เวียนนา…เล็กๆ น้อยๆ…ผู้คนน่ารัก…(วันแรก) 3/5/12

Leave a comment

เริ่มเล่าตั้งแต่ ออกเดินทางมาเวียนนาเลยละกัน…เพราะรถบัสออก 00.25น.จากปรากมากเวียนนาถึง 05.10 แต่ถึงจริงๆ ก่อนเวลา 10 นาที ฮืออออหนูง่วง – -…ตามกำหนดการวุ้นสั่งเสียน้องรหัส ที่หนีมาเที่ยวเวียนนาก่อน(ตอนจะไปปราก วุ้นบอกน้องเผื่อจะได้เจอกัน ปรากฏว่า หนีมาเที่ยวเวียนนาวุ้นเลยบอกว่า เนี่ยวุ้นก็จะไปเวียนซึ่งน้องก็อยู่พอดี)…ว่าขออาบน้ำที่โรงแรมหน่อย – -…เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 เนี่ยวุ้นยังไม่ได้อาบน้ำเลย –…เกลียดตัวเองมาก…แต่ปรากฏว่าพอวุ้นไปตามน้องรหัสถึงโรงแรม น้องมันไม่รับสายเพราะเมื่อคืนหนีไปบาร์กลับดึก เชอะๆๆๆ…เลยกลับโรงแรมตัวเองซึ่งตามกำหนดการเนี่ย วุ้นจะสามารถเช็คอินได้ตอนบ่ายสอง – -…ตอนที่ไปถึงหกโมงเช้า – -…วุ้นเลยบอกขอเอากระเป๋ามาฝากไว้ก่อนได้มั้ย…ได้^^…ก็เลยเอากระเป๋ามาเก็บซึ่งโรงแรมที่นี่ฟรีไวไฟเฉพาะล๊อบบี้…ลืมเล่าเรื่องรสบัส…ดีมากกกกกกกกกก…เมื่อเทียบกับโปสกีบุส- -…(วุ้นเคืองมากที่จอดบ่อยแล้วปลุกผู้โดยสารเนี่ย)…มีปลั๊ก มีไวไฟมีทีวีส่วนตัว…

เนื่องจากวุ้นเนี่ย ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับปรากกะเวียนนาตั้งแต่แรก…ในขณะที่ ปีเตอร์พอรู้จักที่เที่ยวปรากบ้างเพราะหาข้อมูลก่อนมา แต่ไม่มีเวลาพอที่จะหาข้อมูลเวียนนาด้วย – -ปีเตอร์รู้แค่ว่าหนังเรื่อง before sun rise อยู่เวียนนา มันอยากเห็นฉากเหล่านั้นวุ้นก็อยาก(หลังจากฟัง 555)…เลยไม่รู้ทำไง…มุกง่ายๆลงสถานีรถไฟที่เป็นเซ็นเตอร์ ที่นั่นแหล่ะ…(ไม่เหมือนเมืองไทย – -…)ว่าแล้วก็ไปกัน…

วุ้นไม่รู้จักอะไรเลย…เดี๋ยวขอไปหาข้อมูลแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ(ซึ่งวุ้นว่า คราวหน้าวุ้นมาใหม่ ดีกว่า 555)…ก็เดินเดิน เดิน รอศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวเปิด ตรงข้ามที่ศูนย์มี ฟิล์มมิวเซียมวุ้นตื่นเต้นมาก อยากไป นังปีเตอร์ก็บอกว่า ไม่อะไรหรอก…นั่นแหล่ะรูปแบบการเที่ยวเราไม่เหมือนกัน…วุ้นเลยบอกว่าเราแยกกันเที่ยวดีกว่า…เพราะตอนแรกที่มา มันไม่แบบปรากไง…เพราะปรากเอาความประทับใจไปจากวุ้นหมดแล้ว…ถ้าวุ้นมาเวียนนาก่อนปรากเวียนคงเป็นที่วุ้นชอบมากที่หนึ่งเช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เวียนนาดีกว่าปราก คือผู้คนที่นี่ เวลาเป็นหน้าวุ้นทำหน้าแสดงว่า มันกำลังหลงทางผู้คนที่นี่ก็ทำหน้าแบบถามฉันสิ แล้วฉันจะช่วยเหลือคุณเอง…

วุ้นชอบที่นี่ เพราะวุ้นพูดเยอรมันได้นิดหน่อย (เรียนมาสองปี – -…จำได้แต่มุกควาย เช่น แดจังกึมเป็นเพศอะไร…ตอบ…เพศชาย เพราะ แด (der) เป็นคำชี้เพศ- -…กากเนอะ…ถ้าเป็นเพศหญิงจะใช้ ดี(die) ซึ่งเยอรมันโหดตรงที่มีคำนามที่ไม่มีเพศด้วย เรียกว่าเพศกลาง คือ ดาส (das) ภาษาอื่นในยุโรปมีแค่หญิงกะ ชายเอง…ซึ่งแค่ สองอัน ก็วายวอดในการใช้แล้ว – -) เวลาเจอป้าย มันเดาได้และวุ้นอ่านภาษานี้ได้ดีที่สุดรองจากอังกฤษ ในกลุ่มตระกูลนี้นะ ที่นี่ รถไฟฟ้าเก่า เทียบแบบปรากเงี้ย จะดีกว่าในแง่สาธารณูปโภค

หลังจากวุ้นแยกกะปีเตอร์แล้ว ก็ตั้งใจจะไป ฟิล์มมิวเซียมก่อน ปรากฏว่ายังไม่เปิด –…ตอนนั้นเก้าโมงสี่สิบกว่า…วุ้นงอน เลยไปซิกมุน ฟรอยมิวเซียมก่อนละกัน…วิธีไป ไม่มี…พอดูแผนที่ใหญ่ รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง…ถึงแหล่ะแต่ต้องเดินไกลมาก…ซึ่งแผนที่ ที่มีอยู่นั้น ไม่สามารถช่วยอะไรวุ้นได้เลย –…โอเค ไปรถรางก็ได้…ซึ่งก็ลงผิดป้าย เพราะนั่งรถรางรุ่นเก่าไม่มีป้ายไฟบอกสถานี…โชคดีที่คนเวียนนาน่ารักนั่นแหล่ะวุ้นเลยไปถูก…มิวเซียมที่นี่ อยู่ในอพาร์ทเม้นรวม…เพราะงั้นวิธีเข้าไปก็ต้องกดกริ่งพร้อมกับเลขห้องที่มิวเซียมอยู่…โชคดีของการมี ISIC Card ลดค่าเข้าไประดับนึงซึ่งค่าเสียหายจากการเข้าชมก็ 8 ยูโรแหล่ว…นี่ลดแล้วนะ..วุ้นเลยไม่ซื้อโปสการ์ดจากที่นี่

ลืมบอก…โปสการ์ดที่นี่ส่วนใหญ่ราคา 1 ยูโร…แสตมป์ส่งต่างประเทศที่ไม่ใช่ในยุโรป1.70 ยูโร ถ้าส่งในยุโรป 0.7 ยูโร…แพงอ้ะ…เมื่อเทียบกับปราก (วุ้นยังไม่ได้ไปไปรษณีโปแลนด์)…

กลับมาต่อที่มิวเซียม ก็เป็นมิวเซียมที่รวบรวมเอกสาร ของใช้ของซิกมุนฟรอยด์ จะเห็นหนังสือ จดหมายของซิกมุน ฟรอยด์…ของสะสม…ชีวิตวัยเด็กจนตาย…จากการบริจาคของ แอนนา ฟรอยด์ ผู้เป็นลูกสาว…สนุกมั้ย…วุ้นชอบนะถ้าคนที่สนใจ และชอบคนๆนี้อยู่แล้ว มันก็สนุกแหล่ะ ความจริงวุ้นไม่ชอบ ซิกมุนฟรอยด์นะ เพราะงานของเขา หมกมุ่นในอวัยวะเพศชายมาเกินไป วุ้นรู้สึกว่ามันติดกับวาทกรรมชายเป็นใหญ่ในงานวิจัย…ซึ่งมันไม่แปลก แต่วุ้นหงุดหงิด…555…ซึ่งไม่เถียงว่าเพราะเขา ทำให้วงการนี้มันดีขึ้น แล้วพอดีวุ้นได้ดูหนังเรื่อง dangerousmethod มาในหนังมันก็มีการแสดงถึงลักษณะนิสัยของ ซิกมุนฟรอยด์ระดับนึง…ผลจากการมามิวเซียมนี้ วุ้นถึงรู้ว่า น้องสาวของเขาถูกส่งไปค่ายกักกัน เอาซ์วิช…เศร้าเนอะ – -…

เนื่องจากวุ้นนอนน้อยมาก รถออกก็เกือบตีหนึ่ง นั่งเช็คอินเตอร์เน็ตนู่นนี่นั่นผู้ประสานงานแม่วุ้น ก็มาบอกวุ้นว่า แม่อยากคอล –..เพราะวุ้นยังไม่ได้คอลหาแม่เลยตั้งแต่มาโปแลนด์…แม่วุ้นงอนวุ้นมากที่ทำไมวุ้นคอลกะคนอื่นได้ แต่ทำไมไม่คอลแม่ – -…ประเด็นคือตอนที่วุ้นหาเน็ตเล่นได้เนี่ยคือเมืองไทยตอนค่ำหรือ ดึกแล้ว – -…ซึ่งแม่วุ้นมีไวไฟ อยู่ทำงาน…แต่ที่บ้าน มันเป็นเอจ (อย่าว่าแต่เอจเลย – -…สามจีติดต่อทีก็วายวอดจะตาย)…เหมือนวุ้นแค่ แชตหาแม่อย่างเดียว –…วุ้นเหวี่ยงผู้ประสานงานไปว่า ทำไมไม่อธิบายแม่วุ้นล่ะ –…เรื่องแค่นี้…ตอนที่แม่วุ้นอยากคอลกะวุ้น คือตีสอง – -…ตอนนั้นวุ้นหลับ(ให้วุ้นเหอะ เดินในปราก ก็เกือบสิบโลแล้ว – - ขอนอนบ้างไรบ้าง)แต่วุ้นตื่นตอนจะตีสาม เพราะรถแวะจอดชายแดนก่อนเข้าออสเตรีย…วุ้นเลยรีบคอลกะแม่…ได้นอนอีกทีเกือบตีสี่ รถถึงตีห้า(หมายความว่าก่อนที่รถถึงประมาณยี่สิบนาที พนักงานจะมาเก็บหูฟังเป็นการปลุกผู้โดยสารให้เตรียมตัวไปในตัว – -…สรุปนอนไม่ถึง 4 ชั่วโมงไม่นับของคืนก่อนที่น้อยไม่ต่างกัน – -…

ตอนวุ้นฟังออดิโอไกด์ แบบเหนื่อย นั่งพักฟัง…ก็ถือออดิโอไกด์แนบหู…รู้ตัวอีกทีตอนออดิโอไกด์หลุดจากมือตกพื้น…ฝรั่งแถวนั้นหันมามองที่วุ้นเลย – -…โคตรอายหลับคาออดิโอไกด์…ออกจากมิวเซียมเสร็จ…ตั้งใจไปโบสถ์วิวิดเป็นโบสถ์นีโอกอธิค…ดูจากในรูปแล้วน่าสนใจมาก…แต่ออกมาฝนตก…แล้ววุ้นคิดว่าไม่ได้เอาร่มมาเลยไปหาสถานีรถรางที่ใกล้ที่สุด หลังจากพยายามเดินตามแผนที่แล้วหลง – -…เลยใช้มุกดูตารางรถรางหาสถานีที่ต่อรถไฟฟ้าได้จะได้กลับไปเอาร่มที่โรงแรม…รวดฝากบอกโรงแรมให้เช็คอินกรณีปีเตอร์มาเช็คอินก่อน เพราะเราแยกกันเที่ยว แล้วทีนี้ทุกคนที่ เรื่องวุ้นว่า Tinna เพราะวุ้นใช้ชื่อนี้ในเฟสบุ๊คแล้วมันเรียกง่าย กว่าชื่อเล่นวุ้น แถมวุ้นไม่ชอบให้เรียกชื่อจริง…มันแปลกๆอ่ะ…เลยกลายเป็นทินน่า ชั่วคราว(ไม่ได้ภูมิใจเลยนะ – -..)แล้วชื่อวุ้นที่เช็คอินมันเป็นชื่อจริงไง…เดี๋ยวปีเตอร์มาถามหาแล้วไม่เจอจะยุ่งเอา…เลยให้ชื่อปีเตอร์ และชื่อจีนของปีเตอร์ไป…

ช่วงที่เดินทางมาโรงแรม ฝนแอบตกหนัก วุ้นมีแค่เสื้อยืดบางๆกะคาดิแกนลมพัดมาทีไม่เกิน 20 องศาแน่ๆโดนฝนอีก…เริ่มเข้าใจฝรั่งที่บอกว่าหน้าหนาวไม่มีใครออกจากบ้านหรอก มีแต่หน้าร้อนเท่านั้น…(ตรงข้ามกลับประเทศเรา555) พอมาถึงคุ้ยเป้ตัวเองไม่เจอร่ม เลยลองคุ้ยกระเป๋าตัวเอง…อ้าววววววว…อยู่ในกระเป๋ามาตั้งแต่แรก…ด๊วกกกกกกกกก

โอเค…ต่อไป…ไปพิพิธภัณฑ์โมสารท…ตามกำหนดการวุ้นตั้งใจจะได้พิพิธภัณฑ์โมสารท แล้วตามด้วย บีโธเฟน (ขอเรียกมิวเซียมนะ พิมยาก –)ก็เดินวนไปมานิดหน่อยถึงเจอ..นอกเรื่องหน่อย ซิกมุน ฟรอยด์มิวเซียมมีคนมาเยอะพอสมควรเหมือนกัน…คนสาวไทยอย่างวุ้นแค่แปลกใจ…เพราะมิวเซียมประเทศตัวเองมันไม่นิยมขนาดนั้น – -…ที่ๆวุ้นไป เป็นอพาร์ทเม้นที่โมสารทเคยพักอาศัยอยู่ซึ่งถือเป็นที่พักที่โมสารท อยู่นานที่สุด (สองปีกว่ามันนานยังไงหว่า – -)…สันนิษฐานได้ว่า ไม่ค่อยอยู่กับที่…มิวเซียมที่นี่ห้ามถ่ายรูปวุ้นคิดว่าคนที่นี่พูดจีนน้อยกว่า ญี่ปุ่น…เพราะงั้นเวลาวุ้นไปที่ที่มันสามารถเลือกภาษาได้เยอะๆ…จะโดนถามว่า เอาภาษาญี่ปุ่นมั้ย – -…เข้าใจเลยว่าคนยุโรป แยกคนเอเชียไม่ออกจริงจัง…เหมือนเดิม จ่ายค่าเข้าที่ลดแล้วก็ 8ยูโร(มั้งไม่ชัวร์ อาจมากกว่านี้)…โอเคนะ…คนที่รู้ชีวประวัติโมสารทน้อยอย่างวุ้น แถมสักแต่ฟังแต่เพลง…ทำให้เราทราบซึ้งมันมากขึ้น…จากมิวเซียมทำให้เราเห็นลักษณะการใช้ชีวิต และช่วงชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่ แบบตอนที่มาเวียนนา โมสารท เริ่มดังแล้วดังเลยมีเงิน มีเงินเลยเล่นพนัน เล่นพนันเลยติดหนี้…ติดหนี้ แต่มีพ่อให้ท้าย –…นกของโมสารท ตายก่อนที่มาจะอาศัยอพาร์ทเม้นนี้สองวัน โมสารทถึงขึ้นแต่งเพลง(หรือกลอนหว่า)ให้ แต่หมาของโมสารทเป็นลูกเมียน้อยมากไม่ถูกกล่าวถึง – -…มีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจเยอะมาก…ถ้าของเพลงคลาสสิก หรือชองโมสารท แนะนำฮะ…

เสร็จจากมิวเซียมนี้แล้ว ก็บ่ายสองแหล่ว วุ้นใช้เวลาในมิวเซียมเฉลี่ยสองชั่วโมงต่อหนึ่งที่ – -…โมสารทมิวเซียมเนี่ยแหล่ะทำให้วุ้นค้นพบสกิลตัวเองใหม่คือ…ยืนหลับใน…ไม่ได้หลับตาแบบยืนหลับ…คือตอนถึงห้องที่พูดถึงเพลงที่คนที่มาพักกับโมสาทแต่งเพลงโดยเหมือนมีโมสารทเป็นครูประมาณนี้…อยู่ดีๆวุ้นก็จะล้ม…เคยเห็นหมาหลับมั้ย?…อารมณ์ล้มแบบนั้น- -…แต่วุ้นไม่ได้หลับ กำลังฟังออดิโอไกด์อยู่ – -…งือ…

เสร็จแล้ววุ้นเลยคิดว่าเดี๋ยวไป Albertina เพราะตอนนี้มีนิทรรศการอิมเพรสชั่นนิสอยู่กับอะไรไม่รู้ระหว่าง โมเนต์และปิกาสโซ่ วุ้นไม่รู้ว่าเค้าอนุญาตให้ถ่ายรูปมั้ย- -เพราะไม่เห็นใครถ่ายรูปเลย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา จำไม่ได้ว่าค่าเข้าเท่าไรแต่แพงอยู่เพราะมี 3 นิทรรศการซึ่งคุ้มแหล่ะ ตอนที่วุ้นไปญี่ปุ่นวุ้นก็ไปดมิวเซียมศิลปะนานาชาติ จำชื่อไม่ได้แล้ว – -ว่าชื่ออะไร แต่นิทรรศการถาวรมีงานโมเนต์เหมือนกัน…แต่มันไม่ใช่ของจริงอ่ะส่วนใหญ่คือพิมพ์ซ้ำมาแสดงให้ดู…แต่ที่นี่ของจริงไง แบบเห็นรอยผู้กัน เห็นกระดาษโอ…เข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่ชอบสะสมงานถึงตามหาของแท้กัน…มันคนละเรื่องเลยกับพิมใส่กรอบ ทั้งๆที่มันเหมือนกัน –…ในแง่ของการเห็นภาพรวม…ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี…เหมือนของแท้มันเห็นความมีชีวิตของภาพวาดอยู่…

ต้องลองเห็นของแท้…แล้วจะเข้าใจสิ่งที่วุ้นบอก

ในส่วนของนิทรรศการอิมเพรสชั่นนิส…ทำให้วุ้นรู้จักศิลปินเพิ่งขึ้นเยอะมาก…วุ้นชอบงานของไม่รู้อ่านออกเสียงยังไง แอบรู้สึกที่เสียใจไม่ยอมซื้อออดิโอไกด์เพราะแพงจริงอะไรจริง 4หรือ 5ยูโรเนี่ยแหล่ะ วุ้นจำไม่ได้ แพงอ้ะ แต่อีกด้านหนึ่งก็ดีใจที่ไม่ซื้อเพราะจะต้องรับผิดชอบความรู้สึกผิดที่จ่ายแพงแต่ฟังไม่ครบเพราะตอนนั้นวุ้นเหนื่อยมาก ฟังชีวประวัติมาทั้งวันเลย – -…การฟังภาษาอังกฤษแล้วต้องแบ่งโสตประสาทอ่านข้อความรายละเอียด เพิ่มเติม พร้อมกับพิจารณาสิ่งของภาพวาด รูปถ่าย แอบใช้สมาธินะ – -…ณ ตอนนั้น อยากกลับไปนอนมาก…เลยวางแผนว่าเดี๋ยวกลับโรงแรมไปงีบก่อนหลังเสร็จจากที่นี่ ตอนนั้น ห้าโมงเย็นแล้วไปดูพระอาทิตย์ตกแบบในหนังพระอาทิตย์ตกประมาณสองทุ่ม แล้วค่อยไปถ่ายรูปชิงช้าสวรรค์ประมาณนี้…ช่วงหลังๆนี่ วุ้นดูผ่านๆเลย – -…ดูแต่ศิลปินที่รู้จัก (ซึ่งน้อยมากในกลุ่มอิมเพรสชั่นนิส)….

หลังจากออกจาก Albertina แล้วข้างๆเป็นฟิล์มมิวเซียม…เลยแวะไปหน่อยปรากฏว่า ที่นี่ไม่มีมิวเซียม มีแต่การฉายภาพยนตร์ตาม themeแล้วก็มีห้องสมุดเกี่ยวกับหนัง…กะคาเฟ่ ขายของที่ระลึกประมาณนี้…เลยขอไปถามว่า ฉากในหนังอ่ะ มันอยู่ที่ไหน เค้าก็บอกว่า ฉากจบเนี่ย อยู่ตรง Albertina นี่เองด้านข้างที่นั่งเล่น มันเป็นทางเดินยาว ลงไปเป็นสวนสาธารณะ มีอาคารอะไรไม่รู้สวยมากอยู่ ส่วนฉากพระอาทิตย์ตก ที่จูบกันทางเดินที่มีแม่น้ำก็เป็นสวนสาธารณะเดินประมาณ 15 นาที…

วุ้นเลยไปที่ใกล้ Albertina ก่อนทางออกก็จะมีแบบบูธขายตั๋วคอนเสิร์ตพวกโอเปร่า อยู่จะพบตามที่ต่างๆ ปรากก็มี…วุ้นโดนทักเป็นภาษาญี่ปุ่น- -…(หลังๆไม่ดีใจนะแต่สงสารคนญี่ปุ่นที่ถูกเข้าใจผิดว่ามีคนหนังหน้าแบบนี้ร่วมสัญชาติ –)…เลยบอกว่า วุ้นต้องไปดูพระอาทิตย์ตก…พนักงานยังยืนยันพูดญี่ปุ่นใส่เลยต้องตอบญี่ปุ่นไป…พอวุ้นซัดหนักๆเข้า เลยพูดภาษาอังกฤษบอกว่า พูดช้าๆเพราะไม่ได้เก่งญี่ปุ่นขนาดนั้น – -…(วุ้นก็ง่อยญี่ปุ่นไม่ต่างกัน555)…ผลของการไปพิพิธภัณฑ์โมสารทมา…เลยแบบ…อยากดูอ่ะ25 ยูโร(ร้องไห้อยู่)…ราคานักเรียน เพราะราคาเต็มอยู่ที่ 42ยูโร…เสร็จโจรฮะ…ที่ๆจัด เค้าเรียกว่า imperial palaceใหญ่มากดูจากรู้ วุ้นมั่นใจว่าไม่เคยไป…ตอนนั้นจะหกโมงแล้วแต่วุ้นอยากกลับโรงแรม อยากเห็นเตียงเพราะยังไม่ได้เช็คอินเลย…ความตั้งใจจะงีบหมดลงเพราะเวลากระชั้นมาก ออเครสต้าเริ่ม 20.30

ลืมเล่า ระหว่างงมหาทางไป Albertina จากโมสารทมิวเซียม วุ้นเจอร้านอาหาร ญี่ปุ่น ไทย จีน (ป้ายบอกมา)เลย เอาวะลองดู…ช่วงนี้เพี้ยนอยากรู้ว่าชาวต่างชาติเค้าทานอาหารไทยรสชาติแบบไหน เลยสั่งต้มยำกุ้งกับข้าวมา…5 ยูโรนิดๆ…ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี…อารมณ์แบบมันเป็นต้มยำกุ้งคนจีน เพราะมันมีกลิ่นที่อาหารไม่มี…- -…กุ้งสองตัวเหมือนโปแลนด์เลย – -…

กลับมาที่โรงแรม…ก็เอาของมาเก็บ(พวกโปสการ์ดที่เหมามา…ข้อเสียของการเข้ามิวเซียม- -…วุ้นชอบเขียนชอบเล่า…แต่เล่าให้ใครฟังล่ะ…เพื่อนๆวุ้นที่บอกว่าอยากได้โปสการ์ดเลยรับเคราะห์ไป555)แล้วก็จองเตียงนอน…ออกไป stadpark ตามหนัง…ลืมบอกไปว่าที่เวียนนาดีอย่างหนึ่งคือ…มีแผนที่แจกฟรี…ไม่เหมือนปราก…ต้องจ่ายประมาณสองร้อยบาท – -…

ปรากฏว่าวุ้นหลง คือออกจากสถานีแล้วก็เจอสวนสาธารณะ แต่มันไม่ใช่แถวนั้นไม่มีใครเลย มีลุงหน้ากรึ่มเบียร์ส่งสายตาว่า ถามฉันสิ…วุ้นเลยไปถามเค้าก็บอกทางให้อย่างดี…แถมถามว่า ให้เดินไปส่งมั้ย วุ้นเลยบอกว่าไม่ต้องเพราะนัดเพื่อนที่นั่น(โกหก)…ระหว่างเดินไปก็มีคนเอเชียมาถามทางวุ้น…เลือกคนได้ดีมากๆ – -…ในที่สุดก็ถึง…สวยอ่าโรแมนติกดี…วุ้นชอบเป็ดที่นี่มาก น่ารัก…ตอนนั้นทุ่มกว่าแล้ว เลยรีบ่ไปดูคอนเสิร์ต…แต่วุ้นแอบแวะห้างเพื่อยาแปรงฟัน กะครีมหมักผม แต่ว่าไม่ถูกใจออกมาจากห้างก็สองทุ่มแล้ว…ถามทางคนแถวนั้นบอกว่าสิบนาทีถึง…ปรากฎวุ้นหลง…นั่งจุกปุ๊กดูแผนที่ หน้าสแควร์ เป็นศูนย์กลางเวลาจะเดินเที่ยวอ่ะ…ไม่รู้ทำไงเลยถามชาวต่างชาติ ที่เป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกันที่ถือหนังสือเวียนนาอยู่ เขาก็ช่วยวุ้นงมหาทางให้…ตอนนั้น 20.15 แล้ว…ปรากฎว่ามันใหญ่มาก – -…วุ้นไม่รู้ว่ามันจัดที่ไหน…วิ่งไปทุกที่ ถามคนแถวนั้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว บอกมั่วตลอดเวลา –…ขอบใจนะ…วิ่งไปถามป้าพนักงานล้างห้องน้ำ ป้าไล่ – - เราก็งง อ๋อห้องน้ำปิดแล้ว เลยบอกว่าไม่ได้จะเข้าห้องน้ำ จะถามทาง –…ป้าถึงเลิกทำเสียงแข็ง…วุ่นวายมาก

สุดท้ายไปสาย สามนาที – -…เจอพนักงานที่ขายตั๋ว พูดภาษาญี่ปุ่นใส่รู้สึกท่าทางภูมิกับการขายบัตรให้วุ้นมาก – -…อารมณ์เหมือนตกกะไดพลอยโจนพอพูดภาษาญี่ปุ่นมากๆ เขาบอกว่า ญี่ปุ่นแพง…วุ้นเลยบอกว่าเวียนนาแพงกว่านะ(ตอนไปญี่ปุ่น วุ้นรู้ว่าแพง แต่แบบวุ้นว่า ญี่ปุ่นดีกว่า –)…ซึ่งมีคนร่วมชะตากรรมสายกะวุ้น ห้าหกคนอยู่ ต้องรอให้โชว์พักก่อนถึงเข้าไปได้…ตอนนั้นโดนพนักงานคนเฝ้าประตูดุว่ามาสาย- -…วุ้นแบบเครียดมาก เพราะไม่คิดว่าจะสายได้ คุณป้าที่สายด้วยกัน เลยบอกว่าอย่าเครียดสิ เรามาผ่อนคลายนะ…ปล่อยมันไป ไม่ได้แย่มากมาย…ก็เลยคุยกันคุณป้ามากะคุณลุง เป็นคนฝรั่งเศส ระหว่างวุ้นอยากอยู่ตารางโชว์ เลยไปถามเค้าบอกต้องซื้อ 6 ยูโร เอาวะ – -…ไม่ดูอีกแล้วแหล่ะถ้าจะดูคงดูอย่างอื่นแทน…ซื้อเป็นที่ระลึกละกัน…เดินกลับมากำลังจะแบ่งให้คุณลุงคุณป้าอ่านคุณลุงก็ยัดเงินใส่มือวุ้น 10 ยูโรว่าไม่จำเป็นเลย วุ้นเลยบอกว่าไม่เอาวุ้นซื้อมาแล้ว แชร์กันอ่านก็ได้นี่นา…ตอนนั้นได้เวลาเข้าแล้ว เลยมานั่งด้วยกันเพราะตอนนั้น คุณป้าถามว่ามาจากไหน บอกไปว่าไทยแลนด์ ป้าบอกว่า วางแผนไปเที่ยวลาวเร็วๆนี้…วุ้นเลยบอกทำไมไม่แวะมาไทยด้วยล่ะ

พูดถึงคอนเสิร์ตบ้าง…โอยชอบบบบบบบบ…ชอบจริงจัง 25 ยูโรที่กลัวโดนหลอกหายไปละ…ชอบมากมีแบบทำเหมือนเป็นการแสดงภายในวง คือ ตอนช่วงบรรเลงที่ไม่มีคนร้องจะมีคุณลงที่มีหน้าที่ทำเสียงแปลกๆ เช่น เสียงนก เสียงแตร เสียงรถไฟ ก็จะแบบเหมือนทำพลาด หลังๆคุณลุงก้เอาน็ตให้ดูว่า น็ตมันผิดนะ…น่ารักดี…วุ้นนึกถึงคุณพระช่วย แต่ไม่มีวาทกรรม นู่น นี่ นั่น …มันคือศิลปะ มันคือเพลงมันคือการแสดงจริงๆ…แล้วคนก็ประทับใจได้…วุ้นชอบดนตรีไทยนะแบบวงปี่พากย์ไรเงี้ย เจ๋งจะตาย ถ้าไม่แช่แข็งกล้าทำให้มันร่วมสมัยโดยไม่ได้ทำลายสิ่งที่มีอยู่ มันก็ดีไม่ใช่เหรอเพราะคอนเสิร์ตนี้ ช่วงจริงจังก็จริงจัง แล้วทำได้ดีด้วย…วุ้นไม่สามารถเห็นคนในวงครบแต่นักร้อง มีสองคนที่เป็นคนเอเชีย ญี่ปุ่น หญิง แต่ชายใช้ชื่ออังกฤษวุ้นเลยไม่รู้ ผู้ชายเทพมากแบบเสียงสุดยอดอ่า…สถานที่จัดก็สวยมาก…สวยจนคิดว่าอยากมาที่นี่อีกในวันพรุ่งนี้…คอนเสิร์ตเลิก22.00 น. สองสามีภรรยาเลยชวนวุ้นไปทานไอติม ชวนคุยทำนองนี้วุ้นก็โอเค…ใจง่าย555

ก็ไปนั่งคุยกัน ใกล้กับอนุสาวรีย์อะไรสักอย่าง(ในคู่มือเดินเที่ยวมีแนะนำอยู่)…นั่งคุยกันนี่เหนื่อยมากคุณลุงไม่เก่งอังกฤษเลย พูดกะวุ้นเป็นฝรั่งเศสเกือบตลอดเวลา…วุ้นก็ทำหน้าเอ๋อคุณป้าก็จะพยายามอธิบาย บางคำที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษคุณป้าก็จะเน้นคำนั้นเป็นภาษาฝรั่งเศส ให้วุ้นเดาเล่น – -…วุ้นพูดไปสองสามีภรรยาก็ไม่เข้าใจ โอเค สำเนียงวุ้นไม่ดี –…(แต่พูดกะคนอื่นรู้เรื่องนะ…มั้ง)

คุยกันหลายเรื่อง จำไม่ได้ละ – -…น่ารัก คุณลุงคุณป้าเพิ่งไปเที่ยวปรากมาเหมือนกัน แล้วพรุ่งนี้จะนั่งรถไฟไปบูดาเปรสต่อ…คุณลุงเลยอวดรูปที่ไปเที่ยวมา…คุณลุงแอบถ่ายรูปสวยไม่แอบอ่ะ เรียกว่าสวยมาก…แหม่ ถ้าจ้างมาถ่ายรูปรับปริญญาวุ้นได้ก็จะจ้าง 555…เทพจริงอะไรจริง…สองสามีภรรยาอยู่ที่นี่มาเป็นวันที่สองแล้วเลยไปเที่ยวเยอะมาก วุ้นก็ได้แต่บอกว่า วุ้นอยากไปนะ…คืออย่าง บุนชอน เนี่ยมีซีซีมิวเซียมเป็นมิวเซียมเกี่ยวผู้หญิงคนนึงที่นี่ที่สวยและดังมากสมัยก่อน…ซึ่งบุนชอนอยู่ในแผนวุ้นแหล่ะแต่ไม่ทันและหลง – -…คุณลุงคุณป้า ขายบุนชอนมากอ่ะ 555

วุ้นบอกลุงป้าว่า เนี่ยจบโปรเจคที่วุ้นทำที่โปแลนด์วางแผนไปอิตาลีหรือฝรั่งเศส ทั้งสองบอกว่า ต้องไปนะ อิตาลีเนี่ย สวยมากกกกกกกสวยจนลืมปรากได้เลย…โอเค วุ้นจะไป!!(ตังล่ะ –)…นั่งจนห้าทุ่มก็กลับ โรมแรมที่ลุงป้าอยู่ถึงก่อน สถานีวุ้นลุงป้าเลยบอกว่าที่วุ้นอยู่มีโบสถ์สวยมาก อย่าลืมไปล่ะ (หนูมีเวลาแค่ครึ่งวันเองค่ะคุณลุงคุณป้าฮืออออ)

ก่อนจาก คุณลุงคุณป้า เลยให้ที่อยู่กะอีเมลล์มาให้เพราะวุ้นบอกว่ามาเมืองไทย ส่งเมลมาบอกนะ จะพาเที่ยว…กลับโรงแรมซะที^^

ขากลับก็เจอพนักงานคนนึงอยู่ทางเข้า เลยทักไป Guten Aben พนักงานทำหน้างงแล้วก็บอกว่า Guten Aben after you พร้อมกับหัวเราะ –…เพราะตอนที่วุ้นทักเสร็จวุ้นถามต่อว่า ใช่มั้ย ตอนนั้นมันห้าทุ่มครึ่งอ่ะ –…จะบอก Good night มันก็ไม่ใช่ไงเพราะเพิ่งเจอกันเอง –…วุ้นนั่งเล่นเนตสักพักแล้วค่อยขึ้นห้อง…เจอพนักงานอีกรอบ เขาก็มายิ้มๆวุ้นก็บอก ว่าจะให้พูดอะไรล่ะ morgen (morning) งั้นเหรอแต่มันห้าทุ่มนี่นา…เขาก็บอกว่า เออไม่รู้แฮะ…I like you นะ(อารมณ์เหมือนประทับใจที่พยายามหาทางออก – -)

เย้…อาบน้ำสักที!!!!!!







ก้ออ่านะ

โปแลนด์…ยุโรปตะวันออก…ที่คนไทยไม่ค่อยเที่ยว…(วันที่2…สำรวจ) 27/4/12

Leave a comment

กลับมาวันที่ 27 สักที…แอบวุ่นวายอยู่ดี เลยไม่มีเวลาเขียนเลย 555

ก็วันนี้ ลูคัส(ชื่อโปแลนด์จริงๆไม่ได้อ่านว่า ลูคัส แต่ที่ไอเซกโปแลนด์มีลูคัส สองคน เลยตัดสินใจให้ลูคัส บัดดี้วุ้นคนนี้อ่านแบบอังกฤษ…ลืมบอก คนที่ร่วมโครงการทุกคนจะมี บัดดี้สองคน อารมณ์แบบบัดดี้หลัก บัดดี้รองไรงี้…บัดดี้วุ้น คือ คนที่สัมภาษณ์วุ้นเอง –..คนที่ติดต่อประสานงานกับวุ้นตลอดนั่นแหล่ะ ส่วนอีกส่วนเป็นผู้หญิงชื่อแอกเนียสกา (อ่านว่า แอ๊ก-เนียส-ก้า)…ตอนนี้ไม่อยู่วอร์ซอ กลับบ้านเพราะว่าสัปดาห์ที่วุ้นไป มันมี 1 พค กลับ 3 พคเป็นวันหยุด วันหวังนี่เป็นวันชาติของโปแลนด์…เด็กมหาลัยที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดเลยกลับบ้านกันคงอารมณ์วันหยุดยาวบ้านเราแหล่ะ…ซึ่งแอกเนียสกา เนี่ย บ้านอยู่ทางใต้ใกล้เมืองที่น่าเที่ยวอยู่สองเมือง เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังตอนได้ไป^^)…ก็มารับไปทำบัตรโดยสารท่องเที่ยว แบบหนึ่งเดือน ใช้เดินทางรถเมล์ รถราง รถไฟใต้ดิน…แต่!!!…วุ้นไม่ได้พกรูปมา- – เพราะไม่มีใครบอก แถมก่อนหน้านี้ลูคัสขอให้วุ้นส่งไฟล์รูปมาให้เพื่อที่จะได้เอาไปทำ…วุ้นก็นึกว่าทำให้แล้วเรียบร้อย- -…เลยต้องมาเดินหาร้านถ่ายรูป เพื่อพิมออกมา – -…

ข้ามขั้นตอนการเดินตามหา เพราะวายวอดมาก – -…เดินจนเจอร้านเกือบชั่วโมง – -…ประเด็นคือ เจอร้านแล้ว ลูคัสหันมาบอกว่าเราล็อกห้องกันหรือยัง – -…แหม่ ถามถูกคน เลยต้องกลับ อพาร์ทเม้นอีกรอบเพื่อเช็คปรากฏว่า…ล็อกแล้ว – -…โล่งอก…อ่ะ กลับไปเอารูป ทำบัตรซักที…

ได้รูปแล้ว…ไปที่สำนักงาน…เอ้า!!! เบรก –…งั้นไปหาอะไรกินกัน ตอนแรกลูคัสจะให้ทานอาหารโปแลนด์ดั้งเดิมแต่…ทำไมพามาร้านไอศกรีมก็ไม่รู้ – -…เลยกินไอติมกันเสร็จลูคัสขอเข้าร้านอาหารเล็กๆ บอกอยากกินซุป…ก็ซื้อซุปมาทาน…(แล้วชั้นล่ะ!!!)…นั่งรอลูคัส กินเสร็จก็เดินหาร้านโทรศัพท์ เพื่อจัดการเรื่องซิมการ์ด อย่างที่บอกไปตอนที่แล้ว…ปรากฏว่าที่ร้านเค้าจะมีที่ตัดซิม เหมือนที่ตัดกระดาษเป็นรูกลมๆอ่ะ …ก็ตัดเสร็จ ทดลองใช้ อ่ะได้

ลืมบอกช่วงที่เดินๆเนี่ย คือย่านมหาลัย วอร์ซอ สวยมาก….ทั้งตึกทั้งคน 5555…แบบ เหมือนเดินอยู่กินซ่าอ่ะ – -…(อธิบายไม่ถูก เพราะเมืองไทยไม่มี- -)…วันนี้แอบร้อน แดดแรงมาก…แต่ วุ้น มีความสุขมากที่ เห็นผู้คนแต่งตัวหลากหลาย วุ้นมีความสุขเวลาเห็นให้เสื้อผ้าสีฉูดฉาด 555 แล้วก็ที่นี่มีร้านขายดอกไม้ปะปราย แบบ ทิวลิป อ้ะ (ชอบเป็นการส่วนตัว) ลาเวนเดอร์อ้ะ…(บ้านตัวเองมีแต่เบญมาศ กับ ดอกไม้ไหว้พระ – -)…อีกาที่นี่ อ้วนอ้ะน่ารักอ้ะ ต้นไม้ที่นี่แปลกตาอ้ะ มีหมาน่าตาแบบเรื่อง ตินติน อ้ะ

พูดถึงหมา ช่วงที่เลยตามหาร้านกัน ลูคัสถามวุ้นว่ากินหมาหรือเปล่า?…วุ้นก็ตกใจ – - เฮ้ย เอามาจากไหนเนี่ย…เลยบอกไปว่า…ไม่ใช่ทุกคนที่กินส่วนใหญ่เป็นส่วนน้อย บลาๆๆๆ…ตอนคุยเรื่องนี้ สนุกมาก เพราะลูคัสตั้งคำถามแบบที่คนหลายคนตั้งคำถาม ความแตกต่างระหว่าง หมากับหมู..

และวุ้นก็ได้รู้ว่า ลูคัสเคยมาเมืองไทย…ปีที่แล้ว 2อาทิตย์มาแข่งอะไรสักอย่างเกี่ยวกับที่ลูคัสเรียนอยู่ ลืมบอก ลูคัสเรียนคอมไซ…ลูคัสเที่ยวเยอะนะ ไปกทม. พัทยา(เกาะล้าน)อยุธยา…ถึงว่าทำไมตอนสัมภาษณ์วุ้น ลูคัสพูด สวัสดีครับชัดมาก จนวุ้น…เฮ้ยชั้นยังเจียนโดเบ้ อยู่เลย (ความจริงต้องพูดว่า จิงโด๊เบ๋ แปลว่าสวัสดี)…

และลูคัสได้ไปว่ายน้ำที่ เกาะล้าน แล้วก็ไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้เอาขาไปชนหิน ต้องเย็บ 21 เข็ม – -…ตอนที่วุ้นได้ยินครั้งแรก วุ้นตกใจมากแบบ…เฮ้ย – -…ทำได้ไง…หลังจากได้บัตรโดยสารรายเดือนมา ราคา 45 สลอตตี้ ( 1 สลอตตี้เท่ากับ 10 บาท ถ้าแลกในตัวเมือง – -…ถ้าแลกสนามบิน แล้วโง่เหมือนวุ้น คือแลกไป 225 ยูโร…เยอะวายวอดมาก – - แล้วเรตแลกก็แย่วายวอดเหมือนกัน –…ตกอยู่ที่ 13 บาทต่อสลอตตี้ ได้แต่อุทานว่า ชิท!!!!!!)…ลูคัสก็พาไปKFC

เนื่องจากที่ อพาร์ทเม้นวุ้นไม่มี อินเตอร์เน็ต เลยต้องมาที่ KFCเพราะมีไวไฟฟรี – -…ซึ่ง KFC ที่นี่ซอสมะเขือเทศไม่ฟรี – -…เวลาสั่งอาหารต้องร้องขอ ซึ่งพนักงานจะให้มาหนึ่งอันถ้าอยากได้เพิ่ม ก็ต้องจ่าย 1 สลอตตี้ (เนื่องจากวุ้นควายที่แลกเงินที่สนามบินเยอะมาก – - เลยต้องคำนวณเป็น 13 หมดจะได้รู้ลิมิตว่าจ่ยไปเท่าไร – -…) แต่!!!น้ำอัดลมที่นี่เป็นรีฟิลฮะ จัดการเอง 5.5 สลอตตี้ (ฮือแพง…)

หลังจากส่งข้อความ บอกแม่ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงลูกสาวก็กลับอพาร์ทเม้นท์ ทางกลับจะผ่านโรงหนัง ชื่อ ลูน่า สภาพโทรมๆ อารมณ์ลิโด้บ้านเรา แต่ฉายหนังดีๆเยอะมาก แถมเป็นอีกที่ ที่ฉายหนังเทศกาล doc fest ที่กำลังจะถึงนี้…><””” แอร๊ยยยยยยยยยยย

พอมาถึงอพาร์ทเม้นท์ ก็เจอ อานัม ชาวปากีสถาน ชวนวุ้นไปปาร์ตี้ เพราะอานัม ใกล้จะกลับบ้านแล้ว เลยออกไปเจอเพื่อนๆประมาณนี้เลยชวนวุ้นไปด้วย…เริ่มเข้าใจชาวต่างชาติเพื่อนวุ้นที่เมืองไทย เวลาวุ้นชวนไปไหนก็ตอบตกลงตลอด 555…ปรากฎว่า ไปทานอาหารแม็กซิกัน ชื่อร้าน ฟรีด้า(ซึ่งเป็นร้านที่วุ้นเล็ง เอาไว้ตั้งแต่ตอนเดินตามหาร้านถ่ายรูป กับลูคัสแล้วเพราะวุ้นเคยดูหนังเรื่อง ฟรีด้า เลยรู้จัก เธอ ฟรีด้า คาโล เป็นจิตกรที่มีชื่อเสียงมากวุ้นดูหนังเกี่ยวกับชีวประวัติของเธอ ประมาณนั้น)…แล้วร้านก็ตกแต่งแบบสไตล์ฟรีด้าอ้ะ…ชอบอ้ะ!!!

ซึ่งพออานัม และเพื่อนๆตัดสินใจว่ากินที่นี่ วุ้นก็ตื่นเต้นมาก นึกว่ามีคนรู้จัก ฟรีด้า เพราะ ลูคัสไม่รู้จัก – -…ปรากฎว่าไม่มีใครรู้จักเลยทุกคนมาเพราะร้านมันตกแต่งสวย…งืออออออออออออออออ…ราคาอาหารแพงอ้ะ…วุ้นผู้ซึ่งรู้จักอาหารชาตินี้น้อยมาก – -…ก็เลือกอันค่อนข้างถูก วุ้นรู้ นูโช โอเค สั่งนูโช ได้นูโชเยอะมากราดด้วยชีสที่เหนียวมาก และโรยพริกหยวก – -…วุ้นใสจ้าเลยแงะชีสมากินกะนูโช – - ประมาณ 10เปอร์เซ็นต์ก็หยุด จนอานัมถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมกินน้อยจัง เลยตอบไปว่าเพิ่งเคเอฟซีมาน่ะ…เลยรอดตัวไป…

ระหว่างนั้น ทุกคนก็คุยกัน วุ้นผู้ซึ่งรู้จักแต่อานัมคนเดียวก็นั่งฟังอย่างสนุกสนาน เพราะอานัมมีเพื่อนที่เพิ่งมาวอซอร์ เหมือนมาประชุมคือตอนนี้อานัมทำงานแล้ว เป็นชายชาวอินเดีย แต่อยู่ที่เมกาเขาพูดเกี่ยวกับโปแลนด์ว่า ที่นี่แปลกมากเพราะผู้หญิงโปแลนด์ หุ่นดีกันเกือบทุกคนไม่เหมือนเมกา ที่ค่อนไปทางอ้วน…หลังจากคำพูดนั้น ทำให้วุ้นตระหนักว่า เออว่ะ –…เลยตามถนนนี่ อย่างกะโมเดล แต่ก็เข้าใจได้ อารมณืที่วุ้นอยู่ วุ้นเดิน มันคือสยามชัดๆ เพราะติดกะ มหาลัยวอซอร์ แล้วก็มีห้างเยอะ เพียงแค่ที่นี่ ผังเมืองหรูกว่าสามแสนแปดหมื่นเท่า แค่นั้นเอง

หลังจากทางเสร็จที่ ฟรีด้า ก็ไปต่อเป็นร้านดื่มชิวๆ ใกล้ๆฟรีด้านั่นแหล่ะ นั่งกันข้างนอก เพราะอากาศดี ที่นี่แปลกมากเพราะ คุณสามารถซึ่งไซรัป มาใส่เบียร์ได้ วุ้นถามเพื่อนอานัมอีกคนที่เป็นคนโปแลนด์ว่าทำไมเธอบอกว่า เบียร์มันขมมาก เลยต้องใส่มันอร่อย – -…วุ้นแอบปลื้มเพื่อนอานัมเธอสวยมาก เป็นทนายความบริษัทแห่งหนึ่ง แบบสวย เท่ ชอบอ้ะ เสร็จจากร้านนี้ ก็ไปกึ่งคลับ เพราะเหมือนกะไปกินว้อดก้ากัน สี่สิบบาทต่อชอต วุ้นสั่งโค้กไปราคาเท่ากัน – -

เสร็จแล้วก็ไปต่อที่เบอเกอร์คิง เพราะ อานัมอยากกินบราวนี่…จบปาร์ตี้…น่ารักเนอะ><””

ความจริง ปาร์ตี้ ครั้งนี้ วุ้นได้เรียนรู้อะไรเยอะมากนะ เห็นวัฒนธรรมเห็นมุมมองของคนนอก เห็นทัศนคติของคนโปแลนด์…(ซึ่งตอนนี้ ทุกอย่างพร่าเลือน –…)…กลับอพาร์ทเม้น ก็ตีสองกว่าๆ…เรียนรู้อีกอย่างว่า ทุกชาติ เวลาเมาเหมือนกันหมด 555555555555







ก้ออ่านะ

โปแลนด์…ยุโรปตะวันออก…ประเทศที่คนไทยไม่ค่อยเที่ยว…(วันที่1…เดินทาง) 26/4/12

Leave a comment

ตั้งชื่อหัวข้อ สร้างความขัดแย้งมาก –…เพราะงอนที่ไม่มีหนังสือท่องเที่ยวในไทยพูดถึงประเทศนี้จริงๆจังๆเลย…(วุ้นใสเป็นใครวะ – -ถึงกล้างอน)…ตอนที่วุ้นกำลังนั่งเครื่องไปมอสโคว เพื่อเปลี่ยนเครื่องไป วอร์ซอก็เจอคนไทย…พี่เค้า(อายุ 27 มีสามีเป็นชาวสวีเดน…นอกเรื่องแป๊ปผลของการมีโอกาสเดินทางยุโรป เนี่ยแหล่ะ เลยเพิ่งรู้ว่ากระแสการมีสามีชาวต่างชาติในกลุ่มผู้หญิงไทย นั้นสูงมาก ทั้งๆที่ความจริงงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงมีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยรู้สึกจะชื่อเรื่อง อีนางเอ้ย เขยฝรั่ง…ใช่มั้ย – - วุ้นจำไม่ได้เพราะตอนที่พิมอยู่นี่อยู่ อพาร์ทเม้นไม่มีอินเตอร์เน็ต แล้วร้านอินเตอร์เน็ตที่คนโปแลนด์เรียกกันว่า KFC นั้นอยู่ห่างไป กิโลกว่าๆ – -ตอนนี้วุ้นเพิ่งมาถึง เพิ่งตื่น(ตื่น 10 โมงโปแลนด์ก็บ่ายสาม เมืองไทย) ยังไม่กล้าหาญไปผจญโปแลนด์คนเดียว เพราะ ต้องรอ ลูคัสคนที่ประสานงานคอยดูแล วุ้นมาอีกชั่วโมง เพื่อพาไปทำบัตรโดยสาร และอื่นๆซึ่งกำลังจะเล่าให้ฟังเนี่ยแหล่ะค่ะ^^)

กลับมาต่อ…พี่เค้าถามว่า…ไปเรียนเหรอ แปลกจัง คนไทยเค้าไม่ค่อยไปโปแลนด์กันนะ ทำไมถึงไป….

(เป็นคำถามที่ดีมาก จะได้ตอบทุกคนถึงที่มาขอการไปโปแลนด์ครั้งนี้ให้ทุกคนฟัง)…คือว่าไปแลกเปลี่ยนค่ะ (ไม่รู้จะตอบยังไง – - มันคือการมาฝึกงานซึ่งเป็นโครงการระหว่างประเทศทั่วโลก โดยที่ประเทศไทย องค์กร AIESEC เนี่ยมีมหาลัยที่ร่วมโครงการอยู่4-5 (จำไม่ได้) มหาลัย ได้แก่ จุฬา เอแบค ม.กรุงเทพธรรมศาสตร์(มั้ง)…ซึ่งโครงการของไอเซค มี 2 แบบคือไปฝึกงานแบบได้ตังจะเรียกว่า Internship ส่วนอีกอันก็คือ Development ซึ่งเป็นอันที่วุ้นทำ…ต่างกันยังไง?อินเทิร์นชิป เนี่ย เหมือนไปทำงานแบบพนักงานบริษัทเลย ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยทำยากเพราะประเทศเรายังไม่ใช่ประเทศพัฒนาแล้วด้วยมั้ง แถมไปทำเนี่ย ก็จะต้องติดต่อสัมภาษณ์เหมือนกับ Development แต่ทางนู้นก็ไม่ค่อยรับ ตัวเลือกมันเยอะ เช่นไทยสมัคร ระหว่างนั้นมี สิงคโปร์ ญี่ปุ่นเงี้ย ส่วนสิ่งที่วุ้นทำคือ ฝึกงานโดยประเทศที่ร่วมโครงการ จะเปิดโครงการขึ้นมา เพื่อเปิดให้ สมาชิกไอเซค เข้ามาร่วม โครงการของวุ้นชื่อ enter thefuture ต้องไปฝึกอบรมเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อเอาความรู้มานำเสนอให้เด็กม.ปลายที่นี่ฟัง…อ่านแล้ว…เอ๊ะมันฝึกงานยังไงฟะ…คือ สิ่งที่วุ้นต้องทำเมื่อมาถึงที่นี่คืออบรมเกี่ยวกับการนำเสนอ presentation เข้าร่วมถกเถียง และนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษา รวมถึง การเป็นผู้ประกอบการ หรือ entrepreneurshipและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากประเทศตัวเองให้ คนอื่นรู้จัก ประมาณนี้เพราะงั้นเวลาคนถามเนี่ย มันตอบยาก เลยตอบว่าแลกเปลี่ยนมันใกล้เคียงสุดแล้วล่ะ –)

อีกคำตอบหนึ่งที่ต้องตอบคือ…ทำไมถึงเลือกโปแลนด์

…เข้าใจความรู้สึกของชาวต่างชาติเวลามาเมืองไทยเลย –…เพราะต้องตอบคำถามแบบนี้แทบทุกวัน…ก่อนอื่น โครงการนี้เนี่ย มันทั่วโลกไงแล้วช่วงที่วุ้นสมัครเนี่ย ก็มีเอเชีย พวก อินเดีย ไต้หวัน ฮ่องกง จีน บลาๆๆแต่วุ้นอยากไปยุโรปมาก (ผลของการฝึกงานบริษัททัวร์ แล้วโดนทำแผนเที่ยว ลอนดอน)ถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวยุโรปก่อนอายุ 26 ให้ได้เพราะจะได้ส่วนลดจากการใช้บัตร ยูทคลับ><””” งกเวอร์555ทีนี้พอมีโครงการนี้ มีประเทศยุโรป การได้มาก่อน อย่างน้อย passport ตัวเองก็ดูมีโปร์ไฟล์ดีอ่ะ(คิดเอาเอง)แล้วยุโรปให้เลือกมีไม่มาก คือ โปแลนด์ โรมาเนีย ยูเครน มีแอฟริกาด้วยซึ่งวุ้นก็เลือกเคนยาไป…อะไรทำนองนี้ ซึ่งประเทศที่เปิดเนี่ยเป็นประเทศที่ไอเซคประเทศรู้สึกว่าไปโครงการที่นี่ ค่อนข้างปลอดภัย ในแง่สมาชิกประเทศนั้นๆ ดูแลดี มีระบบสาธารณูปโภคที่โอเค คือคนไทยไปแล้วไม่ตาย –…แต่จะไปประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็ได้กรณ๊ช่วงเวลาที่จะไปแล้วประเทศนั้นๆเปิดโครงการ เช่น น้องรหัสวุ้น ก็ไป เชคแอบวุ่นวายนิดหน่อยเพราะ น้องโดนยกเลิกโครงการกะทันหัน เลยต้องเปลี่ยนโครงการแต่ยังอยู่ที่ เชค…อะไรประมาณนี้…

ตอนแรกวุ้นโดนไซโคให้เอา โรมาเนียเพราะปีที่แล้วคนไทยไปโปแลนด์แล้วประทับใจ ปีนี้เลยน่าจะนิยมมากวุ้นไม่ชอบการแข่งขัน เลยเลือกประเทศอื่นดีกว่า ซึ่งวุ้นก็โดนคนอื่นไซโคอีกว่าให้เลือกโปแลนด์ เพราะพี่ที่วุ้นรู้จักได้ทุน รัฐบาลอยู่เยอรมัน เพื่อจะพาวุ้นเที่ยวเบอร์ลินอะไรประมาณนี้ สุดท้ายคนประสานงานวุ้นในไทย ก็ส่งรายชื่อโครงการมาให้ เป็นโปแลนด์อยู่ วอร์ซอ ด้วย><… เพราะปีนี้ ที่โรมาเนีย โครงการเงียบมากไม่เหมือนโปแลนด์ที่เปิดโครงการเยอะ วุ้นเลยเลือกโครงการนี้ไป…โปแลนด์ดีจะตายติดหลายประเทศ>< 555

ระหว่างนั้น ก็ติดต่อทางโปแลนด์ สัมภาษณ์ วุ่นวายมากเพราะสัมภาษณ์เสร็จ ปรากฏทางนั้นกั๊กเราไว้ วุ้นก็กังวลเพราะไม่อยากเลื่อนวันเพราะช่วงที่รอผลสัมภาษณ์โครงการที่เปิดในเวลาเดียวก็ทยอยปิดรับสมัครแล้วซึ่งถ้าวุ้นไม่ได้ต้องโครงการอื่นที่ไม่ใช่เวลาที่วุ้นเลือก แล้วมันจะชนกับวันรับปริญญาวุ้น(ชนกับวันซ้อม) ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น แม่วุ้นคงไม่ให้วุ้นมาแน่ๆ เพราะแค่บอกแม่ว่าจะมายุโรปคนเดียว แถมเสียตัง เกือบแสน แม่ก็ใจจะขาดรอนๆ อะไรกัน เรียนจบแล้ว ยังต้องใช้เงินอีกเหรอซึ่งวุ้นสัญญาว่ากลับมาจะหางานทำดีๆ เอาเงินมาคืน ก่อนที่จะหาเรื่องไปเรียนโท

สุดท้าย วุ้นก็ผ่านสัมภาษณ์ (แบบกดดัน เพราะวุ้นแอบวีนโปแลนด์ว่าอย่ากั๊กผล เพราะเราไม่ว่างขนาดนั้น)

ก็ต้องรีบไปติดต่อทำ วีซ่า ซึ่งจากเดิมตั้งใจจะทำวันที่ 4 เมษา แต่ทำไม่ได้เพราะเค้าให้นัดเร็วสุดคือวันที่11 เมษา แล้ววุ้นตั้งใจจะบินไป 25 เมษาซึ่งมันกระชั้นมากๆ วีซ่าไม่ผ่านจะวุ่นวายอย่างนึกภาพไม่ออกเลยทีเดียว…กลับมาที่โปแลนด์ก่อน 55555555

สรุปคือ วุ้นวีซ่าผ่าน เดินทางวันที่ 26เมษาเพราะตั๋ว 25 แพงมาก (เรื่องตั๋วนี่ก็มีปัญหา วุ้นซื้อออนไลน์ผ่านสายการบินโดยตรง Aeroflot แต่ตัดบัตรไม่ได้- – วุ่นวายมาก เลยต้องมาจองผ่าน edreams เพราะช่วงที่วุ้นจองราคาหลายที่ ขึ้นหมดแล้ว ตอนแรกกะบินไม่เกิน สามหมื่น สุดท้ายโดนไปสามหมื่นสี่พันกว่า เพราะทางนู้นไม่ยอมออกตั๋ว – - กั๊กให้ราคาขึ้นงืออออออออออออ

กลับมาซักที!!!…ข้ามเรื่องการเดินทางไปเลย – - ไม่มีอะไรนั่งจาก กทม มามอสโคว 10 ชั่วโมงดีที่มีจอส่วนตัวดูหนังฟังเพลงแต่ไม่ได้ดูหลับตลอดทาง มีปัญหาเรื่องตั๋วนิดหน่อยตอนขึ้นเครื่องแล้วก็รอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง นั่งจากมอสโควมาวอร์ซอ 2 ชั่วโมงนิดๆ- – แล้วก็พบมา กระเป๋าสัมภาระหาย – -…ในหัวคิดแต่เรื่อง white ในกลุ่มหนังสีธงชาติฝรั่งเศสของผู้กำกับ ชาวโปแลนด์ – - ที่กระเป๋าสัมภาระโดนขโมย –…โอยเครียดมาก – - เพราะบินมาถึงก็ สามทุ่มโปแลนด์แล้ว มีคนมารับ ก็เกรงใจเพราะมันเสียเวลามาก…ตอนนั้น น้ำตาจะไหล ทำไงดี ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ที่ไหนโชคดี(หรือโชคร้าย) มีคนไม่ได้กระเป๋าแบบวุ้น อีกสองคน เอเชีย(ชายชาวเวียดนาม) และสามีภรรยาชาวโปแลนด์ กระเป๋าภรรยาตกหล่น เดินไปหาภรรยาถามว่า กระเป๋าหายใช่มั้ยเธอก็บกว่า รอตรงนี้แหล่ะ สามีกำลังไปบอกเจ้าหน้าที่ ปรากฎว่า ไม่มีอะไร สามีเลยพาวุ้นไปส่งที่เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ก็เจอ ชาวเอเชียอยู่แล้ว ก็แจ้งเรื่องไป

วุ้นนี้พานิกมาก – - ถามพนักงานว่า จะได้เมื่อไร เค้าบอกว่ากระเป๋ามันคงค้างที่มอสโควนั่นแหล่ะ พรุ่งนี้คงได้ วุ้นก็ถามต่อถ้ามันไม่ได้ล่ะต้องกี่วันถึงจะรู้ว่าหายจริงจะได้เคลมประกัน – - พนักงานเลยบอกว่า ได้อยู่แล้วแต่ขอไม่สัญญา อย่ากังวลมากนักเลย (ก็ตัวเองไม่ได้มายุโรปคนเดียวครั้งแรกนี่!!)แล้วก็ตัวลีบ เดินตามชาวเอเชียไปทางออก เพราะวุ้นหาทางออกไม่เจอ – -…

ออกมาก็เจอป้ายผ้าต้อนรับ ทำหน้าดีใจมาก เพราะเครื่องลง 21.15 แต่วุ้นออกมา 22.10ทุกคนบอกว่ากังวลมาก ว่าวุ้นจะหลงทางหรือไปไหนแล้วก็ไม่รู้เลยบอกไปว่ากระเป๋าหายไปทำเรื่องเลยช้า ทุกคนก็ตกใจมาปลอบ…ฮืออออออ(ไม่ร้องไห้นะออกแนวเครียดว่า คืนนี้จะเอายังไงเสื้อผ้าอยู่กระเป๋าใหญ่เกือบหมด)…แล้วก็เดินทางมาอพาร์ทเม้น สวยอ่ะเดี๋ยวให้ดูรูป

คนประสานงานก็เลย บอกว่าเพื่อนจะมาหา จะฝากซื้ออะไรมั้ย วุ้นก็ขอพวกสบู่ แปรงฟัน เค้าเลยถามว่า จะเอาอาหารอะไรเป็นมื้อเช้า เลยบอกว่า ขนมปังละกันตอนนั้นทุกคน เป็นห่วงวุ้นมาก ถามตลอดเวลาว่าเหนื่อยมากมั้ย(คือเมื่อคืนมัวแต่จัดกระเป๋าเลยไม่ได้นอน – -) แล้วก็เล่นเกมส์คำถามกันให้แต่ละคน พูดถึงตัวเอง 3 ประโยคโดยมี 1 ประโยคไม่ใช่ความจริง- -…วุ้นพูดว่า…วุ้นมีพี่ชายสองคน…มีแม่เป็นพยาบาล…แต่ตอนเด็กวุ้นอยากเป็นผู้ชาย…ตอนพูดประโยคสุดท้ายทุกคนทำหน้าตกใจ โดยเฉพาะผู้ชาย(ลืมไปว่า ที่นี่คาธอลิก)…ไม่มีใครทายถูก 5555555555แทนที่จะบอกว่าไม่กินแอลกอฮอล์คนอื่นจะได้รู้จักเรามากขึ้นกว่าการอยากเป็นผู้ชายสมัยเด็กนะ – -…

เสร็จแล้ววุ้นถามเรื่อง ซิมการ์ดจะได้บอกแม่ว่าถึงแล้วมีปัญหาแค่กระเป๋าหาย – -…ปรากฎซิมที่นี่ไม่มีไมโครซิม –…ไอโฟนวุ้นกลายสภาพเป็นไอพอดไปแหล่ว…แถมอพาร์ทเม้นไม่มีไวไฟเลยต้องส่งข้อความแพงๆไปก่อน เพราะรู้ว่าแม่คงกลัวอีนี่ ตายกลางโปแลนด์ไปแล้ว

วุ้นพักที่อาพาร์ทเม้น เป็นห้องใหญ่ที่แยกเป็นห้องย่อยๆ…ตอนนี้มีชาวปากีสถานเป็นผู้หญิง นอนห้องเดียวกับวุ้น กำลังจะกลับเสาร์นี้ส่วนคนที่มาโครงการเดียวกับวุ้น ตอนนี้มีคนเดียวคือ ชาวอินเดียจำชื่อไม่ได้เรียกยากมาก แล้วก็มี คู่ หญิง ชาย ชาวรัสเซีย ที่กำลังจะกลับเร็วๆนี้ตอนนี้คนในโครงการทยอยเข้าบ้าน(อย่างกะเอเอฟ)วันที่วุ้นกำลังเขียนบล็อกอยู่นี่ก็กำลังไปรับ อีกสองคนมั้ง จำไม่ได้ว่า มาจากไหน

สรุป ผู้ร่วมโครงการ มี ไทย จอร์เจีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง จีนเซเนกัล และคอสตาริกา 8 คนที่จะอาศัยอยู่ด้วยกัน (เอ้า เดอะสตาร์!!!)อาพาร์ทที่นี่อยู่สบายนะ มีห้องครัว(แค่ห้องครัว วัสราก็อิ่มใจ 55555 เพราะพกมาม่าเครื่องแกงมาทำอาหารไทย – -) โอเคอ่ะ ชอบ^^

ตอนเที่ยงของวันนี้ มีคนมาส่งกระเป๋าวุ้นแล้ว!!!!…ดีใจมากลืมเรื่องเครียดไปเลย คือในกระเป๋าไม่มีอะไรน่าเอาไป เพราะมีแต่อาหารไทย – -กะเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ทำนองนั้น

เล่าเรื่องโปแลนด์ดีกว่า ตอนแรกที่วุ้นเก็บข้อมูลมา ที่นี่ซีเรียสเรื่องศาสนานะ แต่พอถามแล้ว ก็อารมณ์แบบเราอ่ะ คือ วัยรุ่นก็ไม่ได้เคร่งครัดประมาณนั้น วุ้นพูดถึงหนังเรื่องนึงที่กำลังจะเข้า House RCAเดือนพฤษภานี้เป็นหนังโปแลนด์ ที่ดังมาก พอถามคนโปแลนด์ เค้ารู้จักนะแต่ไม่ได้ดู…เอ๊ะยังไง – -….วุ้นเล่าเรื่อง ความขัดแย้งในไทยตอนนี้ไป –…ช่างทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ…เรื่องอะไรนั้น หลังไมค์อย่างเดียวฮะ…

เออ…คือ เฟสบุ๊ควุ้น ใช้ชื่อว่า ตินนา เพื่อนเลยถามว่า สรุปชื่ออะไรธิดารัตน์ หรือ ตินน่า เพราะตอนที่ห็นเฟสบุ๊ควุ้นนั้นแอบดีใจเพราะมีชื่อเหมือนคนโปแลนด์ เรียกง่ายดี วุ้นเลยบอกว่า ไม่ใช่ชื่อวุ้นอ่ามันเป็นชื่อลอกอิน ในอินเตอร์เนต สมัยวุ้นยังเด็กแล้วก็บอกชื่อเล่นตัวเองจริงๆไป…พร้อมกับบอกว่า เรียก ทีนน่า ก็ได้ถ้ามันสะดวกปาก…(ทุกวันนี้ คนในเฟสบุ๊ควุ้นก็ไม่ค่อยเรียก ชื่อเล่นวุ้นสักเท่าไรหรอก หลายคนก็เรียก วุ้น ว่า วุ้นอยู่ 555 วุ้นโอเคนะ –…เพราะชื่อเล่นตัวเองนี่มันฟังแล้ว แปลกๆ – - วุ้นเหนื่อยกับคนที่ชอบคิดว่าวุ้นตั้งชื่อเล่นตัวเอง คือวุ้นเองก็อายเว่ย จ๊ะโอ๋ เนี่ยพอตอนแอ๊บบอกเพื่อนโรงเรียนใหม่ว่า ชื่อโอ๋ ก็ดันไปคุ้ยความจริงว่าจริงๆไม่ได้ชื่อโอ๋ มันชื่อ จ๊ะโอ๋นะ พอไปบอกเพื่อนโรงเรียนใหม่อีกที่ ว่าชื่อจ๊ะโอ๋ก็โดนครหาว่า ความจริง ชื่อโอ๋ แต่แอ๊บอยากน่ารัก เลย ตั้งว่า จ๊ะโอ๋ –…คนไทยนี่…ว่างเนอะ)

กลับมาพูดถึง วอร์ซอได้แล้ว!!! วอร์ซอ เนี่ยคนยุโรปจะเรียกว่า วอร์ซาว่าซึ่งเป็นชื่อของสามี ภรรยาคู่นึง สามีชื่อ วอร์ ภรรยาชื่อ ซาว่า วุ้นไม่แม่นแล้วว่า สองสามีภรรยาทำอะไร แต่มันเกี่ยวกับนางเงือกที่นี่จะมีอนุสาวรีย์นางเงือก…อารมณ์เหมือนสองสามีภรรยา เจอนางเงือกแล้วอะไรสักอย่างอ่ะ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนจะรู้ว่าเมืองหลวงประเทศโปแลนด์ที่ถูกทำลายไปถึง 85 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นประเทศแรกเลยที่เยอรมันบุก แต่ก็สามารถบูรณะกลับให้เหมือนเดิมได้อารมณ์เหมือนการฟื้นคืนชีพของนกฟินิกซ์แบบนั้นเลยทีเดียว(โบชัวร์การท่องเที่ยววอร์ซอ เขียนไว้ฮะ)

ความจริง ประเทศโปแลนด์เนี่ย เพิ่งมาเป็นประเทศจริงๆไม่นานคือสมัยก่อนวาทกรรม ความคิด เรื่องประเทศ ชาติ มันยังไม่เกิด เพราะงั้นยุโรปมันก็เป็นเมืองต่างๆมีกษัตริย์ปกครองประมาณนี้ คือหากนับก็จะเริ่มใน สตวรรษที่ 14 ที่ Dukes ofMazovia สร้างพระราชวังขึ้น แล้วก็ปกครอง วอร์ซอ หลังจากดุ๊กตายก็ไม่มีรัชทายาท เมืองก็อยู่ในการปกครองของ king in Krakow

เมื่อก่อนนั้น เมืองหลวงของโปแลนด์คือ Krakow แต่ในปี 1596 kingZygmunt III Waza ย้ายมาเป็น วอร์ซอแทน ในช่วงปี 1655-1600สวีเดนบุกมาที่นี่ ในขณะเดียวกันก็สร้าง สิ่งปลูกสร้างที่สวยงามมากมายคือถึงเป็นเมืองขึ้น แต่ตอนนั้นที่นี่ รุ่งเรืองมากทั้งด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมศาสนา ประมาณนี้ หลังจากนั้น โปแลนด์ก็โดน รัสเซียยึดมั่ง จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1โปแลนด์ถึงเป็นอิสระ ช่วงนั้นก็เป็นช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว เศรษฐกิจก็โตมากมายโดยคนยิวนั้นเป็นคนส่วนใหญ่ที่มีความสำคัญในวอร์ซอ (อารมณ์ประมาณคนไทยเชื้อสายจีนที่มีอยู่เต็ม กทม. )

วอร์ซอ ถ้าดูภูมิประเทศแล้ว คนไทยจะเรียกว่า เป็นเมือกอกแตกเพราะมีแม่น้ำ Vistula ไหลผ่านกลางเมือง…ซึ่งแม่น้ำนี้แหล่ะที่ทำให้เกิดสัญลักษณ์ของเมืองนี้ เป็นนางเงือกถือโล่กับดาบ….เรียกว่าวอร์ซอเมอเมด

วันก่อนวุ้นลองถามเพื่อนชาวโปแลนด์ว่าทำไมเมืองนี้มีนางเงือกทั้งๆที่ไม่ติดทะเล…นางเลยตอบว่านางเงือกมาทางแม่น้ำวิซูล่าไง…วุ้นเลยถามต่อ นางเงือกอยู่น้ำเค็มไม่ใช่เหรอ –…นางเลยบอกว่า ถ้ามีโอกาสจะถามวอร์ซอเมอเมดให้นะ…- -…

ขอจบวันแรกก่อนนะ…ความจริงตอนนี้วันที่ 29 แล้วแต่วุ้นพูดถึง 26 กับ 27 ช่วงเช้าอยู่…เดี๋ยวกลับมาการผจญจัยของวันที่ 27 กัน

…ขออภัยที่ไม่ลงรูป…เพราะไม่สะดวกในการย่อขนาดรูป….

กรุณาติดตามตาม instagram…ชื่อ jamjangja…กลับไทยจะพยายามใส่รูปประกอบ แล้วก็เพิ่มข้อมูลบางอย่างค่ะ…ตอนนี้ที่เขียนเอาไว้ เพราะ กลัวลืม แล้วก็ ให้คนที่อยู่เมืองไทยอ่าน เพราะหลายคนสงสัยว่า วุ้นใส มันไปทำไม ไปทำอะไร มันเป็นยังไง…บล๊อกเหมือน คำถามที่พบบ่อย

หวังว่า เผื่อบางคนสนใจอยากไปแบบวุ้นด้วย อะไรด้วย…






ก้ออ่านะ