ฮานอย…การเดินทางต่างประเทศครั้งแรก…อย่างจริงจัง – วันที่สาม

Leave a comment
วันนี้ทุกคนก็ต้องตื่นแต่เช้าเช่นเคย…เพราะวุ้นบอกกับทุกๆคนไว้ว่า…จะไปสุสานโฮจิมินท์ ที่จัตุรัสบาดิงส์กัน…ซึ่งเปิดตอนแปดโมง และเพื่อความสะดวกสบาย วุ้นเลยตัดสินใจใช้บริการแท็กซี่จะดีกว่า…หลังจากที่สอบถาม วิลเลี่ยมเอาไว้แล้วว่ามันแพงหรือไม่…วิลเลี่ยมบอกว่าจากโรงแรมไป ไม่เกิน 80 บาทแน่นอน วุ้นลองคำนวณแล้ว ก็โอนะ หกคน เพราะว่าเดินไปคงกว่าจะถึง…ยิ่งเช้า วุ้นยังมึนๆอยู่เลย(ความจริงกำหนดการวันนี้แอบถึก เลยนั่งแท็กซี่ให้ตายใจกัน 555)

ตอนนั่งแท็กซี่…โรคระแวงการโกงของวุ้นก็ยังไม่หยุด ซึ่งความจริงเค้าก็ไม่วนหรอก…จ่ายไป 64 บาท ไม่แพงแหล่ะ…เพราะดูจากแผนที่มันก็ไกลอยู่…เมื่อถึงแล้ว…เมื่อคืน คณะวุ้นได้ลองทานแนมเหนืองหลังจากที่โดนวุ้นนำเสนอ เหมือนได้ค่าคอมฯไป สรุปก็เหลือผลไม้กัน…เลยเก็บเอาไว้เป็นเสบียงพรุ่งนี้…ซึ่งวุ้นก็ลองถาม วิลเลี่ยมว่า เอาผลไม้ไปได้มั้ย (ความจริงเค้าก็กักทุกอย่างแหล่ะ – -)…ตอที่พวกเราตรวจกระเป๋ารอบแรก คุณผลไม้ก็ถูกกักไป พวกเราก็ลุ้นว่า จะได้คืนมั้ย…(เป็นการลุ้นเหมือนผลไม้เป็นสร้อยทองกันเลยทีเดียว – -)…

ผลของการที่พวกเรามาเช้า ถึงที่สุสานลุงโฮ 8.15 น. คนยังไม่มาก อารมณ์ชิวๆ วันนี้ อากาศเย็นๆ เหมือนจะแอบมีฝน เพราะเมื่อวานดูร่องรอยแล้วฝนตกน่าดูเหมือนกัน…ชอบอากาศที่นี่จัง><…ระหว่างที่พวกเราเข้าแถวเพื่อตรวจความเรียบร้อยครั้งที่สอง…คนที่มีกล้องจะถูกให้เอาใส่ถุงผ้าอันเล็กๆเอาไว้หิ้ว…แล้วก็เดินกันเหมือนนักเรียนเดินกลับห้อง…

พอเดินไปสักพัก…จะมีป้อมยามคอยเรียกคนที่ถือถุงผ้า…แล้วเอาเบอร์ไป…ด่านเก็บกล้องนั่นเอง…ซึ่งพนักงานก็จะบอกว่าต้องมาเอาก่อนเวลาเท่านี้ๆนะ…ประมาณนั้น…พอเดินถึงหน้าใกล้ทางเข้า…วันนี้เหมือนมีกิจกรรมพิเศษมีชนเผ่าของเค้าแต่งชุดเต็มยศ…ผู้หญิงที่ไม่ใส่ชุดชนเผ่า(ที่เหมือนชาวเขาบ้านเรา)ก็จะใส่ชุด อ๋าวส่าย…เราก็ยืนรอเข้าไป ซึ่งช่วงใกล้ๆเนี่ย…วุ้นเองยังหวั่นๆเลย…เสียวอ่าเพราะทหารจะยืนถือดาบปลายปืน – -…แบบปุ๊ปุ เอามือล้วงกระเป๋าก็โดน…เข้มงวดมากค่ะ

พอเข้าไปแล้ว…ก็พบกับลุงโฮ นอนสงบอยู่ ซึ่งพวกเราคงไปเห็นประมาณนาทีกว่าๆมั้ง…น้าๆถามวุ้นว่าเหมือนหุ่นขี้ผึ้งเลย…ตอนที่พวกเราเดินใกล้จะออกมาก็ได้ยินเสียงสะอื้น…แน่นอนต้องมาจากชาวเวียดนาม…นี่เป็นสิ่งหนึ่งทำให้เราเริ่มเข้าใจว่า…ลุงโฮ ต้องมีความสำคัญกับประชาชนที่นี่มากเพียงใด…

พอออกมาจากจัตุรัสบาดิงส์…พวกเราก็กลับไปเอากล้องก่อน…แล้วก็เดินมึนตามชาวบ้านไป…ผลของการเดินมึนๆ วุ้นกับแม่ก็เดินผ่านช่อง คนเวียดนามที่ไม่ต้องจ่ายเงิน…เดินกันสองแม่ลูกสิบก้าว เหลียวกับไปดูเห็นยามกักคณะวุ้นเอาไว้…วุ้นก็มึนๆอยู่…เพราะตั้งแต่เข้ามายังไม่จ่ายเงินเลย…พอเดินกลับถึงได้รู้ว่า วุ้นกะแม่เนี่ยเป็นคนเวียดนามไปแล้ว – -…เลยไปเดินซื้อตั๋ว…ซึ่งวุ้นก็ได้บอกไปแล้วว่าเอาหกใบ…แต่เค้าก็ให้มาสี่ใบ (สงสัยยังคิดว่าวุ้น กะแม่ เป็นคนเวียดนาม มาซื้อให้ชาวต่างชาตินี้อยู่ – -)…กว่าจะรู้เรื่องแอบเหนื่อย…เพราะวุ้นพูดเวียดนามด้วยแหล่ะ…เป็นงั้นไป…

แม่ค้าผลไม้แถวโรงแรมค่ะ

จัตุรัสบาดิงส์…หรือสุสานของลุงโฮนั่นเอง…ตอนแรกวุ้นมึนๆ เดินออกมา แล้วเจอจัตุรัส ก็บอกทุกคนนี่ไงจัตุรัสบาดิงส์ เอ ทำไมเราลืมไปดู…คณะวุ้นก็มองหน้าวุ้นแบบงงๆ แล้วบอกว่า ก็พวกเราเพิ่งออกมาเองนะ…ที่ไปดูลุงโฮไง…ไกด์อายเลยทีเดียว – -

ในรูปจะเห็นแต่ไกด์เนอะ – -

แล้วพวกเราก็แวะไปถ่ายรูปที่ทำการของประธานาธิบดี(หรือเปล่า) เค้าไม่ให้เข้าอ่า เราก็ถ่ายๆไป แล้วก็เดินไปดูบ้านลุงโฮกัน ซึ่งจะมีสองแบบ…แบบแรกเป็นที่อยู่ตอนอยู่ฮานอย

ตะก่อนเป็นที่พักของคนฝรั่งเศสเก่า(วุ้นจำไม่ได้ เอามาจากหนังสือนำเที่ยวอ่า…ตอนที่พิมไม่มีหนังสือติดตัวเลย)

รถที่ลุงโฮเคยใช้ค่ะ

ห้องนอนลุงโฮ…เรียบง่ายเนอะ

ห้องทานข้าว

ห้องทำงาน

อารมณ์ประมาณเค้าคงสภาพเหมือนตอนที่ลุงโฮมีชีวิตจะใช้ชีวิตแบบนี้นะ…ประมาณนั้น
วุ้นส่องไปดู เค้าเลี้ยงปลาหลายแบบ…แบบที่กินได้ก็เยอะอยู่…(ตอนนั้นหิวอ่า – -)

แล้วก็ไปบ้านอีกแบบ…เป็นบ้านที่ลุงโฮอยู่ป่าเขา…

เราจะเห็นทหารพร้อมอาวุธนี้ ที่สุสานทุกๆหนึ่งเมตร…และตามรายทางเป็นระยะ

ไม่รู้ว่าห้องอะไร(คนถ่ายไม่ใช่วุ้น – -…ตอนนั้นดูๆ แล้วก็ดูคนมากกว่า)

จัตุรัสบาดิงส์อีกมุม อากาศดีนะ วุ้นอยากอยู่ที่นี่เลยอ่า…น่าอยู่ (ไม่นับเสียงแตร…ที่ทำวุ้นจิตตก อาจเป็นอีกสาเหตุที่ไม่ค่อยกินอะไร – -…เกี่ยวมั้ย – -)

เสร็จแล้วพวกเราก็ไปพิพิธภัณฑ์ลุงโฮ…ตอนแรกเราคิดว่าขึ้นชั้นบนก่อนแล้วค่อยดูชั้นล่าง…ปรากฎไม่ได้นะ เพราะชั้นบนเดินครบก็ทางออกเลย…วุ้นและคณะเลยพลาด…แค่ไม่เห็นมีใครบ่น…คงเดินเยอะแหล่ว

ชั้นสามเราก็จะเห็น อนุสาวรีย์ลุงโฮตั้งอยู่กลางโถงเลยค่ะ…คนไปถ่ายรูปเยอะมาก…ส่วนวุ้นนั่งรอคณะ ถ่ายรูปเก็บความประทับใจดีกว่า…(ทำตัวเหมือนไกด์ ที่มาบ่อย กันเลยทีเดียว – -)

พิพิธภัณฑ์ก็จะเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของลุงโฮ อะไรทำนองนั้น…แต่ที่วุ้นยังงงๆอยู่คือ…ทำไมมีรูปศิลปะ แนวเซอร์เรียลลิสต์ แนวต่างๆโชว์ด้วย…สงสัยมาก – -

ระหว่างที่วุ้น และคณะ กำลังเดินดู โดยไม่สนใจคำอธิบายเพราะเป็น ภาษาอังกฤษ และเวียดนาม…พวกเราก็ได้ยินเสียงภาษาไทย และธงไทย อธิบายอยู่…นั่นแน่…ทริปไทยนั่นเอง…วุ้นและคณะก็ไปเนียนๆฟังเค้าพูดกัน…อย่างนั้นเลยทีเดียว – -…

เมื่อออกจากพิพิธภัณฑ์ลุงโฮ เราก็จะเจอร้านขายของฝากมากมาย…ราคาวุ้นว่าก็ไม่แพงแหล่ะ…ต่อดีๆละกัน…แต่ถ้าเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย เค้าจะบอกเป็นเงินไทย…ซึ่งวุ้นได้บอกไปแล้วว่า…เงินด่องถูกกว่า…อย่าง กระเป๋ายอดนิยม ใบละ 50 บาทอ่า…ถ้าต่อเป็นเงินด่อง ถึงแม้อาจจะได้ราคาที่ดูไม่ต่างกัน หารดู ถูกกว่า 2-3 บาทเลยนะคะ…ดูเหมือนน้อย แต่อย่างคณะวุ้นซื้อที เหมือนเอาไปขาย รวมๆกัน เกือบสามสิบใบอ่า…แล้วมันก็ต่อได้อีก…อย่าลืมดูหลายๆร้านนะ…เจอมากับตัว เพราะร้านที่คณะวุ้นไปเหมา สีไม่ค่อยสวย ปรากฏเดินไปอีก สีที่อยากได้ แถมดูดีกว่าเยอะเลย…อันนี้แอบนอยกันเลยทีเดียว…

ซื้อของกันเสร็จแล้ว…พวกเราก็ยังไม่ลืม…ผลไม้ของพวกเรา 555…เอาผลไม้เสร็จ เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือ เจดีย์เสาเดียว…ซึ่งวุ้นาคณะออกมาผิดทาง…ต้องเดินย้อนกลับไปใหม่…ทุกคนลงเสียงเป็นเอกฉันท์ว่า…ไม่เป็นไร…ไปอันอื่นดีกว่า

ก็เลยตัดเจดีย์เสาเดียว…กับอนุสาวรีย์เลนนินไป (ความจริงมีอีกที่นึง วุ้นจำไม่ได้แล้ว…กะว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาสได้มาค่อยเก็บ…อารมณ์รอไปกระบี่ให้ได้)…งั้นก็ไปวันหว่านเหมียว หรือ วิหารวรรณกรรมกันเลยดีกว่า…อ่านๆอยู่อาจดูมันใกล้ๆกัน เหมือน วันพระแก้ว กับ วัดโพธิ์…ไม่เลย ก็ไกลอยู่…(มากเลยล่ะ..ดูจากแผนที่)…ระหว่างทางไป วุ้นเริ่มดูแผนที่ประกอบถามทาง(พูดเวียดนามได้บ้างเริ่ม อาศัยทักษะคนเวียดนาม เพราะถนน กับในแผนที่ มันก็ดูไม่ง่ายเท่าไร – -)…วุ้นว่าคนที่นี่น่ารักนะ…เค้าพยายามช่วยมากมายเลย…ขัดกับแม่ค้า ที่นิสัย หยิ่งมากมาย(บางคน)…แต่ ผลของการที่วุ้นถามเป็นภาษาเวียดนาม คำตอบก็เวียดนามล้วนๆ – -…ก็นะ ถามภาษาอังกฤษเค้าอาจเดินหนีเราได้…เพราะวันแรกที่วุ้นมาถึง…ยังพูดเวียดนามไม่เก่ง วุ้นก็จะใช้ภาษาอังกฤษ…ผลที่ตามมาไม่มีใครอยากจะคุยด้วย T T…เริ่มเข้าใจความรู้สึกชาวต่างชาติที่ถามทางในไทย…แล้วคนไทยก็จะโบกมือว่าพูกไม่ได้ พร้อมกับยิ้มสยามให้ทีนึง – -

ภาพระหว่างเดินทางค่ะ…โซนนี้ออกแนวผู้ดีเนอะ – -

แล้ววุ้นก็เค้าไปถนนนึง เห็นแล้วนึกถึงบ้านหม้อเรา(มั้ง)…จะเน้นขายอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ น้ำมันเครื่อง จารบี อะไรประมาณนั้น…ที่แปลกใจคือตามรูปเลย

ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเห็นแล้วนึกถึงตลาดบ้านเราเวลาขายกะปิอ่า…ตอนถ่ายรูป…ตามมารยาทต้องขออนุญาต ก่อนแล้วก็มีคุณลุงที่นั่งแถวๆนั้น ที่วุ้นเข้าไปขอถ่ายรูป เค้าก็ถามวุ้นเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่า พวกวุ้นเป็นคนญี่ปุ่นหรือเปล่า…วุ้นก็ตอบญี่ปุ่นไปว่าไม่ใช่ เป็นคนไทย(อันนี้ภาษาเวียดนาม)…แอร๊ยยยยยย เรียนจ่ายไปหลายหมื่น…ได้ใช้แว้ววววว

และแล้วเราก็ถึง วิหารวรรณกรรม(ซักที)…หลายๆคนคงรู้จักแล้ว…ว่าที่นี่เป็นมหาลัยแห่งแรกของเวียดนาม…อิทธิพลจากขงจื๊อ…เป็นสถานที่คัดเลือก หรือ สอบจอหงวน…โดยจะมีการสลักชื่อผู้ที่สอบได้บนศิลาจารึกที่ตั้งอยู่บนหลังเต่า…โดยคนที่นี่มีความเชื่อว่า…ใครที่ได้มาลูบหัวเต่า…จะมีโชคด้านการเรียน อะไรประมาณนั้น…

คุณเต่าค่ะ…วุ้นลืมแล้วว่ามี แปดสิบเท่าไรแผ่น จาก ร้อยนิดๆ – -…

ตอนที่พวกเรามาถึง…เหมือนกับเค้าเพิ่งจะจัดงานอะไรสักอย่าง…วุ้นก็พยายามหาเหยื่อชาวเวียดนามมาถาม…ถามเป็นภาษาอังกฤษนะ…ซึ่งคำตอบที่ได้คือ…ที่นี่เป็นมหาลัยแห่งแรกของเวียดนาม…T T…ช่างเหอะ

หลังจากไปลูบหัวเต่า…ซื้อของฝาก…เดินชมบริเวณวัดจนทั่วแล้ว…ก็ได้เวลาอาหารกลางวันของพวกเราสักที…ครั้งนี้…เปลี่ยนแผนจากไปทานบุฟเฟ่ต์…ที่มารู้ราคาใหม่ภายหลังว่าแพงเกินไป…ก็เลยเปลี่ยนไปร้าน ที่วิลเลี่ยมแนะนำให้…ความจริงร้านนี้ดังมากๆเลยแหล่ะค่ะ…จากแผนที่ดูเหมือนไม่ค่อยไกลจาก…วิหารวรรณกรรมสักเท่าไร(มั้ง)…นั่นเป็นคำพูดที่วุ้นปลอบทุกๆคน.. – -…เอาน่า…เมื่อวานให้พักเต็มที่แล้ว วันนี้ก็มาตะลุยกันดีกว่า!!!…

ร้านชื่อ กว๋าน อัน งอน …กว๋าน วุ้นจำไม่ได้…อัน แปลว่า กิน…งอน แปลว่า อร่อย…พูดถึงชื่อร้านนี้ เซียนเวียดนามหลายคนคงร้องอ๋อ…วุ้นก็อ๋อ..เคยเห็นคนมารีวิว แต่ด้วยความที่มันไม่บุฟเฟ่ต์ วุ้นเลยไม่สนใจ – -…

รูปบางรูปวุ้นดูแล้ว เหมือนรูปคนอื่นเลย…บรรยากาศร้านไม่เคยเปลี่ยนแน่ๆเลย…ตอนพวกวุ้นไปถึง ก็ต้องนั่งรอก่อน…พวกเราดีใจค่ะ เพราะเดินมาตั้งนานแล้ว แหะๆ…ระหว่างนั่งรอก็ถ่ายรูปเล่นบ้างอะไรบ้าง…

สักพักเค้าก็เรียกเราไปนั่ง ซึ่งเมนูเป็น ภาษาเวียดนาม กับ อังกฤษ เริ่มเข้าใจชาวต่างชาติที่มาสั่งอาหารไทย…การให้ส่วนประกอบมา มันก็ไม่ช่วยให้วุ้นจินตนาการถึงอาหารได้สักที…นี่เป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดของวุ้น ที่ไม่หาข้อมูลอาหารอย่างอื่น นอกจาก…เฝอ บุ๋น แบ๋งก์หมี่ แนม…- – โต๊ดก๊าบบบ…ซึ่งแน่นอนทุกคนดูเมนูแล้วยื่นให้วุ้น…บอกว่า วุ้นสั่งเลย น้าๆไม่รู้จักหรอก…ก็กล้าไว้ใจ – -…วุ้นยังไม่ไว้ใจตัวเองเลย…สุดท้าย

วุ้นเรียกบริกร…แล้วก็มุขเดิม อะไรอร่อยมั่ง…- -…ขอโทษที่ไม่ได้ถ่ายมาให้ดูเลย…ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า…ตั้งแต่ออกจากโรงแรม ลูกทัวร์วุ้นไม่ได้มีอะไรลงท้องเลย นอกจากผลไม้จากเมื่อคืนที่พกมาด้วย…ก็นึกดู…ปกติ น้าตี้ จะถ่ายภาพระหว่างตลอด…แต่ตั้งแต่ออกจาก วิหารวรรณกรรม ไม่มีสักรูปเลย><…เพิ่งมามีตอน ได้นั่งพักซึ่งก็คือร้านนี้ – -…พออาหารลง…ทุกอย่างก็รวดเร็วมาก…รู้ตัวอีกที ก็เกลี้ยง…

ที่พวกเราสั่ง…มี เหมือน เนื้อแดดเดียว…ปอเปี๊ยะกุ้ง…แหนมเนือง ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราเลยซะทีเดียว น้ำจิ้มจะใสไม่ขุ่นเต้าเจี้ยวแบบไทย แผ่นปอเปี๊ยะญวนที่ห่อแหนมเนือง ไม่แช่น้ำ ให้มากันแข็งๆอย่างนั้นเลย แต่แผ่นบางพอโดนน้ำจิ้ม ก็อ่อนตัวพอดี แม่วุ้นบอกว่าแหนมเนืองบ้านเราอร่อยกว่า ก็แหงสิ เราชินแบบไทยๆไปแล้ว…ปอเปี๊ยะสดหมู…อะไรประมาณนั้น…วุ้นลืมไปแล้ว…บริกรชี้อะไร วุ้นก็สั่งๆๆ…พอบริกรบอกมันได้น้อยนะ วุ้นก็ขอสอง จบ – -…

มันเริ่มมีปัญหาตอนที่…พวกเราลืมไปว่า…จ่ายเป็นเงินด่อง…ตอนนี้ฮามาก…เพราะสองวันที่ผ่านมาเราก็ใช้เงินด่องไปเยอะพอควร…เพราะทุกคนมีเงินด่องติดตัวคนละ 580000 VND ก็ใช้กันสนุกค่ะ…ลืมไปว่า…ไม่ได้แลกเพิ่มเลย…เริ่มเครียด เพราะกลัวไม่มีเงินด่องพอจ่าย…ตอนบริกรมา วุ้นก็ถามว่าใช้ ดอลล่าห์จ่ายได้มั้ย ซึ่งก็คือไม่ได้…ตอนนี้วุ้นก็บอกว่า…เอางี้ เอาเงินออกมาก่อนละกัน…ทุกคนก็เอามา มากน้อยตามลำดับ…วุ้นก็จดว่าได้จากใครเท่าไรๆ บ้าง…แล้วขอเค้าเช็คบิล ซึ่งตกประมาณคนละ 170 บาทมื้อนั้น (ไม่แพงเลย…เพราะอิ่มมากกันทุกคน)…บวกกับกองกลางที่เก็บกันก่อน…ก็เหลือประมาณ ไม่กี่หมื่นด่อง (หกคนรวมกัน)…เฮ้อ มีพอจ่าย…รอดตัวไป

ออกจากร้านอาหารเสร็จ…วุ้นก็บอกทุกคนว่า งั้นเรากลับโรงแรมก่อนมั้ย แล้วค่อยไปตลาดด่องซวน กัน…เพราะตอนนี้เงินด่องเราหมดแล้วด้วย…ระหว่างทางเราก็แวะร้านรวงไปเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยมีคนซื้อเพราะ…วุ้น บอกไว้ว่า ด่องซวน น่าจะถูกกว่าอะไรประมาณนั้น…ตอนนั้นนี่ วุ้นไม่ขออะไรแล้ว นอกจากกลับที่พัก เพราะเหนื่อยมากๆ – -…มันไกลนะ

พอถึงที่พัก วุ้นก็มาจัดการเรื่องเงิน แล้วก็เอาเงินดอลล่าห์ที่ทุกคนแลกมาได้ใช้เพียงครั้งเดียวคือ ตอนจ่ายทริปไปฮาลองไบ…เลยเหลือบาน…เอามาแลกเงินด่อง เรตแปลงกลับเป็นไทยแล้ว อยู่ที่ 575 VND/BTH โอเลยล่ะ เพราะเอาเงินไทยไปแลกจะได้ 500 VND/BTH…ทุกวันนี้ก็ยังงงอยู่ว่าเอาเงินไทยไปเยอะแยะทำไม – -…ที่ superrich จะแลกไทยเป็นด่องได้ 580 VND/BTH ซึ่งเรตไม่ต่างมาก โอเลยล่ะ…พอจัดการคืน แบ่ง แลก เงินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…ก็ไปตลาดด่องซวน

ระหว่างทางที่เราเดิน จะเห็นร้านตัดผมแบบนี้เป็นระยะๆค่ะ

พอถึงตลาดด่องซวน…เป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของวุ้นเลยทีเดียว…เพราะมันไม่มีอะไรเลย…สำเพ็ง+พาหุรัด ที่กทม.ดีๆนี่เอง…หรือ กาดกลวง ที่เชียงใหม่นั่นแหล่ะ…เซ็งมากกกกก…หวังจะหาของฝากอ่า – -…อดเลย…ซึ่งตอนแรกวุ้นบอกไว้ว่า ห้าโมงครึ่งมาเจอกันตรงนี้ๆนะ…วุ้นเดินกับแม่ สิบห้านาที ออกมารอแล้ว…เดินผ่านดูบ๊วย เจอ ปุ๊ปุกับแม่ปุ๊ปุ นั่งอยู่…เลยคุยกันว่า งั้นไปหาของฝากที่ตามถนนดีกว่า…เพราะไม่รู้จะซื้ออะไรในเมื่อเมืองไทยก็ดี…แถมบางอย่างถูกกว่าอีก – -

แต่นั่นแหล่ะ…ทุกคนเหนื่อยจากการเดินทรหดของวันนี้มากไม่อยากเดินกลับมารับ คนที่ยังไม่ออกมา…แม่เลยจะออกไปตามน้าๆให้ – -…จะได้ไปพร้อมกัน…ตอนนั้น วุ้นทำลายแทงหาย…คือสมุดจดภาษาเวียดนามของวุ้นนั่นเอง…สมุดหายนี่ง่อยมากมาย…พูดได้แต่ที่พูดบ่อยๆ…คำอื่นๆภาษาอังกฤษเลย – -…แบบ…เสียใจ…เพราะรู้ว่าต้องเผลอเอาไปลืมที่ร้านอาหารอ่า…วิลเลี่ยมบอกก็กลับไปเอาสิ – -…โหยยยยยยยยยยยยยยยย ใกล้ซะที่ไหน – -…ดีที่วุ้นเอามาหายวันสุดท้าย…เลยไม่คิดมาก(มั้ง)

ตอนแรกที่แม่วุ้นไปตามน้าๆ…นานอยู่(สิบนาทีกว่าๆ วัยรุ่นใจร้อน – - ความจริงปวดฉี่ —-แล้วจะบอกชาวบ้านทำไม – -) เลยเดินออกไปตาม โดยให้แม่ปุ๊ปุ กับปุ๊ปุนั่งรอข้างหน้า ปรากฏว่า วุ้นเดินไปทั่ว ตลาดกับแม่แล้ว (ชั้นแรกส่วนหน้า ชั้น สอง และ สาม ทั้งสองส่วน) เพิ่งเห็นว่ามีชั้นล่างส่วนหลังด้วย – -…ตอนนั้น ปวดขามา วุ้นกระแดะใส่ส้นสูงด้วยแหล่ะ – - แต่เพิ่งมาปวดวันนี้นะ…หลังจากไปผจญฮานอยมา รองเท้าคู่นั้น ก็ใส่ได้อีกครั้งเดียวก่อนจะขอลาเจ้าของ โดยการขาด – -…วุ้นใช้เกินราคาที่ซื้อจริงๆแหล่ะ 555

เข้าเรื่อง…พอเดินไปด้านหลัง ก็จะเห็นเค้าขายพวก อาหารแห้งต่างๆ พวกบ๊วย ของดอง…กุ้งแห้ง…ฟองเต้าหู้ นึกภาพตลาดบ้านเราที่ขายพวกนี้เยอะๆมั้ย?…วุ้นอยู่เชียงใหม่ ก็นึก โหเหมือนกาดหลวงเลยวุ้ย…กลิ่นแบบนั้นเลย…ก็เดินมึนๆ เจอเค้าขาย ชา กาแฟ ขนมอะไรก็ไม่รู้ แต่วุ้นเล็งเป็นของฝากตั้งแต่ตอนที่ไป ฮาลองเบย์แล้ว…แต่ที่นั่น กล่อง 40 บาทแน่ะ ที่นี่วุ้นได้ ประมาณ 25 บาทนะ…

ซึ่งพอแกะดูแล้ว อารมณ์เหมือนประมาณขนมตุ๊บตั๊บ มั้ง แต่มันจะมีกลิ่นสมุนไพร ซึ่งแม่วุ้นชอบมาก…ส่วนตัววุ้นเอง พอแม่วุ้นบอกมัน สมุนไพรหน่อยๆ วุ้นก็ยังไม่กล้ากินจนปัจจุบัน…- -…พอวุ้นไปเจอ ก็แอบตื่นเต้น ระหว่างนั้นก็ถาม ราคากาแฟ ไปอะไรไป ต่อราคาขนมเสร็จก็ลืมไปอ่า – -…ตอนเดินไปเนี่ย ไม่ได้เอากระเป๋าตังส์ไป – - เลยบอกแม่ค้า เดี๋ยวมาซื้อนะ สัญญาๆ ตอนนี้ไม่มีตังส์ ไม่เกินสิบนาที…ว่าแล้วก็รีบบึ่งกลับ…

พอวุ้นกลับมาก็เจอแม่ แม่ปุ๊ปุ ปุ๊ปุ…พร้อมกลับบอกแม่ด้วยความตื่นเต้นว่า…ได้ขนมแหล่ะ อยากได้ไปซื้อกัน…มีกาแฟด้วยลองไปดูก่อน…ซึ่งก็จะเห็น ชาจากเมืองไทย ขายมากมาย (แอบภูมิใจในประเทศตัวเอง – -)พอซื้อเสร็จ…วุ้นก็เดินดูต่อ ไปๆมาๆ ทะลุตลาด มีสัตว์ทะเล ที่บ้านเราไม่ค่อยเห็น(มั้ง…อิงจาก บ้านอยู่ภาคเหนือ – -) มีอะไรไม่รู้เหมือนกะปิด้วย…ความที่ลายแทงหาย ถามภาษาอังกฤษ คำตอบเวียดนาม – -…แม่เจ้า อึ้งเลย – -…

เสร็จแล้วก็เดินต่อไปอีก…อารมณ์เหมือนตลาดข้างทาง (วางขายสินค้าเกษตรริมถนน) แม่ปุ๊ปุก็ชอบ เลม่อนที่นั่น เพราะมันหอมดี แล้ววุ้นก็หยิบหัวพืชชนิดหนึ่งขึ้นมารูปร่างอารมณ์ปลาหมึก เหมือนมีหนวด แม่ค้าก็พูดเวียดนามเนี่ยแหล่ะ บอกว่า อันนั้นกินไม่ได้…เอาไว้ไหว้เจ้าประมาณนั้น (ความสามารถในการเดาภาษามือสูงส่ง – -)…ก็เลยรีบวาง แหะๆ

แล้วพวกเราก็เดินกลับกันก่อนเพราะต้องรอน้านุชด้วย…ซึ่งพอไปถึงจุดนัดพบ ก็เจอกันพอดี…เสร็จแล้วก็เดินกลับกัน ตอนขากลับวุ้นก็พาเดินอ้อมถนน เผื่อเจอของฝาก…แล้วก็จะซื้อผ้าปักด้วย…ขากลับผ่านถนนที่ขายพวกขนม ของกินฝากเยอะมากมาย…บางร้านเค้าเห็นเราแวะยืนกำลังตัดสินใจ(มั่นใจว่าไม่เกิน ห้านาที) เค้าก็โบกมือไล่ – - สงสัยกลัวพูดกลับเราไม่รู้เรื่องหรือยังไงก็ไม่รู้ – -…

ผลจากการผ่านถนนสายนั้น…แต่ละคนก็ได้กาแฟติดมือกันมาทุกคน…พอแวะซื้อของกินเสร็จ(ผ่านถนนขายผ้าปัก ถนนขายกระเป๋า)…ก็ได้เวลาหาอาหารทาน ซึ่งสรุปก็กลับมาตายรังที่ร้านขายเฝอตรงข้ามโบสถ์ เซนต์โยเซฟ…และผลของการทำลายแทง (สมุดจดภาษาเวียดนาม) หาย วุ้นจะสั่งไข่มาใส่โจ๊ก ก็สั่งไม่ได้ พูดภาษาอังกฤษเค้าก็อึ้ง(สงสัยสำเนียงห่วย 555) เลยเขียนคำว่า ไข่ เป็นภาษาอังกฤษ เค้าก็อึ้ง – -(สงสัยลายมือ ห่วยอีก – -) เลยตัดสินใจเดินไปชี้ไข่ ปรากฏเค้าเอาเครื่องในหมูมาให้ – - วุ้นก็ต้องเดินไปชี้ใหม่ T T

และผลของการซื้อของฝากอย่างไม่หยุดหย่อนของพวกเรา ทำให้เงินด่องเหลือน้อยมาก…พอตอนที่จะเก็บเงิน ก็ไม่มีเงินด่องพอจ่าย…ดีที่มาหาอะไรทานแถวโรงแรม…วุ้นเลยบอกคนในร้านว่า รับโด่ลา มั้ย(ดอลล่าห์) เค้าจะเอาแต่เงินด่อง วุ้นเลยบอกว่า รอแปปนึงนะ แล้ววุ้นก็วิ่งไปแลกเงินที่โรงแรม – -…แล้ววิ่งกลับมาจ่าย

พอออกจากร้านเสร็จ ก็เดินกลับมาพักที่ห้องก่อน แต่ทางกลับ เราไม่ได้ผ่านร้านขายเค้ก เลยต้องออกไปซื้อใหม่ ซึ่งสุดท้ายก็ออกไปทุกคน…ตอนไปถึงอารมณ์เหมือนพวกเราไปเหมาเลย – - คิดเป็นเงินไทย หมดไปไม่น้อยเหมือนกัน แต่ขนมที่นั่นอร่อยจริงๆค่ะ…วุ้นพยายามหาชื่อร้านก็หาไม่เจอ – -…คราวหน้านะ ถ้ามีโอกาสได้ไป ><

ซื้อขนมเอาไปเก็บตู้เย็นเสร็จก็ออกมาทาน แนมเหนืองกันที่เกริ่นๆไว้ตอนวันแรก รูปมาแว้วววว><

ซึ่งเพื่อให้ได้บรรยากาศก็ต้องออกไปทานแบบชาวเวียดนาม เราก็จะเห็นฉากหลังเป็นคนเวียดนามชูสองนิ้วร่วมถ่ายด้วย ประหนึ่ง พวกเรารู้จักกัน^^…บอกแล้วคนเวียดนาม นิสัยน่ารักก็มีเยอะแยะ…หลังจากดองบล็อกวันที่สาม จนกลับเชียงใหม่อีกรอบ เรื่องแม่ค้าโกง วุ้นว่าเป็นทุกชาติแหล่ะ อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงให้ไม่ถูกเอาเปรียบมากสุดแค่นั้น

รูปอีกรูปที่เอามาอวดคือ อวดพนักงานโรงแรมผู้ชาย หน้าตาดี เสียดายสูงน้อยไปหน่อย>< เพราะคนขายเค้าคุยกับวุ้นไม่รู้เรื่องตั้งแต่วันแรกแล้ว T T (เป็นคนที่ทำให้วุ้นรู้สึกว่า อยากพูดเวียดนามเก่งจริงๆจังๆ ซะที><) แล้วแม่ปุ๊ปุอยากซื้อกลับไป กทม วันพรุ่งนี้ แล้วอยากถามว่า จะสามารถเก็บได้มั้ย อะไรประมาณนี้ เลยต้องขอให้พนักงานมาช่วยพูดให้ วุ้นว่า ผู้ชายคนนี้พูดอังกฤษเก่งสุดเลยอ่า สำเนียงไม่แปร่งแบบคนเวียดนามทั่วไป

รูปสุดท้าย อันนี้พยายามหารูป แม่ค้า ที่วุ้นเจอกันทุกวันที่มาอยู่นี่เลย เราจะคุยกันแบบ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเช่น แม่ค้า “ซินจ่าว” วุ้นใส “ซินจ่าว” จบ – - อยากคุยด้วย แต่เค้าไม่รับภาษาอังกฤษของวุ้นเลย T T บางวันวุ้นก็จะเพิ่มประโยคเช่น “เจื่อแดป (อากาศดี)” จบ – - สกิลภาษาเวียดนามได้แค่นี้จริงๆ 555

วันต่อมา รู้สึกว่าเมื่อคืนฝนตก วันนี้อากาศจะเย็นๆชื้นๆวุ้นก็นั่งแท็กซี่ ที่ได้บอกกับพนักงานเอาไว้ ปรากฏว่าเค้าคุยกันมั้ง วุ้นนั่งหน้าเพราะรถคันเล็ก ที่เต็ม – -…เค้าก็ถามวุ้นว่า วุ้นพูดภาษาเวียดนามได้เหรอ แล้ววุ้นก็คุยกับคนขับรถ เป็นภาษาเวียดนาม ปนภาษาอังกฤษตลอดทาง มีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกผิดคือ ตอนวุ้นเรียนภาษาเวียดนาม แล้วพอมาใช้จริง มีประโยคหนึ่งที่วุ้นจำได้ว่า อาจารย์เคยสอนแหล่ะ – - แต่วุ้นจำไม่ได้เอง จนคนขับแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ อ๊าย อาย – - วุ้นว่าคนที่นี่ ก็น่ารักเหมือนแถวบ้านเรานะ อัธยาศัยดีเลยล่ะ ชอบๆ

ส่วนเรื่องภาษาเวียดนาม วุ้นเอาลิ้งที่หลายๆคนโพสให้ลองอ่าน แล้ววุ้นจะ พิมพ์ลงให้เพิ่มเติมด้วย (ตอนนี้โหลดโปรแกรมพิมพ์ภาษาเวียดนามมาแล้ว><)
หวังว่าบล๊อกนี้จะเป็นประโยชน์ให้คนที่จะไปเที่ยว บ้าง ถ้าใครอยากรู้อะไรวุ้นช่วยได้วุ้นก็ยินดีนะคะ (ประทับใจคนในพันทิปที่ส่งรูป แผนที่ ข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ ความดีควรส่งต่อเนอะ ^^)

ก้ออ่านะ