้มในด้านปริมาณ

แต่ข้าพเจ้าก็ ซัดไปทุกรส(ไป หก คน เวลาสั่ง “พี่คะ ทุกรส โต๊ะ สี่” แล้วก็จ้วงประเมิน รสไหนอร่อย ค่อยสั่งมากินใหม่)

นั่นแหล่ะ กินเสร็จครึ่ง ชม. ต่อมา – - เหมือนไอติมเป็นก้อนเมฆ หายไปไหนไม่รู้

เหมือนวันนี้ยังไม่ได้กินอะไร…หิวอย่างแรง ต้องหาของหนักมาถ่วงท้อง – -

เลยล่อ บะหมี่(ราคาปกติ 25บาท ล้อเข็นแถวหอ) บอกพิเศษ 40 บาท

ป้าคนขายถาม หนูเอาไปกินกับเพื่อนเหรอจ๊ะ…

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า…ป่าวค่ะ ทานเอง – -

ซื้อมากินเสร็จ…พี่ข้างห้องได้กิน เลยมาบ่นว่าอยากกินๆ

ข้าพเจ้าเลยยุให้ไปซื้อ…และก็ดันยุขึ้น เจ๊จะไปซื้อจริงๆ

ข้าพเจ้าเลย ฝากซื้ออีกถุง 40บาท เหมือนเดิม^^

เจ๊ขึ้นมาบอกว่า…ป้าคนขาย ฝากมาบอกว่า…กินเยอะแบบนี้ ป้าเลี้ยงหนูไมไหวแน่ๆ- -

ข้าพเจ้าก็ ยิ้มแหยๆ (ก็มันหิวนี่ฝ่า – -)

เข้าเรื่องบล๊อกต่อ

หลังจากกินบุฟเฟ่ต์ เสร็จ ก็หาอะไรหนักท้องทาน แล้วก็ไปเอยูเอ ด้วยอารมณ์เบิกบาน

พอถึงเวลาอันแสนสุข

อาจารย์ ก็แจกเกรดที่ได้รับ…

แต่…คนๆนั้นก็ยังไม่มา จนอาจารย์ถามว่า ใครจะเรียนต่อบ้าง ก็นับจำนวนเสร็จ อาจารย์ก็บอกให้ไปจ่ายตัง

ข้าพเจ้าก็เลยบอกว่า not now เพราะตอนนั้นคนยังมาน้อยกันอยู่ เผื่อคนมาเพิ่ม จะได้รวมๆกันไปครั้งเดียว(ความจริงรอคนๆนั้นอยู่อ่า)

เรียนผ่านไป หนึ่งชม. (เรียนครั้งละ สอง ชม.) คนๆนั้นก็ยังไม่มา

จนหมด ชั่วโมง – - ก็ไม่มีวี่แวว ข้าพเจ้านี่ ใจเหี่ยว ป้อแป้ไปหมด (เอ๊ดดด อุตส่าห์ ลงเรียน ปิดเทอม ทำไมไม่มาอ้าา หรือจะลงเทอมหน้า?? แกนัดกะน้องคนนั้นหรือไง<<<ออกแนวพาล – -)

ก็ ยืนรอรถเมล์ด้วยจิตใจ แตกสลาย (เพราะคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว T T) <<<ที่ยืน เพราะ ฝนตกที่นั่งเปียก – - รถก็ติด – - ยืนทำหน้าหมาหงอย ยี่สิบกว่านาที…ในใจคิดว่า โหยย อุตส่าห์ จะแอบชอบใครสักคนทำไมให้เวลาน้อยจังฟะ – - เพิ่งแอบชอบเมื่อวันพุธนี่เอง ผ่านไปสองวัน อกหักซะแล้วชั้น อย่างจะสินมั่นคงประกันไป รักเร็ว เคลมรักคืนเร็ว T T

สักพัก…เหมือน สินมั่นคงประกัน ไม่พอใจ ที่กล่าวหา เรื่องนี้ บอกว่า สองวันไม่เร็ว มีเร็วได้อีก เลยจัดการ ส่ง คนๆนั้น มายืนด้อมๆมองๆ ข้าพเจ้า

พอ คนๆนั้นมั่นใจ ว่า ยัยขี้เหร่นี่ ใช่ข้าพเจ้าแน่นอน ก็กวักมือเรียก เหมือน เรียกเรียกซื้อหนังโป๊…ลับๆล่อๆ อย่างแรง – -(เหมือนเคยรู้ว่า หนังโป๊ เค้าซื้อขายกันยังไง – -)

เสร็จ ก็ยืนมองซ้าย มองขวา พร้อมกับถามว่า รถเมล์มายัง? รีบหรือเปล่า?

ข้าพเจ้าก็เนียน ทำหน้าเหมือน เชิงสงสัยแกม แบบ อารมณ์ กูก็อยากกลับบ้าน แต่รถมันติด…บอกว่า ยังไม่มาอีกนานเลย สายเค้ามันจะช้ายิ่งรถติด – - ไม่รีบอ่ามีอะไร(ขณะพูดทำเสียงแบบ ไม่สนใจ…แต่ในใจนี่ กรี๊ดดด มาแล้วเหรอคะที่ร้ากก(เวอร์ – -) ไปไหนมาเนี่ย วุ้นใส รอตั้งนานแน่ะ เค้าใจหายไปหมดเลย (ใส่ไข่ให้ตัวเองสุดฤทธิ์ – -) ตัวเองอยากให้เค้าทำอะไร เค้าว่างเสมอนะ แอร๊ยยย)

คนๆนั้นก็บอก…งั้น ไปส่งลงเรียนเป็นเพื่อนหน่อยสิ

ข้าพเจ้า…ก็ได้ – - ไปไหนมาเนี่ย

คนๆนั้น…ไม่เห็นเหรอ รถติด ดูเสะ

ข้าพเจ้า…บีทีเอส มันรถติดได้ไงฟะ เอารถมา??

คนๆนั้น…ก็กะไม่เรียน มาลงเรียนอย่างเดียวอ่า

ข้าพเจ้า…แล้วออกมาตั้งแต่กี่โมง?

คนๆนั้น…หกโมงสิบ

ข้าพเจ้า…เออ นะ สมควรที่มาถึงตอนนี้ แหมมม ทำไมไม่มาตอนสามทุ่มเลยล่ะ

คนๆนั้น…ใครจะไปรู้ว่า รถติดเล่า!! แล้วต้องทำไงอ่า

ข้าพเจ้า…ก็ไปเอา yellow card อ่า ที่จารย์มั้ง

คนๆนั้น…งั้นไปห้องพักครูกัน

แล้วเราก็เดินมั่วๆ – - สรุปต้องไปที่ ประชาสัมพันธ์ เพราะเค้าส่ง เยลโล่วการ์ดแล้ว จัดการเรียบร้อย ข้าพเจ้าก็ทำท่าจะกลับ(เพราะเสร็จแล้วนี่นา ขาดเหตุผล ที่จะอยู่ต่อ) คนๆนั้นก็บอก เดี๋ยวไปไหน รอก่อน ไปเข้าห้องน้ำแป๊ป

ข้าพเจ้าก็ทำหน้า งงๆ พยักหน้าไป แล้วก็รอ (ความจริง แอร๊ยยย รอได้เสมอค่าา เพื่อพี่ กรี๊ดดด )

เสร็จก็กำลังจะเดินออก จากเอยูเอ ก็มีพี่ร่วมห้องเดินเข้ามา พวกเรา(สังเกต สรรพนาม…เอิ๊ก) ก็ถามว่า มีอะไร

สรุปคือ พี่คนนั้น ทำกระเป๋าเงินหาย พวกเรา เลยช่วยกันหา โดยพี่คนนั้น ไปหาที่โรงอาหาร ส่วน “พวกเรา” ไปดูที่ห้องเรียนให้

สรุป ไม่เจอ คนๆนั้นเลย ให้เลย ดำรงชีพพี่คนนั้นไป(ยิ่งทำให้ข้าพเจ้า ปลื้มในความเป็นคนดี>< แอร๊ยย ที่รัก ทำไม น่ารักอย่างนี้ล่ะ)

ระหว่างนั้น คนๆนั้นก็จะโพล่งว่า หิวข้าววว ข้าพเจ้าก็ถามว่า ยังไม่ได้กินข้าว?

คนๆนั้น…รถติด เพิ่งมาถึงเอาเวลาไหนกิน

ข้าพเจ้า…อ้าว ลุง แล้วก่อนหน้านั้นเอาเวลาไปทำอะไรไม่ทราบ

คนๆนั้น…ธุรกิจรัดตัวอะ

ข้าพเจ้า…ได้ข่าวว่าเป็น ลูกจ้าง – -

คนๆนั้น…หิวว

ข้าพเจ้า…ก็ไปหาอะไรกินสิ – - (ในใจ มามะ ไปกินข้าวด้วยกัน><) แถวนี้ไม่มีไรกินนี่นา – - งั้นก็หาหนูตามท่อน้ำทิ้ง ไปพลางๆแล้วกัน…พร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

สุดท้าย “พวกเรา” ก็เดินมาถึงป้ายรถเมล์
(ในใจ…แม่งง ไมไม่ชวนแบบ งั้นพี่ไปส่งมั้ยฟะ – - ชิๆๆๆ)
และรถเมล์สายที่ข้าพเจ้า รอก็ติดอยู่พอดี แต่คนเยอะอ่า

ข้าพเจ้า…นั่นไง รถเมล์สายเค้า คนเยอะอ่า กว่าจะถึง ไปบีทีเอสสยาม ดีกว่ามั้ย – -

คนๆนั้น…รถเมล์อ่า มันมีที่ยืนอยู่ แต่ไป บีทีเอสเร็วกว่า

ข้าพเจ้า…อ่าเหรอ งั้นไปบีทีเอสดีกว่า แล้วลุงอ่า ไม่กลับ??

คนๆนั้น…ก็ดูสิ รถติดขนาดนี้ ต้องรออ่า หิวข้าววว

ข้าพเจ้า…โห งั้น ขอให้ถึงบ้านก่อนเที่ยงคืนแล้วกันนะ – - จะได้ไม่หิวจน กินหนูหมดเขตนี้ 555+

แล้ว “เรา” ก็จากกัน เจอกันอีก อาทิตย์หน้าๆ><

สรุป สินมั่นคงประกันภัย(ความรัก) ของเค้าดีจริงๆ อกหัก (เกือบ) สอง ชม. เคลมให้เรียบร้อย เป็นปกติเลย>< แอร๊ยยย

ก้ออ่านะ

รั ก . . . ที่ ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร อ ะ ไ ร

Leave a comment
จนได้…

มันทนไม่ไหว…

อยากเล่าๆ…

จากบล๊อกนู้น…

ที่เคยบอกเรื่อง…เกี่ยวกับความสัมพันธ์

ตอนนี้…มัน…ไม่รู้สิ

เราไม่อยากได้เค้านะ – -…

เพราะให้มาคบกันเป็นแฟน เค้าคนนั้นคงไม่เอาเรา

และเราก็คงไม่เอาเค้า – -

แต่จะให้เรียกว่า เป็นพี่น้อง ก็ไม่ใช่…

เพราะรู้ดีว่าไม่ได้คิดแบบนั้น – -

สรุป เราคิดยังไงกันแน่

แค่…ได้เจอหน้า…

ได้กวนตีน

แล้วเค้ามีปฏิกิริยาตอบสนอง…เฮ้ยมีความสุขอ่า

แบบ…จากบล๊อกนู้น…ปกติ ยืนรอรถเมล์

ช่วงหลัง สายที่ข้าพเจ้าจะขึ้น ต้องรอ เกือบชั่วโมง

แก่แล้ว…เมื่อยย เลย นั่งรอแทน – -

อดโดนผลัก ให้ตกฟุตบาท…แล้วโดนว่า…ว่า รถเมล์ทับๆ

แอบเสียดาย – -…(โรคจิต จริง- -)

สงสัยเราคงชอบ…ความปากหมาของเค้าแน่ๆ – -

อาจารย์…Let’s say the animal

ข้าพเจ้า(โพล่งออกไป)…buffalo พร้อมกันลากเสียงหันไปทางคนๆนั้น

ทุกคนหัวเราะ

คนๆนั้น…and you?

ข้าพเจ้า…rabbit

คนๆนั้น…reptile ล่ะไม่ว่า

ดูสิ – - ช่างเหมาะสมอะไรเยี่ยงนี้><

คราวนี้เค้าให้ทุกคนมายืนเป็นวงกลมมาเล่นเกมส์(ซึ่งปกติ คนๆนั้น จะยืนข้างๆข้าพเจ้า เพราะนั่งใกล้กัน แต่…อาทิตย์ที่แล้วก็เล่นเกมส์นี้…โดยเกมส์ๆนี้ จะเล่นโดยใส่ คนอยู่ตรงกลางวง…หลับตา…แล้วให้คนที่ล้อมรอบส่งปากกาไปเรื่อยๆ…จนคนกลางวงตบมือ…ปากกาตกที่ใคร…คนๆนั้นต้องทำตามเงื่อนไขที่คนในวงสั่ง…ภายในเวลา…ที่ปากจะส่งกลับมาที่คนๆนั้น…ซึ่งอาทิตย์ที่แล้ว…คนๆนั้นยืนข้างข้าพเจ้า…ตอนที่คนๆนั้นส่งปากกามา…ข้าพเจ้าอิดออด…แบบ…คนกลางวงกำลังจะตบมือไง…ถ้ารับ…ข้าพเจ้าก็งานเข้า…คนๆนั้นเลยซวยไป
..)

แต่วันนี้…คนๆนั้นขอเปลี่ยนที่กลับพี่อีกคน…ไม่อยู่ข้างข้าพเจ้า…ด้วยเหตุผลว่า…ข้าพเจ้าขี้โกง…ทำให้คนๆนั้นซวย

และแล้ว…เกมส์ก็เริ่มขึ้น…ครั้งแรก…คนๆนั้นก็โดนเลย 555+…พี่ที่โดนเปลี่ยนที่ หัวเราะพร้อมกับบอกว่า…ถ้าอยู่ที่เดิมก็ไม่โดนแล้วว(ข้าพเจ้าก็หัวเราะเยาะอย่างออกนอกหน้าเช่นเคย)

ครั้งต่อมา…คนๆนั้นก็โดนอีก…คราวนี้ทุกคนหัวเราะในความซวย…ของคนๆนั้น

แต่โชคร้าย…คนๆนั้น…โดนให้พูดชื่ออาหาร(เป็นภาษาอังกฤษ…ยากสุดๆ(ประชด))มา 5 ชื่อ…ไม่ทันเลยต้องไปอยู่กลางวง

คราวนี้…ข้าพเจ้าก็งานเข้าสิ…เพราะคนๆนั้น กะตบมือตอนข้าพเจ้าได้ปากกาพอดี…โดยการแสร้งหลับตา(เลวได้อีก – -)…

แล้วคนๆนั้น…ก็สั่งให้พูดชื่อสัตว์เลื้อยคลานมา เจ็ด ชื่อ (ภาษาอังกฤษ <<<จะบ้าเรอะ – - แกล้งกันเห็นๆ…ขนาดอาจารย์ยังบอกว่ายาก…ทุกคนพึมพำ…แต่!!!…เค้าก็ให้เราพูด…)

สรุป เวลาหมด…ข้าพเจ้าทำไม่สำเร็จ…แต่ไม่มีประการใด(นอกจากจะสะใจ…ที่คนๆนั้นแก้แค้นไม่สำเร็จ 555)

ดูเหมือนคนที่ชอบแกล้งกันไปมาเนอะ^^

กลายเป็นว่า…เดี๋ยวนี้…เข้าห้องเรียนทีไร…ต้องส่องหาคนๆนั้น…ซึ่งปกติ – - เค้าคนนั้นจะมาตรงเวลา – -มากกว่า

นั่นแหล่ะ…สรุปว่าข้าพเจ้าเป็นอะไร???

ก้ออ่านะ

ค ว า ม รั ก . . . ค น รั ก

Leave a comment
เค้าบอกว่า (วุ้นใสจ้า เองแหล่ะ)…
คนที่มีความรักมักจะไม่พูดถึงความรัก…
ส่วนคนที่ไม่มีความรัก..ก็มักจะพูดถึงความรัก..

สาเหตุที่คนที่มีความรัก..ไม่ชอบพูดถึงความรัก..เพราะเค้าเหล่านั้น..มักจะพูดถึง”คนรัก”แทน..

แต่คนที่ไม่มีความรัก…

เอิ่ม…อันนี้หลายสาเหตุแฮะ

อาจเป็นเพราะ…อาวรณ์รักเก่า…
หรืออาจ…อยากมีความรักใหม่

อืม…

นอนๆอยู่มานั่งนึก…สิ่งที่พี่ในบอร์ดทักเอาไว้…

ว่า…ทำไมช่วงนี้..ชอบตั้งชื่อเอ็ม…หรือเขียนบล๊อกที่เกี่ยวกับความรักด้วย

เลยมานั่งนึกๆๆ…ตอนแรกในใจแอบเถียง…

แต่ตอนนี้…เออจริงว่ะ…เมื่อก่อนนี่…อย่างฮา…

แต่…ช่วงนี้…บ่นไร้สาระ…มันน่าคิด

แล้วก็ช่วงนั้น(หมายถึงช่วงที่เขียนบล๊อกฮาๆ)

เรามีความรักแหล่ะ><…แต่เราไม่เคยเอ่ยถึงมันเลย…เหอๆๆ

ส่วนเรื่องที่พูดถึงแต่คนรักมั้ย??…เพื่อนข้าพเจ้าเท่านั้นที่ตอบได้

มาตอนนี้…แอบยอมรับแฮะว่าชอบพูดถึงประเด็นความรัก…

อย่างวันนี้..ได้ดูหนังเรื่อง”หมานคร”มา…ปลื้ม…ชอบ…ประทับใจ…อย่างแรงงง!!!

แบบ..เฮ้ย!!…วุ้นใสจ้า แกพลาดว่ะ…พลาดไม่ไปดูโรงได้ไงอ่า…แอบเคืองตัวเอง..

ไม่รู้สิ…ชอบทุกอย่าง…นัยยะที่ซ่อนอยู่…ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่สามารถเข้าใจได้หมดก็เหอะ

แต่…แบบ…บางคำพูด…บางสิ่ง…ที่เค้าสื่อออกมา…มัน…ฉึก!!!…เฮ้ย…โดน เว้ยย…ประมาณนั้นเลย

แบบ…ความรักเนี่ย…เราสัมผัสมันได้นะ…เพราะมันอยู่รอบตัวเราเลยล่ะ…ถึงแม้มันจะไม่ใช่ของเราก็เหอะ…

เคยมั้ย…เคยรู้สึกเขินเวลาที่เคย…คนที่เป็นแฟนกันเค้าเดินจับมือกัน…ข้าพเจ้าเป็นแหล่ะ…แบบมันเขินแทน><…

บางครั้งเดินสวนกัน…เราเห็นแล้วแหล่ะ…ว่ามีคนเขินที่เดินจับมือ…ไอ้เราก็ยิ้มไปกับเค้าด้วย…ประหนึ่งดั่ง ตัวเองที่แฟน แล้วเดินจับมือกันไปด้วยงั้น

โรคจิตได้อีก…

แต่ เคยมั้ย…ที่รู้สึกอิจฉา เวลาเห็นคนอื่นเค้ามีความรักกัน…(แต่ไม่มีสองความรู้สึกนั้นในเวลาเดียวกันนะ)

แบบ…เฮ้ย แล้วทำไมกูถึง เดินคนเดียวฟะ- -…ประมาณนั้น

แต่ ก็มีนะตอนรู้สึกดีที่เห็นคนเค้ารักกัน…แล้วเราก็มาเศร้าใจกับตัวเอง…ได้อีก วุ้นใสจ้า – -…

แล้ว…เคยมั้ย มีรู้สึกว่าตัวเอง…อิ่มกับความรัก…ที่ไม่ต้องมีคนรัก…(งดมองมุมความรัก ของพ่อ แม่ ลูก – -)

ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นอารมณ์…ของตัวอย่างหลังสุด…

แค่ดูหนังรัก(ตรงไหน?)…เราก็รู้สึกรัก…รักอะไรก็ไม่รู้…แต่อิ่มเอมเหมือนมีความรัก

เชื่อมั้ย…จากเมื่อก่อน เวลาเห็นคู่รักที่ดูไม่เหมาะสม…ข้าพเจ้ามักชอบแอบ…วิถีประชา…ให้ตัวเองต้อยเนื้อต่ำใจเล่น…

แต่ตอนนี้…แค่เค้ารักกัน…มันก็พอแล้ว…พอแล้วจริงๆนะ…ไม่ต้องนึกถึงอะไร…แค่รักกันอ่า…ข้าพเจ้ารู้สึกว่า

คำว่า…”แค่รักกัน”…มันยิ่งใหญ่นะ…ยิ่งใหญ่กว่า…การมีความชอบเหมือนกัน…การเข้าใจกัน…การมีอะไรหลายๆอย่างที่สังคมมองให้คู่กัน…เสียอีก

เพราะฉะนั้น…

เรามารักกันเถอะ!!!~

รักอะไรง่ายๆ…ในสิ่งรอบตัว…เหมือนที่หนังสือฮาวทู…คอยพร่ำบอกถึงการมองสิ่งรอบๆตัวเราให้สวยงาม…

บางครั้ง…แค่ข้าพเจ้า…เดินข้ามสะพานลอย…ก็จะเล่นเหมือน…ข้ามถนนปกติ…แค่ได้คิดถึง…ก็สุขใจ

แค่เห็นคนอื่นมีความสุข…ไม่ว่าความสุขนั้น…เราจะเป็นผู้ทำให้เกิด…หรือเราจะเป็น…แค่เห็นผู้ผ่านมาพบเท่านั้น…แต่เราก็มีความสุขได้

เอิ่ม…รู้สึก..เพ้อ – -

กลับมาๆ…แค่จะบอกว่า…

ความรัก..กับ..คนรัก..เนี่ย..มันต่างกันเนอะ..ในแง่ของมุมมอง

ทั้งๆที่…ทั้งสองจะขาดกันไม่ได้…อื้ม

แต่ข้าพเจ้าไปแล้วไง…มีความรัก โดยไม่มีคนรัก – -…(ความจริงมีแหล่ะ^^…ก็..เพื่อนมนุษย์ไง(ออกแนวลัทธิศาสนาแฮะ – -)..)..ไม่หรอก…จะรัก…โดยไม่มีกรรม…ได้ยังไง…ในเมื่อ…มันเป็น…กริยาที่ต้องมีกรรม…จึงจะสมบูรณ์

เอาเป็นว่า…ข้าพเจ้ามีความรัก…กับความรัก…ความหวังดี…ของทุกๆคนที่มอบให้

ดูเหมือนเป็นการที่เรารักในนามธรรมเนอะ^^…แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ…รักในศรัทธา ที่คนอื่นมีให้เรา…อืม…อันนี้รักมากเลยแหล่ะ><…

เพราะคนส่วนใหญ่มัก…เสื่อมศรัทธาในตัวข้าพเจ้า…อย่างรวดเร็ว(เพราะตัวข้าพเจ้าเอง+เหตุผลสนับสนุนรอบข้าง)…

อันนี้มัน…แก้ยากแฮะ…สันดานเน่าๆของตัวเองเนี่ย…

แต่มันก็มีบางคน…มี ยอมอดทน..ศรัทธาว่า ความจริง…มันต้องมีมากกว่านั้นสิ…ซึ่งมันน้อยมาก…ที่เหลือถึงตรงนี้

นี่คงเป็นอีกสาเหตุมั้ง…ที่ทำให้ข้าพเจ้า…ไม่ค่อยมีเพื่อน…ที่มีก็คงไม่ใช่เพื่อนกิน…เพราะรู้กันหมดแล้ว(เรียกว่าเข้าใจในสันดานที่แท้จริงของข้าพเจ้าดีกว่า)…

การที่เรา…รักในความศรัทธา…ของบุคคลเหล่านั้น…ไม่จำเป็นที่เราต้องรักคนเหล่านั้นด้วย…ถูกมั้ย…เราเรียกว่า…เป็นความรู้สึกผูกพัน…และเคารพ…กับคนๆนั้นมากกว่า…

โอเคๆรักก็ได้…แต่รักในมุมอื่น…ไม่ใช่รัก…แบบ”รัก”…เขาใจกันใช่มั้ยคะ

แค่นั้นก็พอแล้วเนอะ^^…รักกับความเข้าใจ…ที่มีให้กัน

ขอบคุณนะคะ…

ขอบคุณ..หลายๆคน…ที่นึกถึงข้าพเจ้า…ในเวลาเหงา…

ขอบคุณ…อย่างน้อย…คนที่ไม่มีค่า…ในสายตาเวลาปกติ…ก็สามารถเป็นคนที่อยู่เคียงข้างในยามที่คุณเหงา…

ถึงแม้ว่า…คุณอาจไม่คาดหวัง…ในตัวข้าพเจ้าเลย..

แต่อย่างน้อย…คุณก็กล้าพอ…ที่จะเสี่ยง

พวกคุณ…ทำให้ข้าพเจ้าอิจฉา…ที่พวกคุณสามารถ…หาคนที่อยู่เคียงข้างในเวลาเหงาได้

อาจเปนเพราะ…ข้าพเจ้า…ดึงตัวเองเป็นศูนย์กลาง…ไม่ยอมเข้าหาใคร

ทั้งๆที่…ความจริงนั้น…ข้าพเจ้า…กลัวที่จะเข้าหาใครสักคนหนึ่ง…เพื่อแสดงออก…ให้คนๆนั้นรู้ว่า…ข้าพเจ้าเหงาเพียงใด

ข้าพเจ้ายอมรับ…ว่าคิดมาก…และคิดเสมอว่า…ไม่มีค่าพอ…ที่จะไปบอกใครต่อใครว่า”เหงา”…

เคยมั้ย…ที่เหงา…อยากจะคุยกับใครสักคน…แต่ไม่รู้จะโทรหาใคร…

แต่เชื่อมั้ย…คนส่วนใหญ่…จะสามารถไล่ดูชื่อที่เมมเอาไว้…แล้วโทรหาใครสักคน

ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นแบบนั้น…

แต่…ไม่เคยโทร.หาใครเลย – -…

และ…หลายๆคน…แต่เดินผ่านมหาลัยข้าพเจ้า…นึกถึงข้าพเจ้า…ก็โทร.หาข้าพเจ้าทันที…

ขอบคุณคร้าบบ…ที่นึกถึงกัน^^

รักนะ(แต่ไม่ใช่คนรักอยู่ดี)

ปล. เดี๋ยวอาจกลับมาแก้ไข ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ ออก – - เพราะไม่ค่อยเป็นเอกภาพ – - ตอนนี้ง่วงแล้ว^^ ฝันดีก๊าบบบ

ก้ออ่านะ

ค ว า ม ตั้ ง ใ จ . . . ข อ ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์

Leave a comment
สวัสดีก๊าบบบ…

ไม่รู้มีคนอ่านบล๊อกหัวข้อข้างล่างหรือยัง…

ถ้ายัง

หัวข้อนี้ก็…

อ่านได้

เพราะมันไม่ใช่ภาคต่อ – -…

ตอนแรกกะพิมพ์ให้เสร็จๆไป แต่มันดูเยอะ…เลยกะเม้มเอาไว้

ถ้ามีคนอยากรู้คงเขียน(เพราะตอนนี้ขี้เกียจ – -)

ซึ่งปกติไม่มี

บอกใบ้ดีกว่า เหตุการณ์ของบล๊อกข้างล่าง เกิดตอน ม. 5 เทอม 2

แต่…ไม่เกี่ยวกับ วิกฤตการณ์ที่จะเล่านะ – - (โฆษณาบล๊อกกันเข้าไป – -)

เข้าเรื่องๆ…

เมื่อก่อน…

ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่า การที่เราได้รู้จักใครสักคน..และเราก็มีจิตฉันทะต่อกันเนี่ย..เราก็มักจะอยากสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีนั้นเอาไว้

ตามกฎ..มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรู(เกี่ยวมั้ย)

ไม่ใช่…เพราะสันดานที่ถูกบ่มเพาะให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี..(ซึ่งตอนนี้มันหายไปไหนแล้วหว่า..)

นั่นแหล่ะ…เพราะฉะนั้นเวลาเราไม่รู้จักสักคน..แล้วไม่ได้มีอะไรให้ติดต่อกันได้อีก…ข้าพเจ้ามักอาวรณ์ถึงบุคคลเหล่านั้นเสมอ…

เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย(ความคิดนะ – - อย่าทะลึ่ง)..ได้รับรู้มุมมอง ของคนอื่น..ได้พบเห็นแง่มุมที่มากขึ้น…ทำให้ข้าพเจ้าคิดต่อว่า

บางครั้ง…การที่เราได้เจอใครสักคน…แบบสำนวนที่ว่า”พบเพื่อเพียงผ่าน”…ไม่จำเป็นเสมอไป..ที่เราจะสานต่อความสัมพันธ์นั้น

การที่เราอาวรณ์…การที่เรามีความรู้สึกดีๆกับคนๆนั้น…มันจะไม่หายไปกับกาลเวลาเลยล่ะ…

ใครจะไปรู้ว่า…บางครั้ง…การที่เราดึงดันจะสานสัมพันธ์ต่อนั้น…มันอาจทำให้ความรู้สึกๆดี…ที่เราเคยมีให้…อาจจางหายไปกับกาลเวลาก็ได้…

อย่างเช่น…ตอนที่ข้าพเจ้ากลับบ้านไปเรียนซัมเมอร์ที่เชียงใหม่นั้น…บังเอิญวนนั้นเป็นวันหยุด

แล้วทีนี้…ก็เลยชวนเพื่อน…กับพี่ของเพื่อนไปเที่ยวดอยสุเทพกันสามคน…(ออกแนวไปเป็นก้าง)

โดยวิธีการเดินทางนั้น…นั่งสองแถวไปกัน…ซึ่งตามกฎแล้วเราต้องรอให้มีผู้โดยสารเต็มคันรถจึงจะเดินทางได้

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มผู้โดยสารนั้น…มีคู่รักคู่หนึ่ง…ดูแล้วแน่นอน…เค้าทั้งคู่ไม่ใช่คนท้องถิ่นแน่นอน

แล้วข้าพเจ้าก็ไปเที่ยวดอยสุเทพต่อ…ไหว้พระ เดินเที่ยว ถ่ายรูป…แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ

โดยมีเป้าหมายว่า พวกเราจะแวะน้ำตกห้วยแก้วต่อ(ตอนนี้จะห้าโมงเย็นแหล่ว – -)

ซึ่งบังเอิญในเที่ยวกลับนั้น มีแค่ข้าพเจ้าและผองเพื่อน กับ คู่รักคู่นั้น กลับพร้อมกัน

ขณะที่เราตัดสินใจว่าจะเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วนั้น…คู่รักคู่นั้นก็คิดอยากไปเที่ยวด้วย(แต่ไม่ได้ไปด้วยกันนะ)…เลยกะจะลงจุดหมายเดียวกัน

แต่..ด้วยเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย…พวกเราเลยตัดสินใจที่จะไปเที่ยวแต่ขอกลับเข้าตวเมืองเลย

ซึ่ง ณ เวลานั้น พวกเราก็ไปเริ่มพูดคุย กับคู่รักนั้นเป็นพิธี และด้วย ความที่ชอบเป็นไกด์เล พูดคุยจนได้ความว่า

เพิ่งมาเที่ยวไม่รู้จักที่ทางสักเท่าไร (รู้จักแต่สถานเริงรมย์ ) พเจ้าลย เสนอว่า วันนี้วันอาทิตย์ ตอนเย็นๆ จะมีถนนคนเดิน สนใจไปด้วยกันมั้ย?

แถมเสนอชวนเที่ยววัดด้วย…(อันนี้ความชอบส่วนตัวที่ยัดเยียดให้คนอื่น..รู้สึกร่วมถึงความหลงใหลในความเป็นวัดของล้านนา – -) คู่รักทั้งสองคงเห็น ว่า

เป็นทริป ที่หายากดี – - เลยมาด้วย (ใจง่ายจริงๆ – -)

สรุปข้าพเจ้าก็พาเที่ยว วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดข้างวัดเจดีย์หลวง(ขอโต๊ดจำชื่อบ่ได้ – -) และเดินถนนคนเดินกันต่อ

มานั่งนึกถึงเรื่องตอนนั้น…รู้สึกว่าตัวเองแอบเจ้ากี้เจ้าการแฮะ – -…แบบเป็นไกด์ที่น่ารำคาญน่าดู…แบบเค้าไปไหนเราก็ตามไปอธิบาย – -(ออกนอกหน้าสุดๆ – -)

แล้วก็พาไปทาน…ไข่ป่าม…น้ำเงี้ยว…ทำนองนั้น(พรีเซ้นต์ความเป็นล้านนาสุดๆ)

และสุดท้ายเราก็พาคู่รัก นั่งสองแถวกลับที่พักโดยสวัสดิภาพ(มีการต่อราคาสองแถวให้เรียบร้อย)

เหอๆ…ใครสนใจเที่ยวเชียงใหม่…อยากได้มุมมองการท่องเที่ยวเชิงผิดปกติ…ติดต่อวุ้นใสจ้าได้^^…ฟรีแค่ดเลี้ยงค่ากะจ่ายค่าเดินทางให้พอ…เอิ๊ก

กลับเข้าเรื่อง…ผลจากวันนั้น…ถ้าเป็นปกติ…เราว่าจะมีการแลกอีเมลล์…ที่อยู่เอาไว้ติดต่อทำนองนั้น…แต่ครั้งนี้…ไม่เลย…มันเป็นการ”พบเพื่อเพียงผ่าน” อย่างแท้จริง!!

พูดแล้วตอนนี้ก็ยังรู้สึกดีอยู่ไม่หายแฮะ…เอิ๊กๆๆ

แต่ไม่รู้ค่รักคู่นั้น…จะรู้สึกดีหรือเปล่า – -

กลับมา เมนหลักของจริงละ

คือว่า…ขณะนี้…ข้าพเจ้าเรียนเอยูเออยู่แหล่ะ

จบไปเลเวลนึง แล้ว…มีความสุขอย่างแรง!!!

อยากบอกว่า…รู้สึกดี…เพราะเพื่อนร่วมคลาสน่ารัก

และคนที่เราแหย่กันประจำนี่…น่ารักโคตร!!!…(สเป๊กข้าพเจ้าเลย ขาว ตี๋ ใส่แว่น หน้าตาดี กรี๊ดดดดด><)

แต่…ปากหมาอย่างแรง – -…ความจริงข้าพเจ้าผิดเองแหล่ะ…เพราะไปหาเรื่องเค้าก่อน(พี่เค้าเพิ่งจบแหล่ะ ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับมาเก็ตติ้ง ทำนองนั้น – -)

และที่สำคัญ…มีแฟนแล้วมั้ง…เป็นรุ่นน้องเรียนเอแบค…ประมาณนั้น…พี่เค้าไม่ได้บอกอ่า…แต่เซ้นข้าพเจ้ามันบอก…555

ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็น…เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ชอบในเชิงชู้สาว…แต่รู้สึกว่าปลื้มมากกว่า…(ทั้งๆที่ไม่ค่อยน่าปลื้มสักเท่าไร – -…เนื่องจากความปากหมาของพี่คนนั้น…..แต่ก็รู้สึกดีที่มีคนมาแหย่สม่ำเสมอ^^)

อย่างวันนี้…ยืนรอรถเมล์อยู่…พี่เค้าก็มาจากไหนไมรู้มายืนด้านหลังรอให้เรารู้สึกตัว…

แล้วก็ผลักข้าพเจ้าให้ตกฟุตปาท พร้อมกับพูดทำนองว่า อ้าวๆอยากตายหรืไง – -(ดูดู๊ดู ดูมันทำ)

ข้าพเจ้าเลยสวนกลับโดยการวิ่งตามไปฟาดหลังหนึ่งที – -(รู้สึกว่า คนทำเกินกว่าคือข้าพเจ้านะนั่น – -)

มีความสุขจัง…ทั้งๆที่เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นเป็นพี่น้อง…(เพราะข้าพเจ้าแทบไม่เคยเรียกพี่คนนั้นว่าพี่ด้วยซ้ำ – - ออกแนวไม่เคารพ – -)…ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว…แต่ข้าพเจ้าชอบนะ…ไม่ได้ผูกพันอะไรมาก…แค่รู้สึกดีที่ยังรู้ว่ายังมีตัวตนในสายตา…(เหมือนข้าพเจ้าแอบรักเลย – -…ไม่ใช่นะ!!!~)

เพราะฉะนั้น…วันไหนมีเรียนเอยูเอ…ก็จะแบบ…เออแฮะ…สังคมที่ไม่ผูกพันและรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น…มันมีอยู่ด้วยแหล่ะ

ความจริงมีหลายๆเรื่องที่ข้าพเจ้ากับี่เค้าได้ปะทะฝีปากกันประจำ – -…

ขออีกหนึ่งเหตุการณ์ละกัน…อยากเล่า

ตอนนั้นในคลาสให้เราเขียนประมาณว่า…ตอนนี้เราเดินทางไปเรียนหรือทำงานโดยวิธีใด และเราอยากเดินทางวิธีไหน

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า เดินมามหาลัย แล้ว อยากปั่นจักรยานมามากกว่า พอพูดเสร็จ…พี่คนนั้นก็พูดเสียงดังว่า…You are so very poor!…จนคนในห้องหันมามอง…ข้าพเจ้าก็หันไปทำตาเขียวใส่อย่างรวดเร็ว…

แต่…อาจารย์ในคลาสก็พูดพร้อมชี้หน้าพี่คนนั้นว่า…You are really fault finder person!!…พูดเสร็จทุกคนก็หัวเราะ…เพราะทุกคนในคลาสรู้ว่า…ข้าพเจ้ากับพี่คนนั้นแหย่กัยอย่างงี้ปกติ

พอถึงตาพี่คนนั้นพูดมั่ง…เค้าก็บอกว่ามาโดย บีทีเอส และก็ชอบ บีทีเอสอยู่…อาจารย์ก็พูดอย่างรวดเร็วว่า…Why not Ferrary แล้วก็พูดประมาณว่า ยูรวยไม่ใชเหรอ แบบ ทั้งห้องฮาแตก …มีข้าพเจ้านี่แหล่ะที่สมน้ำหน้าอย่างออกนอกหน้าที่สุด – -

เรื่องก็เป็นเช่นนั้นแล…

ก้ออ่านะ

เ พ ร า ะ อ ะ ไ ร . . . ? ?

Leave a comment
เคยมั้ย…

เคยทำอะไรแล้วรู้สึกว่า…กูไม่น่าทำเล้ยย

เคยมั้ย…

ที่วุ่นวายใจ…จนทำสิ่งๆหนึ่งโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วผลที่เกิดขึ้นมัน…

ก้ออ่านะ

ข้าพเจ้าเคยสารภาพรักกับเพื่อนคนหนึ่งด้วยแหล่ะ

กำ…ขณะเขียนบล๊อกฟังแฟตอยู่ พอพิมประโยคข้างบนเสร็จ เพลงอยากรู้แต่ไม่อยากถามเปิดซะงั้น – -(บิ๊วอารมณ์กันได้อีก – -)

เหอๆ ข้าพเจ้าว่าคนที่อ่านบล๊อกนี้เดาออกแหล่ะ ว่าคำตอบเป็นยังไง

พอนึกถึงทีไร…ก็รู้สึกว่า…ตอนนั้นเราชอบมันจริงๆหรือเปล่าวะ – -

หรือแค่อยากคบกะมันเฉยๆ(มันหล่ออ้า)

ปกติข้าพเจ้า…แอบชอบใคร…คนๆนั้นไม่เคยรู้หรอก – -

ถ้าจะรู้ก็รู้ตอนข้าพเจ้าเลิกชอบไปแล้ว – -

แต่รายนี้มันเป็นกรณีพิเศษ…

คุณเคยชอบใครมากๆ ภายในเวลาที่รู้กันไม่นานมั้ย??

อย่างข้าพเจ้า มาหลงละเมอถึงคนๆนั้น เพราะเหตุการณ์เดียว ที่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง

ไม่น่าเชื่อเนอะ คนบางคน ตามจีบคนๆหนึ่งเป็นปีๆ ไม่สนใจ แต่นี่…

อาจเป็นเพราะตอนนั้น เราทั้งคู่อาจรู้สึกอยากมีใครมาอยู่ข้างๆด้วยๆแหล่ะ – -

เฮ้อออ…เรื่องมันมีอยู่ว่า…

ในงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียนข้าพเจ้า…ขณะนั้น ข้าพเจ้าเป็นกลุ่มที่ทำงานจัดการเกี่ยวกับร้านอาหาร (คงจะรู้สาเหตุที่มาทำแล้วล่ะสิ^^)

กลุ่มนักเรียนที่ทำงานเนี่ย จะได้คูปองแบบนึง ซึ่งก็กินได้เยอะแหล่ะ(เพราะตอนเราไปทำงานก็ไล่ไปซี้กะร้านต่างๆ จนเค้าแถมแหลกลาญ เอิ๊กๆๆ)

ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกะหัวข้อบล๊อกนี่ฝ่า – -

กลับมาที่เดิม ผลของการทำงานก็เลยแอบมีตั๋วแลกอาหารเยอะ เพราะเพื่อนบางคนมีบัตร ด้วย ก็ใช้โครต้าบัตร ประมาณนั้น

ด้วยสันดานส่วนตัว…เฮ้ย คูปองเหลือปะ…เราขอ…

ขอจนแบบ…ยังไงมึงก็กินไม่หมด – -

พอทำงานเสร็จก็ไปนั่งกิน กับเพื่อนๆ ทีนี้ นายคนนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกับข้าพเจ้า (เคยทำงานด้วยกันครั้งเดียว) แหย่กันประจำ (เพราะมีช่วงหนึ่งข้าพเจ้าบ้าเกมตีกลองมาก แบบสอบเสร็จไปตีกลอง แล้วบังเอิญมีวันหนึ่ง นายคนนั้น ไปเล่นวินนิ่ง ข้างตู้เกมกลองพอดี ตั้งแต่นั้น ข้าพเจ้าก็ถูกนายคนนั้นเรียกว่า “แม่สาวมือกลอง”

นั่นคือความสัมพันธ์ ของเราของคน – -(มันไม่มีอะไรเลย – -)

กลับมา พอดีนายคนนั้นไม่มีคูปอง ข้าพเจ้าผู้ซึ่ง กินมาเกือบทุกร้าน ยังไม่อิ่ม เลยชวนนายคนนั้น …

นี่…เรามีคูปองเยอะอ่า…เราของเราไปดิ…

โห…สาวมือกลอง มีคูปองเยอะจัง…ดีเลย แต่แนะนำเราหน่อยสิว่ามีอะไรอร่อยมั่ง

ได้ๆ…เรากำลังจะไปเอาอีกอ่า…ไปด้วยกันเลยปะ

แล้วเราก็ไปตะลุยเอาของกินอย่างสนุกสนาน(ตอนนั้นยังเฉยๆนะ – -)

อย่างเป็นเวลาพอสมควร…รู้สึกว่าช่วงนั้น เพื่อนๆของนายคนนั้น หายไปไหนไม่รู้

ส่วนเพื่อนของข้าพเจ้า…ส่วนใหญ่ก็กลับ…ข้าพเจ้ายังต้องทำงานต้องกลับพร้อมรูมเมทด้วย ก็ไม่มีเพื่อนเวลานั้นเช่นกัน

และด้วยความที่ข้าพเจ้า ต้องไปเอานู่นเอานี่ นายคนนั้นด้วยความที่ มีสันดานสุภาพบุรุษตั้งแต่เกิด (คนไรว้า หน้าตาก็ดี แม่งนิสัยดีอีก อิจฉาโว้ยย) ข้าพเจ้าจะไปไหนก็จะบอกว่า

สาวมือกลองไปไหนอ่า…

อ๋อเราไปเอา..ชื่ออาหาร..

โหยนี่ยังไม่อิ่มอีกเหรอ…กินไปตั้งเยอะแล้วนา…

อะไรกัน..คูปองยังไม่หมดเลย…อาหารก็อร่อย เรื่องไรเราจะอิ่มง่ายๆ555

- -ไม่กลัวอ้วนนะ สาวมือกลอง…มาเดี๋ยวเราไปเป็นเพื่อน

เฮ้ยไม่เป็นไร…เราไปเองได้…อีกอย่างเราเอามาเยอะนา…ไปหลายร้านลำบากนายเปล่าๆ

ก็นั่นไง…เราจะได้ไปช่วถือให้…จะได้ไม่ต้องไปเอาหลายรอบ

เอาจริงดิ…อย่าบ่นละกัน

ก็เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา

ในงานวันนั้น มีนิทรรศการด้านหน้านิดหน่อย แล้วข้าพเจ้าอยากทานน้ำผลไม้ เพื่อนที่โต๊ะ ก็ฝากหยิบ และ นายคนนั้นก็อาสามาเป็นผู้ช่วย

ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าก็ยังไม่รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่านายคนนี้มีแฟนแล้ว เป็นรุ่นน้องต่างโรงเรียน (หลังจากที่เลิกกะรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง – -)

ระหว่างทางที่เดินไปด้วยกัน ข้าพเจ้าก็นึกขึ้นมาได้ว่า สาย(แผนการเรียน)ของข้าพเจ้า มีจัดไปเที่ยวภูกระดึงกัน ข้าพเจ้าก็เลยชวน

เฮ้ย นายคนนั้น เนี่ย เค้ามีทริปไปภูกระดึง ไปปะ ห้องนายไปเยอะนะเฟ้ย

เหรอๆ…แล้ว สาวมือกลองไปปะ

อ๋อ เราไม่แน่ใจอ่า ดูก่อน

อ้าว สาวมือกลองไม่ไปเหรอ เสียดายจัง

ทำไมอ่า เรายังไม่รู้ไง เพราะไม่รู้จะเก็บตังรอดเปล่า – -

เราอยากไปอ่า สาวมือกลองไปนะ

(เอ๊ะไอ่นี่ แกจะไปไม่ไปเกี่ยวอะไรกะชั้นยะ) ไม่แน่อ่า เราก็อยากไป

งั้นสาวมือกลอง คุยกับแม่เราให้หน่อยสิ เรากลัวแม่ไม่อนุญาตอ่า…พูดแล้วก็หยิบมือถือมากดโทร

เฮ้ยๆๆ…แกขอเองดิ…ก็บอกดิ ว่าเพื่อนๆ มีผู้ปกครองที่เลย เค้าดูแล อ่า ให้เราคุยทำไม – -

น่า คุยกับแม่เราหน่อยนะๆๆๆ

สรุปข้าพเจ้าก็คุยกับแม่ของนายคนนั้นจริงๆ – -

คราวนี้พอช่วงงานใกล้เลิก เค้ามีลูกโป่งที่ผูกตามโต๊ะ ช่วงแรกๆ ตอนนี้ ผู้ใหญ่เริ่มกลับ พวกเราก็อยากได้ วิ่งไปแย่งเอามากัน

เพื่อนที่โต๊ะหลายคนได้มาแล้วข้าพเจ้าเพิ่งกลับจากการไปเอาอาหาร ก็บ่นว่าอยากได้ เพื่อนข้าพเจ้า ที่ไปเอามาเยอะแยะก็บอกว่าไปเอาสิ เดี๋ยวไม่ทันหรอก ข้าพเจ้าก็บอกว่า บ้าเหรอ ไม่กล้าโว้ย มันเลยบอกงั้นเดี๋ยวมันไปเป็นเพื่อน (เพื่อนคนนี้เป็นผู้ชาย)

ข้าพเจ้าก็กลับมาพร้อมลูกโป่ง สองสามลูก ด้วยหน้าตาเหมือนได้ของเล่น

แต่…นายคนนั้นทำหน้าไม่พอใจ…แล้วทีนี้ข้าพเจ้ากะไปเอาไอติมมากินอีก เลยชวนนายคนนั้นมาด้วย ให้มาช่วยถือ (555นายกลายเป็นคนใช้ชั้นแล้วว)

นายคนนั้น ทำเหมือนไม่ได้ยิน – -…แต่เพื่อนที่โต๊ะฝากให้เอามาเผื่อเยอะเกินที่ข้าพเจ้าจะเอามาหมดได้ เลยลากนายคนนั้นมา(ด้วยการซัดไปที่ไหล่บอก เฮ้ยเป็นเหี้ยไร มาช่วยกันเลย – - อย่ามาเนียน)

นายคนนั้นก็ตามมา ข้าพเจ้าสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อย่าหน้ามือหลังตีน จากสุภาพบุรุษ เป็นคนหยิ่ง – -

เฮ้ย…นายคนนั้น แกเป็นไรวะ โกรธเราเหรอ?

ป่าว…เราไม่ได้โกรธ…แต่เราไม่พอใจ

ไม่พอใจอะไร…ชั้นไปแย่งขนมแกกินหรือไง…แค่นี้ทำงกนะ…คูปองเรานะโว้ยย

ไม่เกี่ยวสักหน่อย…สาวมือกลอง

งั้นเรื่องไรอ่า – -

ก็สาวมือกลอง อยากได้ลูกโป่ง ทำไมต้องไปกับ..ชื่อเพื่อนคนนั้น..ด้วย

อ้าว ก็เห็นมันได้มาตั้งเยอะแยะ เราไม่กล้าไปขอรุ่นพี่นี่นา มันหน้าด้านดี ก็ต้องให้มันขอดิ

เออ…แล้ว สาวมืกลองเอาเราไปไว้ไหน…พอไปกับ..ชื่อเพื่อนคนนั้น..ก็ทิ้งเราเลย

ทิ้งเทิ้งอะไรแก ชั้นก็ปล่อยแกที่โต๊ะ เพื่อนเต็มไปหมด – - ไม่ได้ปล่อยนายอยู่คนเดียวนี่นา

ไม่รู้แหล่ะ…คราวหน้าจะทำอะไร…ต้องบอกเรานะ…ไปกับเราได้เดี๋ยวเราจัดการให้

เออ…ได้ๆๆ…แหมแค่นี้ทำน้อยใจ…ทำเป็นผู้หญิงไปได้ – -…

คราวนี้ นายคนั้นก็ตามข้าพเจ้าไม่ห่าง ด้วยความที่นายคนนั้นหน้าตาดี เป็นนักบอล ป๊อปใช่ย่อย ไปไหนมาไหน คนก็จะมาทักมากมาย – -

และหลังทักเสร็จ(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมาทัก) ก็จะมองข้าพเจ้าแปลก นายคนนั้นก็จะแนะนำข้าพเจ้าให้รู้จัก (ไม่ต้องก็ได้ ชั้นเกรงใจ) อารมณ์เหมือนแนะนำแฟน น้ำเสียงน่าตื๊บมาก

แบบ…อ้าวน้องคนนั้น

อ้าวพี่…เหรอครับ ยังไม่กลับเหรอ

ยังจ้า (เหลือบสายตามามองข้าพเจ้า)…

อ๋อ…นี่วุ้นใสจ้าครับ (ไม่มีแสดงความสัมพันธ์ แบบเพื่อนผมเอง – - นายคนนั้นดันละเอาไว้ แล้วพี่คนนั้นก็มองด้วยสายตา แม่งกูสวยกว่ามันนะ – -เลือกมันไปได้ไง – -…โว้ย เป็นแค่เพื่อน เลิกทำหน้าดูถูกกันซะที รู้ว่าหน้าตาไม่ดี ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น

)

ซึ่งแบบเดินไปไหนมาไหน ก็จะถูกมองด้วยสายตานี้ตลอดเวลา – -

แล้ว นายคนนั้นก็ทักคนทุกระยะ ห้าก้าวเดินอย่างข้าพเจ้านานๆทักที – -ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง แล้วจะกะดี๊กะด๊าที่เห็นข้าพเจ้าเอา นายคนนั้นมาด้วย (คนรู้จักข้าพเจ้าไม่ว่ารุ่นน้อง รุ่นไหน ทราบอยู่ว่าเป็นเพื่อน – -)

เสร็จคราวนี้ใกล้ช่วงปิดงานแล้ว…นายคนนี้ก็แบบ

สาวมือกลองจะไปไหนหรือเปล่า?

อ๋อ…เรารอเพื่อนน่ะ…ให้มันโทร.มาเดี๋ยวกลับพร้อมกัน…แล้วนายกลับไงอ่า

งั้นเรามีเรื่องอยากคุยด้วย ไม่กลับไปที่โต๊ะได้มั้ยคนมันเยอะน่ะ

เอ่อ…จะดีเหรอ?

น่า มาเถอะ ช่วงนี้เราเครียดๆน่ะ เป็นเพื่อนเราหน่อย

เอ้า ก็ได้ ว่ามา

แล้วเราสองคนก็มานั่งแถวศาลาตรงหน้าโรงเรียน กันสองคน

นายคนนั้นก็เล่าเรื่องราวของนายคนนั้น(ซึ่งข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้ว – -) แถมยังบกด้วยว่า จะเล่าเฉพาะคนที่สำคัญเท่านั้น คนที่รู้เรื่องพวกนี้ก็มีแต่แฟนของนายคนนั้น (ดู๊ดู มันทำ อย่างกะชั้นเป็นแฟน แกงั้นแหล่ะ)

แถมนายคนนั้น พยายามพูดประมาณ ข้าพเจ้าเป็นผู้หญิงที่พิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งข้าพเจ้าก็พยายามูดถึงแฟนของนายคนนั้น ตลอดเวลา

สาวมือกลอง เธอตลกดีนะ เราชอบ

แหม…พูดงี้ น้อง..ชื่อแฟนนายคนนั้น.. หึงเราพอดี แกอย่ามาหาเท้าให้เรากิน – - เรากินอาหารนะเฟ้ย ไม่นิยมแดกตีน

แต่จริงๆนะ เราว่า วุ้นใสจ้า ไม่เหมือนใครเลย อ่า (พร้อมกับทำตาเยิ้มๆ)

(ใจจะละลาย)…นี่ นายมีแฟนแล้ว อย่าเที่ยวไปพูดแบบนี้ให้ ผู้หญิงอื่นนะ สงสารแฟนแกหน่อย

ความจริงเรากับ…ชื่อแฟนนายคนนั้น.. ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไรหรอก

อ้าว เฮ้ย น้องเค้ายิ่งสวยๆ แกนี่ ไม่ดูแล บลาๆๆๆ

แต่เราว่า เราอยากมีคนที่เข้าใจเรามากกว่านี้(พูดพร้อมกับมาจ้องหน้าข้าพเจ้า)

(ไอ้บร้า…อย่ามาอ่อยกันดิวะ ยิ่งแพ้ผู้ชายหน้าตาดีอยู่) งั้นเราก็ขอให้นายเจอคนนั้นสักทีนะ สู้ๆ!!

(ชักสีหน้าไม่พอใจ) อือๆ

แล้วก็คุยกันประมาณนี้เรื่อยๆ – -

จนกระทั่ง…สาวมือกลอง…กลับยังไงนะ…

เรารอเพื่อนไง…เอนานแล้วนะเนี่ยทำไมไม่โทร.มาสักที (ข้าพเจ้ากดโทร.หารูมเมท รูมเมทก็บอกว่า สักพัก – -)

งั้นเราไปกินข้าวต้มกันต่อมั้ย สาวมือกลอง

อ้าว แล้วนายไม่กลับบ้านอ่า ดึกแล้วนะ เดี๋ยวแม่นายเป็นห่วง

ไม่หรอกเราบอกแม่แล้วว่าเราอยู่กับเธอ แถสเธอคุยกับแม่เราแล้ว รู้มั้ยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุยกับแม่เราเลยนะ

(งานเข้า…)แล้วมันเกี่ยวอะไรที่แม่นายจะไว้ใจเราเล่า – - มั่ว!!!

น่า…ไปกินข้าวต้มกันต่อนะเราหิว

(กำลังตัดสินใจ)เพื่อนเดินมา…อ้าว วุ้นใสจ้า ปะกลับกันๆ อ้าวอยู่กับใครอ่า

ข้าพเจ้าก็แนะนำไป นายคนนั้นก็ขอตัวกลับซะงั้น – -

นั่นแหล่ะแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโดนนายคนนั้นอ่อย – -

หลังจากนั้นก็แทบทำข้าพเจ้าจะตายให้ได้

จนเมื่อถึงวันสอบ…

to be continous…