รื้ อ ฟื้ น . . . สิ่ ง ที่ ลื ม เ ลื อ น

Leave a comment
เมื่อวาน…

แม่วุ้นย้ายของ เข้าบ้านสวน…ดูดีนะ – -

ก็เลยเห็น เฟรนชิป สมัย ม.ต้น ของตัวเอง

เห็น จดหมายเขียนโต้ตอบ สมัย ม.ปลาย

เห็น สมุดพก สมัย อนุบาล ยัน ม.ต้น (เตรียมฯ ไม่มีสมุดพกอ่า – -)

ดูแล้ว…เออ แฮะ เรามีชีวิตอยู่บนโลกเบี้ยวใบนี้ มา 21 ปีแล้ววุ้ย…

วุ้นจำได้…สมัยวุ้น อยู่ ป.1 เวลาคนอื่นพูดว่า เดี๋ยวอีกหน่อย แม่ก็สบายแล้ว ลูกโตแล้ว

วุ้นก็คิดในใจ…ป.1 เนี่ยนะ กว่าจะเรียนจบ…สิบกว่าปีเชียวนะเออ

ตอนนี้…แม่วุ้น…ประกาศกับทุกๆคน…อีกสองปีเอง

แล้วจะไม่ต้องเหนื่อยแล้ว…สาธุ- -

เข้าเรื่อง

เค้าบอกว่า…(เค้า ชื่อ วุ้นใสจ้า)…คนที่ชอบนั่งดูอดีตตัวเอง แสดงว่าปัจจุบันนี้มีอะไรไม่พอใจอยู่…

วุ้นว่า…ถ้าวุ้นชอบดูอนาคตเมื่อไร…แม่คงส่งเข้า สวนปรุง – -

พอวุ้นมาดู พวกเฟรนชิป…ก็เลยเพิ่งรู้ว่า…วุ้นเป็นคนเงียบๆ (คนปัจจุบันที่รู้จักกับวุ้น…อาจสงสัย)…หยิ่งๆ…

อ่านจดหมาย…โปสการ์ด สมัยม.ปลาย…ก็จะเห็นเพื่อนๆ ที่ปัจจุบัน ไม่ค่อยติดต่อกันแล้ว…อ่านแล้วอยากโทร. บอกพวกมันว่า…เฮ้ยมาส่งโปสการ์ดกันเถอะ!!!…

ขนาด…วุ้นว่าเรียน ม.ปลาย นี่ยุ่งมากมายเลย…พูดซะตอนนี้ สามสิบกว่าแล้ว – -

อ่านจดหมาย ของเพื่อน ม.ต้นที่ส่งมา…แล้วพูดรหัส ที่ตอนแรกวุ้นอ่านแล้ว นั่งนึกนานมาก…ว่าวุ้นไปทำอะไร ตอนย้ายมาอยู่โรงเรียน สหฯใหม่ๆ…

มีอยู่สองคำ คือ กางเกงพละกลับด้าน กับ สีเทา…

สีเทา นี่ นึกสองสามนาที ก็ร้องอ๋อ… – -…เพราะวุ้น ไม่รู้สึกอะไรกับมัน…ก็แค่เป็นกางเกงซ้อนใส่กระโปรง แค่นั้นเอง

ตอนเด็กๆ วุ้นเป็นคนไม่นิ่ง – - ถุงเท้าใส่แล้วไม่เกินอาทิตย์ก็ขาด…ถ้าไม่วิ่งเล่นตามตึก…ก็เล่นโดดหนังยาง…ไม่งั้นก็เล่น บอลระเบิด(เชียงใหม่) หรือ บอลหลบ(เชียงราย)…ไม่งั้นก็เล่น โปลิศจับขโมย…เล่น เตย เล่น ตี่ – -…

เห็นงี้ วุ้นเป็นเจ้าแม่ห้องสมุดนะ – -…อ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) เยอะได้อีก

นั่นแหล่ะ…เล่นแต่ละอย่าง…การใส่กางเกงซ้อนจะทำให้เรา ไม่ต้องห่วง…ว่าทุกอริยาบถของเรา จะมีลิง โผล่ให้ใครแซวเล่น…

โตๆกันแล้ว…พวกผู้ชายก็ยังเล่นเปิดกระโปรงผู้หญิง – -…ซึ่งวุ้นเผลอจริง ถึงโดน…ก็เจอกางเกงซ้อนวุ้นเนี่ยแหล่ะ – -…ก็เลยโดนแซว – -…

หลังๆ พวกนี้จะมีวิวัฒนาการ…นอกจากไล่เปิดกระโปรงผู้หญิงแล้ว…มันยังดึงกางเกงพละ ด้วย – -…ซึ่งก็ทำไรวุ้นไม่ได้ – -

ถึงจะใส่กางเกง วุ้นก็ใส่กางเกงซ้อนตลอดอ่า – -…ติดเป็นนิสัยเลย ตอนมาเรียนที่ กทม. ใหม่ๆ นี่… เอวมันจะสูงแถมเข้ารูปชิมิ…กระโปรงวุ้นก็จะเหมือนมีห่วงยางรอบเอว..(แค่พุงก็บานแล้ว มีกางเกงซ้อน อีก เหมือนคนท้องกันเลยทีเดียว)…

หลังๆก็ไม่ได้ใส่…แต่วุ้นเคยเปิ่น ตอนเรียนปีหนึ่ง…ต้องใส่พลีท แล้วมันก็ยาวแหล่ะ แต่เราดูมันเบาๆ ปลิวง่ายไง – -…เลยใส่กางเกงซ้อน(สีเทา – - ผูกขาด) ไป…คนมองวุ้นแปลกๆเลย – -…ใส่วันเดียวก็เลิก 555…(ม.ปลาย ใส่เป็นเดือน จนเพื่อนบอก แกเลิกใส่เหอะร้อน – - มันร้อนจริงๆ – -)

ต่อมา…กางเกงพละกลับด้าน…จนปัจจุบัน วุ้นก็ยังไม่แน่ใจ…ว่าคืออะไร…สันนิษฐานว่า…คงเคยใส่กางเกงกลับด้าน (หน้า-หลัง นะ ไม่ใช่ ใน-นอก แน่อน – - ถึงจะเอ๋อ ก็ยังไม่ขนาดนั้น)

ตอนนี้…ก็งงอยู่…แล้วไปใส่กลับด้าน ให้ชาวบ้านเค้าจับได้ ได้ยังไง – -…สงสัยตอนเอาของใส่กระเป๋ากางเกงมั้ง – - มันคงตุงแปลกๆ – -…

ช่างมันเถอะ – -…

วุ้นว่ามันต้องมีคนแบบวุ้น บ้างแหล่ะน่า…

แต่อย่างม.ปลาย…วุ้นก็เป็นประจำ คือ ใส่เสื้อทับกลับด้าน…เพราะตื่นเช้าด้วย…

คอ กับหลังเวลารีบๆ มันดูไม่ออกอ่า…จะดูออกตอนเพื่อนทักว่า ทำไมวันนี้เสื้อทับ มันติดคอ แล้วด้านหลังเว้า – -…ช่วงแรกก็ไปเปลี่ยน…หลังๆปล่อยมัน – -

ดูไม่รับผิดชอบเนอะ – -…

อ่านอะไร…เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพื่อนแล้ว…

วุ้นก็แปลกใจ…คนที่ชอบเอาวุ้นไปนินทาเนี่ย…ส่วนใหญ่ที่วุ้นได้ยินมา – -…จากใครก็ไม่รู้ เคยคุยกัน แบบนับครั้งได้ – -…แต่สามารถเล่าเรื่องวุ้น ได้เก่งกว่าเพื่อนสนิทวุ้น รู้อีก…

กลับมาที่ สมุดพก…

เพิ่งเห็นว่าตัวเอง…อ่อน วิชา พลศึกษา…งานบ้าน…งานเกษตร…ศิลปะ…จริยศึกษา…มาก – -

แต่ที่ฮาคือ…ตรงที่ให้ ครูประจำชั้น กรอกว่า บุตรหลานของท่านควรได้รับการส่งเสริมในด้าน…

อนุบาลสอง…ด้าน…นาฏศิลป์ (คะแนนห่วย…แต่พอเข้าใจเพราะได้ไปรำอะไรงี้…สาเหตุเพราะเรียนไม่อ่อนมั้ง จับมารำก็ไม่เสียการเรียน – -)

อนุบาลสาม…ด้าน…กีฬา (คะแนนห่วย…แต่พอเข้าใจเพราะวิ่งแข่งได้มาสองเหรียญทอง…เป็นที่มาของการเข้าใจตัวเองผิดๆว่าถึกมากมาย – -)

ป. 1 …ด้าน…ภาษาอังกฤษ…ปีนั้น วุ้นได้คะแนนอังกฤษห่วยกว่า ปีอื่นๆที่ได้ดีกว่านั้น – -

ป. 2…ด้านคณิตศาสตร์…เหมือนจะเข้าเค้า…แต่ปีต่อๆมา วุ้นคะแนนร่วง ฮวบฮาบ…ผลจากการเหลิงว่า…เก่งแล้ว เลยไม่สนใจเรียน

ข้อเสนอแนะผู้ปกครอง…ทุกปี แม่จะเขียนเหมือนกันหมดว่า…อยู่บ้านไม่สนใจเรียน…ดูแต่การ์ตูน ไม่งั้นก็ อ่านแต่ การ์ตูน…ดูทีวี ไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง ขอความกรุณาคุณครูช่วยตักเตือน…

ซึ่งตรงข้ามกับ ข้อเสนอแนะคุณครู…ความประพฤติเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ ทุกอย่างดีอ่า – -

วุ้นว่า…ตอนอยู่โรงเรียน…วุ้น เป็นลิง มากกว่าที่บ้านนะ – -…แบบ ดื้อได้อีก…แต่เรียนดีไง – -…ครู เอาเรื่องไม่ได้ – -…เพราะร้ายเป็นกลุ่ม จะไม่ถูกเพ่งเล็ง…หารู้ไม่ วุ้นเนี่ยหัวโจกท์ – -

ความจริง ถ่ายรูปคะแนนมาอ่า แต่ถ้าย่อคงดูไม่ออก เลยไม่เอาลง – -…แค่ไม่ย่อยังต้องเพ่งเลย

มานั่งดู…คะแนน…แต่ละวิชาจริงจัง…ตอนเด็กไม่รู้เรื่องหรอก…สนแค่ อันดับที่อย่างเดียวเลย…

มาดูคราวนี้ ทำให้ตัวเองที่เข้าใจผิดมานาน ว่า เคยสอบได้ที่แย่สุด (สมัยประถม) คือที่ 13 ความจริงมันที่ 11 – -…แค่นั้นก็ตราบาปวุ้นมหาศาล

ซึ่งโตมา…วุ้นโง่กว่านั้นเยอะ – -…

วุ้นไม่เข้าใจ – -…ทำไม วิชา ลูกเสือ…เกษตร…งานบ้าน…พละ…ศิลปะ…มันห่วย – -…เล่นโดดยาง วุ้นเก่งสุดนะ – -…พละน่าจะเทพตามดิ – -

เกษตร…วุ้นก็ทำหมดนะ – -…ใช้ไรวัดอ่า – -…เคืองช้าไปมั้ย – -

อ่อ…อีกอย่าง…ที่ยืนยันว่าวุ้น เป็นคนขี้อาย…คือ…สมุดพก ทุกเล่ม คุณครูบอกว่า…ถ้ากล้าแสดงออกมากกว่าจะดีมาก…เป็นปะล่ะ…ว่าวุ้นขี้อายขนาดไหน

อ่านแล้ว…คนที่รู้จักวุ้นตอนนี้…จะเชื่อมั้ยเนี่ย – -…

ก้ออ่านะ

ฮาลองเบย์…วันที่สอง…ที่ฮานอย

Leave a comment
เม้าท์ก่อน…เมื่อคืนแอบนอนดึก ผลจากการเห่อภาษาเวียดนาม…ไปนั่งคุยกับ วิลเลียมฝึกภาษา…ซึ่งตอนเย็นขากลับ พวกเราลืมซื้อน้ำดื่มมาด้วย…ความจริงซื้อมาขวดใหญ่ขวดเดียว…แต่ห้องพักทั้งสองอยู่คนละชั้นกันเลย เลยต้องออกไปซื้อใหม่เข้าทางวุ้น 555 ได้เดินเที่ยวเล่นแว้วววว

เดินออกไปก็แปลกใจ…เพราะมีวัยรุ่นเต็มเลย นั่งดื่ม ชา กาแฟ กับแนมเหนือง(เค้าเรียกงี้…รูปอยู่วันสุดท้าย) มีผลไม้ด้วยเป็น มะม่วง กับ มันแกว…เห็นแล้วชอบอ่า มันดูน่าสนุก ไม่อันตราย น่าแปลกตรงที่ ช่วงเช้าที่ที่ พวกวัยรุ่นนั่งจะเป็นสภากาแฟของชายวันกลางคน…ช่วงเย็น จนดึก(ตีหนึ่งก็ยังนั่งกินกันอยู่)…เป็นเวลาของวัยรุ่นแฮะ

วุ้นเดินออกไปหามินิมาร์ทที่แวะไปตอนเช้าระหว่างงมทางไปโบสถ์…ทางที่เค้าแนะนำว่า ซื้อน้ำมินิมาร์ทจะราคาถูกกว่า…วุ้นพิสูจน์แล้ว…มันเท่ากันอ่า – - แถมเดินแอบไกล…รู้สึกน้ำดื่มที่นี่ จะมีสามยี่ห้อหลัก (ลืมถ่ายรูป – -…พูดเก่งอย่างเดียว) วุ้นจำแต่ยี่ห้อที่ตัวเองชอบซื้อ อาศัยความชอบส่วนตัวที่ รูปลักษณ์ยี่ห้อดูสว่างๆ คือ la vie (ลาวี…) เครือเนสเล่ อีกสองยี่ห้อ ก็มาจาก โค้ก และ เป๊ปซี่…

ราคาน้ำดื่ม แถวนั้นคงเป็นราคามาตรฐาน วุ้นว่าก็ไม่แพงนะ คล้ายๆบ้านเรา ขวดเล็กเฉลี่ยที่ 10 บาท ขวดใหญ่ 20 บาท เลยเฉยๆ เพราะวุ้นเคยฝันว่าไปเที่ยวเวียดนาม(ก่อนไป เดือนกว่าๆสงสัยหมกมุ่น – -) แล้วซื้อน้ำแบบมึนๆ จ่ายไป เป็นร้อย – -(น่าจะเรียกโง่เองมากกว่า – -) นั่นแหล่ะ กลับมาที่โรงแรมก็ตื่นเต้นกะแนมเหนือง เลยถามวิลเลี่ยมว่าเป็นไง ประมาณนั้น ระหว่างนั้นก็บอกเนี่ย…วุ้นมาที่นี่ อยากกิน แหนมเนืองมากซึ่งที่นี่เรียกแนมเหนือง…วิลเลี่ยมก็บอกว่า ที่วุ้นถามนั่นไง วุ้นก็เถียงว่าไม่ใช่ทำไมมันไม่มีผักล่ะ…สุดท้าย คุยมึนๆ ก็กินแนมเหนืองที่เค้าขายกันนั่นแหล่ะ – - อร่อยดี(เค้าเล่ารายละเอียดที่มีรูปแล้วกันเนอะ)

คุยกับวิลเลี่ยมเรื่องสังคมที่นี่…คล้ายๆบ้านเรานะ…แต่วุ้นว่า เมืองไทยแรงกว่า…วิลเลียมบอกว่า วัยรุ่นที่นี่ เสียตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ปีนะ…ถ้าเป็นชนบทก็จะอายุน้อยกว่า ปีสองปี…วุ้นก็บอกว่ามันเร็วนะ…แล้วแต่งงานล่ะเค้าแต่งที่อายุเท่าไร…ก็ประมาณ 28 ปี อะไรประมาณนั้น แต่ที่ชนบทก็เร็วกว่านั้น…อืม

ซึ่งสักพักก็มีชาวต่างชาติ มาคุยด้วย ที่นี่เค้าอัธยาศัยดี วุ้นจะออกมาคุยเล่น…เพราะมีอะไรหลายๆอย่างในเวียดนามที่เรายังอยากรู้แล้วไม่สามารถถามคนเวียดนามแถวนั้นได้…เพราะคนเวียดนามส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่แข็งแรง (ไม่ต่างจากวุ้นหรอก… – -)…มีอะไรก็เก็บเอาไว้ถาม วิลเลี่ยม เหมือนเรียนวิชาอะไรสักอย่างมีไรถามจารย์ท้ายคาบเลย – -…พอวุ้นเคลียเรื่องค่าใช้จ่าย ซื้อของอะไรเสร็จก็มาเล่นเนตตรงล๊อบบี้โรงแรม (พูดดูเหมือนโรงแรมกว้างมากมาย – -) วิลเลี่ยมก็แนะนำวุ้นให้รู้จักชาวต่างชาติ ซึ่งวุ้นลืมชื่อไปแหล่ว – - จำได้ว่าเป็นชาวไอร์แลนด์ อาชีพ จิตรกร…พรุ่งนี้จะไป ลาว…แล้วไปพม่าต่อ…พอเค้ารู้ว่าวุ้นเป็นคนไทย…เค้าก็บอกว่า อาหารไทยอร่อย…อยู่เวียดนามเค้าต้องหาอาหารยุโรปทานแทน…เพราะไม่ค่อยถูกปาก…วุ้นก็บอกว่า ก็อร่อยออก คล้ายๆกัน…เค้าบอกว่าชอบทาน กุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งกว่าจะรู้ว่ามันเป็นอะไรแอบเหนื่อย ฮา…

อย่าลืมภาษาอังกฤษ วุ้นพอเอาตัวไถๆไปได้แค่นั้นเอง…เค้าก็บอกว่าเนี่ยกำลังจะไปเที่ยวบาร์ ชวนวุ้นไป – -(ชวนถูกคนเลย – -) วุ้นก็บอกว่าวุ้นไม่กินแอลกอฮอล์อ่า…มันดึกด้วย…ระหว่างนั้นก็คุยกันเรื่อง พม่า…ก็ถามว่าไปทำไม เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบไป (ความคิดตัวเองล้วนๆ – -) ดูอันตราย เค้าบอกว่า คิดไปเองไม่มีอะไรหรอก แล้วก็คุยเรื่องมุมมองของฝรั่งที่มองไทย…ที่วุ้นตั้งประเด็นว่า…ทำไมคนชอบมองว่าเมืองไทย ต้องมาเที่ยวโสเภณี…มาดูโชว์ลามก ทั้งๆที่เมืองไทยมีอะไรมากมายให้เที่ยว…อะไรประมาณนั้น เค้าก็บอกว่าไม่เกี่ยวนะ…มันอยู่ที่คนเพราะ ไทยก็ดัง เรื่องทะเลสวย แหล่งดำน้ำ สนามกอล์ฟดี อะไรงี้ ก็เม้าท์ๆกัน…แล้วก็มีชาวต่างชาติผู้หญิง มาจากฮอลแลนด์วุ้นก็เนียน สองคนนี้เค้าคุยกันเรื่อง สภาพอากาศแถวบ้านเค้าที่โดนผลกระทบจาก โลกร้อน…จริงจังมากมาย กับเรื่องคนอื่น – -

ผลของการทำอะไรแบบนั้น เลยกว่าจะนอนต้องโดนแม่มาตามให้ไปนอน – -

ตามกำหนด เค้านัดประมาณเกือบแปดโมง…ซึ่งเพื่อนๆแม่…รวมถึงปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ…ตื่นกันเร็วมาก แต่พวกเรามาช้าตอนทานอาหาร…ที่นี่อาหารเช้าสั่งได้ตามเมนูที่ให้มา…คณะวุ้นก็สั่ง เฝอไก่ บ้าง ข้าวเหนียวหมูยอบ้าง(ข้างเหนียวๆสีเหลือง มีหมูยอ หอมทอด หมูหยอง อะไรประมาณนี้ อร่อยมากมาย) American breakfastบ้าง (เป็นขนมปังฝรั่งเศสกรอบนอกนุ่มใน ให้เนย และแยมมา มีแฮม ไข่ดาว อร่อยนะ แต่เยอะ – -)…ตอนนั้นจะเริ่มทานวุ้นก็เห็นว่ามีไกด์มาแล้วล่ะ…แต่คิดว่าเค้ามาก่อนมั้ง เลยไม่รีบ ความจริงเราทำชาวบ้านสายไป 20 กว่านาทีเลยทีเดียว…ขอโต๊ดดดด

ลืมเล่า…ความจริงเมื่อวาน วุ้นเจอคนไทยที่มาพักที่นี่ด้วย ซึ่งเพิ่งกลับจากฮาลองเบย์…จากการที่วิลเลี่ยมเรียกตอนวุ้น วุ่นวานกับการเล่นเนต ก็ได้คุยคร่าวๆ…ว่ากลับวันไหน…ฮาลองเบย์เป็นไงบ้าง…เค้ามากันเป็นครอบครัว พ่อแม่ลูก…น่ารักดี…ตอนเช้าวุ้นก็เจอครอบครัวนี้…ระหว่างรอคณะ ทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวเดินทาง…ครอบครัวนี้ก็ได้ยินเพื่อนๆของแม่วุ้นคุยกันเป็นภาษาเหนือ…เลยถามวุ้นว่าเป็นคนแพร่เหรอ(วุ้นสงสัยมาก…ว่าสำเนียงใครทำดูเป็นคนแพร่หว่า – -)…วุ้นก็บอกว่าเปล่าค่ะ มีเชียงใหม่สองคน เชียงรายสองคน แล้วก็กรุงเทพฯสองคน (อันนี้วุ้นตอบเป็นภาษาเหนือนะ…แอบกระท่อนกระแท่นอยู่ – -)…ก็เลยรู้ว่าครอบครัวนี้เป็นชาวเชียงใหม่…คนเป็นพ่อมาเที่ยวแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม…เลยพาครอบครัวมาเที่ยวมั่ง…ซึ่งประสบปัญหาเหมือนกันคือ…คาดการณ์เรื่องสภาพอากาศที่นี่ผิด…คิดว่าร้อน ความจริงเย็นๆออกหนาวๆอ่า…ซึ่งมันดีมากๆ เพราะมันคงที่ ไม่เหมือนเชียงใหม่…อย่างตอนนี้วุ้นพิมบล็อกที่เชียงใหม่…อากาศนึกว่าอยู่ทะเลทราย ตอนเช้าหนาวได้โล่มาก กลางวันอยากแก้ผ้าเดินมาก – - สุดขั้วได้อีก

เดินทางได้แล้ว…

รถที่เดินทางเป็นมินิบัสค่ะ…เค้ามารับพวกเราเป็นที่แรก…ถึงว่าเร่งพวกเราซะสุภาพ – -…ถ้ามีคนอื่นมาก่อนเค้าคงแช่งบรรพบุรุษ วุ้นไปเรียบร้อยแล้วล่ะ…เพราะสายของจริง…จากคำบ่นของหนุ่มญี่ปุ่นที่ไปรับกลุ่มที่สอง(วุ้นเรียน ญี่ปุ่นมา เพิ่งมีประโยชน์ครั้งนี้แหล่ะ – -)…เค้าคุยกันสองคนเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่ารถมาสายได้อีก…วุ้นนี่อยากหันหลังไปขอโทษว่าเพราะ กลุ่มวุ้นเองแหล่ะ T T

ในรถขาไปก็มี กลุ่มวุ้น 6 คน หนุ่มญี่ปุ่น 2 คน ชายจีน 2 คน คู่รักเวียดนาม 1 คู่ ซึ่งรถก็ขับด้วยความเร็วตามที่ทุกคนบอกว่า ที่ 60 km/hr ส่วนใหญ่ทุกคน(หมายถึงกลุ่มวุ้น) หลับในรถกันหมด… จนเค้าจอดแวะร้านขายของฝาก ก็จะมีของหลายๆอย่างที่ราคาแพงได้อีก แล้วก็มีคนมาปักผ้าปัก ให้ดู
รูปค่ะ

ของน่าซื้อนะ นี่ก็รองเท้า ด้านหลังจะเห็นชุด อ๋าวส่าย หรือที่บ้านเราเรียกอ้าวหญาย โดย อ๋าว แปลว่า ชุดหรือเสื้อ ส่าย แปลว่า ยาว อันนี้จากปากของเพื่อนชาวเวียดนามเลยทีเดียว (อาจารย์บอกหลายรอบแล้ว – - วุ้นโง่เองT T)

ด้วยความที่ของราคาสูงมาก รถก็ปล่อยพวกเรานานเหมือนคนจะซื้อของ ความจริงเหมือนจุดจอดแวะเข้าห้องน้ำมากกว่านะ…เราก็รอรถ…โดยเนียนจะถ่ายรูปหนุ่มญี่ปุ่น สองคนที่ร่วมทางมากกับเรา>< วุ้นและน้าตี้ แอบกรี๊ดอยู่ แอร๊ยยยยยยยยย

พอถึงแล้วเราก็รอให้ไกด์ทัวร์ของเราไปซื้อตั๋วล่องเรือ ระหว่างนั้นก็รอ วุ้นและคณะบางส่วน ปวดฉี่ แต่ไกด์ทัวร์สั่งไว้ให้รอตรงนี้ วุ้นก็นึกว่าแป๊ปเดียวไกด์ก็มายืนบิดไปมา เลยหนีไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏกลับมาไกด์ยังไม่ออกมาเลย

รูปที่ท่าเรือ

จุดสนใจวันนี้คือ ฮาลองเบย์ และหนุ่มญี่ปุ่น แอร๊ยยยยยยยยยย…ในเมื่อพวกเรามากันหกคน วุ้นก็พูดขอให้คนญี่ปุ่นถ่ายรูปได้ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะสานสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นกัน ชิมิล่า…ฮ่าๆๆ ว่าแล้ววุ้นก็ไปขอให้หนุ่มญี่ปุ่มถ่ายรูปให้…ในรูปจะเห็นน้ำดื่มที่ซื้อมา นั่นแหล่ะค่ะยี่ห้อ ราวี เอ๊ย ลาวี สีฟ้าๆ ฝีมือการถ่ายจากชาวญี่ปุ่น(สุดเซอร์)

แน่นอน เราทำได้อีก รูปนี้ วุ้นอยากมีมั่ง…แต่นั่นแหล่ะ…วุ้นเป็นคนขี้อาย(จริงๆนะ…เชื่อกันหน่อย><)…จึงมีแต่น้าตี้ที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ รูปน้ำดื่มที่หนุ่มญี่ปุ่นถือ มาจากเครือเป๊ปซี่ค่ะ

รูปต่อมาไม่รู้ว่าใครถ่าย…จุดประสงค์ที่เอามาแบ่งนี่ ไม่อยู่ที่คณะของวุ้น ดูหนุ่มญี่ปุ่นกันอีกรอบ(บ้าผู้ชายได้อีก…อ๊างงงง)

ที่นี่ลมแรงมาก อากาศก็เย็นวุ้นไม่ค่อยถ่ายอะไร ส่วนน้าตี้ก็เน้นถ่ายคนในกลุ่ม กับอัดคลิปเดี๋ยววุ้นจะให้ดูเรือขายผลไม้ กับไกด์ทัวร์ของเรา ท้ายบล็อกน้า^^

ระหว่างนั้น ก็รอให้ไปที่ฟาร์มปลาเพื่อที่ไกด์หวังว่าเราจะหิวโซจนสามารถ บ้าสั่งสัตว์พวกนี้มากินซักที…ไม่มีทางอ่า

ปลาหมึกสวยอ่า กินไม่ลง(แม้จะหิวโซขนาดไหนก็ตาม…)

ระหว่างที่เราเพลิดเพลินกับการดูฟาร์มปลาอยู่ แม่ค้าขายผลไม้ก็มาเต็มไปหมด ที่เห็นๆนั่น วุ้นต่อเท่าไรมากสุดก็ถาดละ 35 บาท…แพงไปไหน – - มะพร้าว ลูก 50 บาท(เหมือนที่เกาะพีพีเลยทีเดียว – -)

แม่ค้าเหล่านี้พูดไทยเก่งนะนั่น วุ้นก็ยังคงเจตนารมณ์เดิม ถึงพูดไทยมาวุ้นก็ตอบเป็นเวียดนาม…ฮิๆๆ

สักพัก ไกด์ก็เรียกให้เราไปเตรียมตัวทานอาหาร…ไม่มีรูปค่ะ เพราะกว่าจะได้ทานข้าวก็เกือบบ่ายสองแล้ว…ขนาดนี้ใครจะมีอารมณ์ถ่ายอ่า…อาหารวางก็แทบจะหมด จนพนักงานบนเรือต้องมาห้ามไม่พอมีบอกให้ไกด์มาเตือนว่าอย่างเพิ่งทาน มีข้าวด้วย – -…วุ้นก็บ่นให้ไกด์เป็นภาษาเวียดนาม ว่าก็คนมันหิวนี่นา ให้ทำไง – -…ไม่สงสารเด็กกำลังกินกำลังนอนมั่งเลย (ใครเถียง…ปุ๊ปุไง)

ทานเสร็จคนที่จ่ายทริปแบบพายเรือ(วุ้นจำภาษาอังกฤษเป็นตัวสะกดไม่ได้)…จำได้ว่าตอน วิลเลี่ยมขายทัวร์ เรียกว่า คายัคกิ้ง – -(จะมาเอาอะไรกะคนอย่างวุ้น – -) ซึ่งในเรือของเรามี หนุ่มญี่ปุ่นสองคนนั่นอ่า ที่จ่าย(ถ้าเป็นคนอื่น วุ้นคนแอบบ่น เสียเวลา ฮา….)…เราก็นั่งดู นั่งเหม่อไปเรื่อยๆ…โชคดีที่เรือลำข้างๆ เป็นเรือ ญี่ปุ่น…เพราะมีแต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ให้วุ้นมองแก้เบื่อ อ๊างงงงงง ผู้หญิงแต่ละคน น่ารัก สุโค่ย!!!
รูปคายัคกิ้ง

เขียนบล็อกมาตั้งนาน ยังไม่มีใครเห็นฮาลองเบย์เลย…มีแต่หนุ่มญี่ปุ่น><…จัดไป…

เกาะอะไรสักเกาะ…ไกด์บอกแล้ว…วุ้นลืม T T

นั่ง ยืน เดิน บนเรือจนเปื่อยเพราะลมหนาว ก็มาถึงถ้ำวัตถุประสงค์ของเราสักที ตอนนี้ สี่โมงกว่าค่ะ…อากาศคงที่มากเย็นเท่าเดิม ถ้าไม่ดูเวลาก็จะไม่รู้เลยว่ากี่โมงมันเหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้ำนี้ชื่อ ฮาง ด่าวโก๋ (ฮาง แปลว่า ถ้ำ) (ชื่อนี้ไม่ได้จำอ่านจากรูปเลยทีเดียว)

จริงจังละ…ฮาลองไบ หรือ อ่าวมังกรเล่นน้ำ…มีความเชื่อว่า (วุ้นเล่าเท่าที่จำได้นะ…ผิดพลาดประการใด…อย่าด่าวุ้นมากมายแล้วกัน) มีมังกรมาอาศัยอยู่ที่นี่ ประมาณมาช่วยป้องกันไม่ให้แพ้สงครามที่คนจีนตีล้อมมา…ซึ่งคุณมังกรเนี่ย มี สอง ตัว(ลักษณะนามวุ้นไม่เก่ง…)มีคุณพ่อ และคุณแม่ มังกร ซึ่งถ้ำที่เราเข้าไปดูเนี่ย ที่ถ้ำที่คุณพ่อแม่คุณแม่มังกร อาศัยอยู่ แถมคุณมังกรมีคุณลูก หญิง และ ชาย อย่างละ 100 หรือ 50 ตัวเนี่ยแหล่ะ…(จำนวนไม่ใกล้เคียงเลยนะ – -…โง่ระยะสุดท้าย..) ก็ยังอยู่แถวนี้ คอยนำโชคให้คนที่นี่…รู้สึกรีวิวตัวเอง…มัน…วุ้นใสจ้ากันเลยทีเดียว – -…

จะดูออกมั้ย ว่ารูปที่วุ้นให้ดูเป็น คุณพ่อ(หรือ แม่ก็ไม่รู้จำไม่ได้)…คุณมังกร…หลักสังเกต…ดูจุดสีแดงสองอัน นั่นแหล่ะตาของคุณมังกร…

อันนี้จำไม่ได้ ว่าไกด์เรียกว่าอะไรแต่วันที่วุ้นไปไม่มีแดดเลย…อ๋อ รูที่เห็นนั่น เหมือนเป็นแสงจากสวรรค์ ไกด์บอกว่า วันที่มีแดดจะงามมากๆ จนรู้สึกว่าเป็นแสงจากสวรรค์…กันเลยทีเดียว

รูปนี้วุ้นชอบที่สุด เป็นการเล่นแสงที่แหล่มมากกกกก…พยายามดูนะคะ…จะมีรูปผู้ชายเงยหน้ามองอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งถ้าเราเงยหน้ามองตามเงาก็จะเห็นผู้หญิงเหมือนนั่งบนโขดหินผมยาว ดูดีๆ…จะเอาอะไรกับกล้องคอมแพค – -…ตรงมุมขวาบน…การเที่ยวถ้ำนี้…ต้องมีจินตนาการสูง…แล้วเราจะสนุกมาก…จริงๆนะ

มุมภาพถ่ายเมื่อออกจากถ้ำ…

สวยนะ…วุ้นว่า

ถังขยะน่ารักอ่า…ความจริงมีปลาโลมาด้วย…แต่เพนกวินน่ารักกว่า

ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นเรือ เพื่อกลับฝั่ง

เวลาที่กลับฝั่งเร็วมากมายประมาณเกือบชั่วโมง พอถึงไกด์ สเตฟาน ก็บอกวุ้นว่าวุ้นต้องนั่งหน้านะ เพราะขากลับมีคนกลับเพิ่มที่นั่งไม่พอต้องมีคนมานั่งหน้า 1 คน วุ้นก็มึนๆไปนั่ง…ซึ่งคนที่มาเพิ่มก็คือคู่รัก เวียดนาม-ฝรั่ง(ไม่รู้ว่าชาติอะไร…แต่หญิงเวียดนามสวยใช้ได้เลย)…หน้ารถ เลยมี คนขับรถ วุ้น และ สเตฟาน…ขากลับก็คุยกันตลอดทาง

วุ้นก็ได้ทีถามว่า ที่เวียดนามเนี่ยกฎหมายจำกัดความเร็วอยู่ที่เท่าไร เพราะคนที่นี่ขับช้าจังไม่เหมือนเมืองไทยเลย…สเตฟานก็บอกว่า แล้วแต่บางเส้นทางเพราะความจริงเค้าก็สามารถขับรถ 80km/hr ก็ได้นะ…ตอนที่วุ้นถามคนขับแอบเร่งความเร็ว ประมาณ 70 – -…ส่วนเรื่องบีบแตร…ที่นั่นเรียกว่า แป๊ปแป…บ้านเรา(หรือบ้านวุ้น)เรียก ปิ๊มๆ…เค้าบอกว่า ที่นี่คนขับรถไม่เป็นระเบียบเลยต้องบีบแตรงี้แหล่ะ…พอวุ้นไปนั่งหน้าก็เริ่มจะเข้าใจนะ…แบบ เออแฮะถ้าไม่บีบมันก็ไม่หลบ หรือไม่งั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้…หลังจากหาเหตุผลสนับสนุนการบีบแตรพักนึง…ก็เริ่มมึนเพราะบางครั้ง ถนนมันโล่งมากกกก…แต่คนขับก็บีบ = =…ไม่ไหวจะแถเลยทีเดียว…ที่นี่ ขนาดรถกับเสียงแตรจะไม่เหมือนกัน อย่างรถบัสจะมีเสียงแตรอีกแบบ…ซึ่งไม่ว่าเสียงแตรแบบไหน…วุ้นว่า คนไทยบ้านเราก็คงไม่ชอบอยู่เนอะ

ระยะทางจากฮาลองไบ ถึงฮานอย วุ้นจำไม่ได้ว่ากี่กิโล แต่เป็นร้อยอ่า…คือ วุ้นก็ถามสเตฟานว่า เนี่ย จะถึงฮานอยกี่โมง สเตฟานก็บอกประมาณ สองทุ่ม…ตอนที่วุ้นถามมัน ห้าโมงเย็น =^=…จะนานไปไหน…นั่นแหล่ะเม้าท์กับสเตฟานนานสองนานเลยทีเดียว…ซึ่งผู้ชายที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า เมืองไทยเนี่ย กระเทยเยอะเนอะ…ไม่เหมือนเวียดนามเลยที่หายากมากๆ…พอวุ้นถามว่าทำไมล่ะ เค้าก็บอกว่าที่นี่เค้าไม่ยอมรับกัน…แม้กระทั้งสเตฟานเองก็ไม่ชอบ…วุ้นเลยถามแล้วเกย์ล่ะ…เค้าก็เฉยๆนะ ถ้ามากันเป็นคู่ – -…ผลของการนั่งเม้าท์ วุ้นได้คำด่า ภาษาเวียดนามมาคำนึง…เพราะวุ้นสงสัยตอนสเตฟานสบถมา ตอนรถมอไซค์ตัดหน้ามั้ง เลยถามว่าแปลว่าไร…ในที่สุด วุ้นสามารถบอกคิดถึงคนเป็นภาษาเวียดนามได้สักที^^…ผลจากการพูดมากของวุ้นเองเลยสังเกตว่า คนที่ทำงานสายท่องเที่ยวที่วุ้นรู้จัก ส่วนใหญ่เรียนจบสายการเงินมาอ่า – -…(รู้จักอยู่สองคน ก็เหมารวมกันเลยทีเดียว – -)…พอจะถึงฮานอย วันนี้เป็นวันศุกร์ จะมีถนนคนเดิน…สเตฟาก็ถามทุกคนในรถว่า ใครจะลงตรงถนนคนเดินบ้าง…ซึ่งคณะวุ้นขอลงตรงโรงแรมดีกว่า…แอบเล่าๆๆ…ตอนหนุ่มญี่ปุ่นลง ค้าหันหน้ามา บ๊ายบายวุ้นด้วย…แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อีกเรื่องนึง…ที่ได้จากการคุยกับสเตฟาน…วุ้นก็ถามว่า…เนี่ยวาเลนไทน์ ปีนี้ตรงกับตรุษจีน ที่ฮานอยเป็นไงบ้าง…สเตฟานก็บอกว่า วาเลนไทน์เหรอ…ที่นี่ โรงแรมจะเต็ม – -…คล้ายๆบางประเทศเนอะ – -
กลับเข้าโรงแรม…พนักงานทุกคนก็ทักทาย…เป็นกิจวัตรของโรงแรมนี้ไปแล้ว…หลังจากนั่งเล่นเนต…เค้าจะถามทุกคนเหมือนกันหมด…เป็นไงบ้าง สนุกมั้ย บลาๆๆ…พวกเราก็ตอบไปสนุก สวย หนาว แต่ตอนนี้หิว…จะไปถนนคนเดิน มันปิดกี่โมง?…เพราะตอนนั้นเข้าโรงแรมก็สองทุ่มจะครึ่งแล้ว กว่าจะจัดการตัวเองเตรียมตัวไปเดิน…

ระหว่างทาง…วุ้นและคณะก็หิวมาก…ร่ำๆจะแวะทาน…วุ้นก็ดันบอกว่าเดี๋ยวค่อยกินเนอะ (เพราะคิดว่ามันคงเหมือนถนนคนเดินเชียงใหม่ที่มีของกินเยอะอะไรประมาณนั้น)…เลยซื้อพวกซาลาเปาทานรองท้องไปก่อน…อร่อยดีนะ แอบแพง…ลูกละ 20 บาทมั้งคะ แต่ก็ใหญ่อยู่ ไส้เยอะ…พอถึงถนนคนเดิน อารมณ์แบบเหมือนตลาดนัดกลางคืน…มีพวก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ก๊อบบ้างอะไรบ้าง ขายอยู่ ประมาณนี้ ไม่งั้นก็พวกกิ๊ฟช้อปต่างๆ…ที่เห็นว่าเยอะก็พวก ของคู่รักต่างๆ…วุ้นว่าที่นี่ กำลังซื้อคงเป็นกลุ่มนั้น เพราะสังเกต คนเวียดนามที่มาเดินส่วนใหญ่ก็เป็นคู่รักเดินควงแขนกันมา…เพราะฉะนั้น พวกแหวนคู่ เสื้อคู่ ที่ห้อยมือถือคู่ ก็มีเยอะพอสมควร…(อยากได้มั่ง – -)…

เดินที่นี่…คณะวุ้นไม่ค่อยได้ของอะไรมาก…ด้วยความที่คาดการณ์ผิด ไม่มีของกินให้เลย…จะมีก็เป็นร้านขายขนม ร้านเดียว…หรือ แบ๋งก์หมี่ ขนมแป้งหนึบๆ แค่นั้น…แต่ละคนก็โซกันแล้ว เลยพอเดินสุดทางก็รีบจ้ำกลับ ไปหาร้านเฝอ…ก็ได้ร้านเฝอตรงข้ามโบสถ์เซนต์โยเซฟ…ตอนนี้เฝอหมดแล้ว…เหลือแต่บุ๋นไก่ กับโจ๊ก เราเลยสั่งมาอย่างละสาม แล้วแลกกันกินเอา…อร่อยมากกกกก(ไม่รู้เพราะหิวหรือเปล่า)…ได้เยอะเหมือนกัน…ตั้งแต่อยู่เวียดนามวุ้นกินอะไรไม่ค่อยเยอะไม่รู้ทำไม…สงสัยอิ่มคำชม – - (พูดเวียดนามเก่งจัง – แหมๆรู้ดีแฮะว่าวุ้นบ้ายอ><)…บุ๋นอร่อยอ่า…เพราะส่วนตัววุ้นชอบทานขนมจีนเป็นทุนเดิมอยู่ด้วยแหล่ะ…ก็แพงเหมือนกันนะคะ ชามละ 50 บาท แต่มันเยอะอ่า ให้เค้าไปเหอะ – -…

ความจริง…วุ้นว่า…วุ้นโดนแม่ค้าเนียนโกงไปบ้างนะ…แต่ก็แบบ…วุ้นยอมเค้าเอง…เพราะวุ้นอยู่กรุงเทพฯ วุ้นก็โดนคนไทยด้วยกันเอง โกงน่าเกลียดกว่านี้อีก…เลยไม่อยากจะใส่ใจ…อีกอย่างที่โดน ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะวุ้นไม่อยากโวยวายเอง(วุ้นผิดเองอ่า)…อย่างวุ้นไปซื้อน้ำอ้อย จากคุณยายอ่า ถามราคาแล้ว มันแพงกว่าที่ยายบอกกับคนเวียดนามงี้…เค้าคิดว่าคนไทยรวยเหมือนชาวยุโรปหรือไงนะ – -…

แต่คุณยายบางคนก็น่ารัก…อย่างวุ้นไปซื้อ ข้าวโพดปิ้ง…เค้าน่ารักมากๆเลย…เป็นเรื่องปกติเนอะในสังคม…อย่าเพิ่งไปว่าอะไรมากมาย…แค่ศึกษาข้อมูลให้มาดกเท่าที่ทำให้ วุ้นว่ามันก็ช่วยตัวเราเองไปเปราะนึงแล้ว…

วุ้นลืมเล่าไป…วันแรกที่มาถึง วุ้นไม่เห็นสัตว์เลี้ยงเลย เช่น สุนัข แมว งี้…พอไปฮาลองไบ เจอหมาทุกฟาร์มปลาเลย…พอกลับมาแล้วได้ไปเดินที่ ฮว่านเกี๋ยมตอนกลางคืน…เลยเพิ่งเห็นว่าก็มี ชาวเวียดนาม บางคน เอาสุนัขมาวิ่งเล่นออกกำลังกายกัน…วุ้นว่า เมืองนี้…เป็นเมืองที่ดูสงบนะ…แต่ไม่เคยหยุดพักผ่อน…เพราะเราจะเห็นความมีชีวิตของที่นี่ทุกเวลาเลยล่ะ…น่ารักดี…เสียตรงที่ ตอนที่นั่งรถไปฮาลองไบ…เห็นมีโครงการสิ่งปลูกสร้าง พวกห้างเอย อะไรเอยเต็มไปหมด…วุ้นว่า อีกหน่อย ความน่ารักแบบเล็กๆของเมืองก็จะหายไป…เหมือนปาย…

คลิปประกอบบล๊อกนี้…วุ้นพยายามอัพแล้วอ่า – -…เออเรอ ตลอดเลยไม่รู้ทำไม – -

ถ้าอัพได้จะมาลงให้นะคะ^^

อัพได้แต่ คนขายผลไม้อ่า – -

ก้ออ่านะ

ฮานอย…การเดินทางต่างประเทศครั้งแรก…อย่างจริงจัง – วันแรก

Leave a comment
เตรียมใจกันหรือยัง…

เริ่มเป็นบล๊อกหนักรูปแหล่ว…

เริ่มแล้วล่ะน้า…(ยังไงก็โม้เยอะอยู่ดี ฮี่ๆๆ)

ตามแผนการแล้ว วุ้นต้องสรุปภาษาเวียดนามที่เผื่อเวลาให้ตัวเองอ่าน 2 วันเสร็จเรียบร้อย…เนื่องด้วยความขี้เกียจและอะไรก็ตามที่มันอ้างได้ ทำให้วุ้นต้องอ่านภาษาเวียดนาม คืนก่อนเดินทาง ตอนสี่ทุ่ม ถึง ตีสอง แล้วต้องตื่นตีสามครึ่งเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน

เนื่องจาก…จองทริปนี้เป็นเวลานานมากจนเกิดเหตุการณ์ดังนี้

1. นามสกุลของแม่น้องปุ๊ปุ สะกดผิดจากบัตรประชาชน ต้องทำเรื่องวุ่นวาย ทั้งๆที่เพื่อนแม่วุ้น อีกคนมีปัญหาเหมือนกัน แต่ไม่เห็นจะต้องส่งอีเมลล์ภาษาอังกฤษ และโทรคุยกับโอเปอเรเตอร์นานสองนานเลย T T

2. เที่ยวบินรอบเย็นที่บินไปฮานอย ถูกยกเลิก เหลือแต่เที่ยวเช้า…ผลก็คือ วุ้นดีใจ 555 เพราะตอนแรกเครียดมากจัดทริปยังไงให้ได้เที่ยวเยอะที่สุด เลยได้ไปฮาลองเบย์ สมใจวุ้น แอร๊ยยยยยยยยยย

3. เที่ยวบินฮานอยยกเลิก ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินของแม่และผองเพื่อนใหม่ เพราะมันเป็นเที่ยวบินต่อเนื่อง และผ่านไปด้วยดี

4. โรงแรมที่จองไว้ตอนแรก เจ๊ง ต้องเปลี่ยนโรงแรมใหม่ วุ้นก็ต้องหาที่อยู่ของโรงแรมและวิธีการเดินใหม่ – - (หาตอนคืนก่อนไป-ก็หาที่อยู่ให้คสน.ช่วย แล้ววุ้นก็จดเวียดนามไป)

5. ไม่มี อยากเขียนให้ดูเยอะๆ – -

ก่อนไปวุ้นก็เช็คดูสภาพอากาศบอกทุกคนว่า สูงสุดเท่านี้ๆนะ เตรียมเสื้อกันหนาวประมาณนี้ๆแล้วกัน ผลก็คือ – - หลายๆคนโดนคนอื่นไซโคว่าเวียดนามร้อน – - (ตอนฟังช่วยถามคนเล่าด้วยว่าไปเดือนไหน – -) ทุกคนในทริปจึงมืออุปกรณ์กันหนาวคนละนิดหน่อย ซึ่งมันตกผลตอนไปฮาลองเบย์ (ค่อยเล่า)

ผลจากการอ่านเวียดนามถึงตีสองต้องตื่นตีสามครึ่ง สภาพวุ้นตอนนั้น แรมต่ำมาก – - คือ แม่วุ้นและผองเพื่อนมานอนพักที่หาวุ้นคืนหนึ่งเพราะ เที่ยวบินไปฮานอยมันเช้ามากมาย – - คือ 06.55 น. ซึ่งเราต้องเผื่อเวลาทุกๆอย่าง (โดยเฉพาะ duty free) และวุ้นต้องไปรับ ปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ โดยโบกแท็กซี่จากหอวุ้นไปบ้านปุ๊ปุก่อน แล้ววุ้นค่อยแยกไปขึ้นแท็กซี่กับปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ แบ่งเป็นคันละสามคน เพราะหกคนมันจะดูมากไป(เกรงใจคนขับแท็กซี่ – -)

แท็กซี่ที่วุ้นโบกคันแรกเป็นคุณลุงหัวใจวัยรุ่นมากกกกก…ขับรถเร็ว จนในใจหวั่นๆว่าจะได้ไปเที่ยวมั้ย – -กลัวแวะโรงพยาบาลก่อน – - ซึ่งวุ้นก็คุยไปแล้วว่าจะแวะที่หนึ่งก่อนไปสุวรรณภูมิ…ระหว่างนั่งก็นึกไปว่า แล้วรถอีกคันจะขับตามรถลุงได้มั้ย – -

พอถึงที่หมาย…ลุงก็บอกว่า ไปด้วยกันทั้งหมดเนี่ยแหล่ะแล้วเพิ่มตังให้ลุงก็พอ…วุ้นแรมต่ำ ไม่อยากมีปัญหาก็เออออไปเพราะถึงสนามบินเร็วด้วย ดีเหมือนกัน

ออกจากบ้านปุ๊ปุ ตีสี่ครึ่ง ถึง สุวรรณภูมิประมาณ ตีห้าเกือบครึ่ง…ใช้ได้เลย…วุ้นบอกทุกคนว่า…ดีแล้ว เวลาไปฮานอยจะได้คิดถึงลุง เพราะที่นั่น ขับรถช้า 555

ถึงสนามบินเราก็เช็คอินกัน จัดการตัวเอง เข้าห้องน้ำ กรอกข้อมูลที่ได้รับมา แล้วก็เดินทางไปด่าน ตม. ผ่านตม.เสร็จก็หกโมงพอดี นานเนอะ – -…แล้ววุ้นก็ลากทุกคนเดินเข้าดง duty free ที่รอคอย ฮา…ซึ่งก็ไม่ซื้ออะไร – -

นี่คือโฉมหน้า ผู้ฝากชะตากรรมไว้ที่วุ้น ><

เรียงจากซ้ายไปขวา ปุ๊ปุ แม่ปุ๊ปุ น้านุช น้าตี้ แม่วุ้น (เพื่อนร่วมงานของแม่วุ้น อ่อนกว่าแม่วุ้น สิบปี – - ปล.สังเกตดูแม่วุ้นและผองเพื่อนดีๆ ขนาดใกล้ๆกันแล้วเอากระเป๋ามาเหมือนกันสามใบ เห็นตอนแรกนึกว่าเข้าค่ายเด็กอนุบาล – -)

แล้วเราก็เจอปัญหาแรก…ที่นั่งที่เราจองไว้ แถว 6 กลายเป็น มีแต่ปุ๊ปุ กับแม่ปุ๊ปุ ส่วนที่เหลือสี่คน อัปเปหิมาแถว 21 ตอนแรกโกรธคนจอง พอมาดูใบเสร็จ พนักงานทำ!!!…อ๊ากกกกกก วุ้นเซ็งมากเพราะ ปุ๊ปุ และ แม่ปุ๊ปุ ขึ้นเครื่องครั้งแรก ก็โดนแยกไปเลย รู้สึกผิดมากมายไม่คิดว่าจะมีการผิดพลาดแบบนี้ได้…กลายเป็นบทเรียนว่า ขากลับเราต้องเช็คที่นั่งด้วย เฮ้อ…

ลงเครื่องแล้วก็ผ่านตม. ซึ่งก่อนลง เค้าจะให้บัตรมากรอก ซึ่งแน่นอน สองคนที่ถูกนั่งแยก กรอกไม่เป็น วุ้นก็กะไปขอเค้ากรอกใหม่ ซึ่งสรุป จนปัจจุบันก็ไม่รู้ว่า ใบนั้นมีไว้ทำอะไรเพราะไม่เห็นมีใครขอเลย – -…มีไว้ให้เครียดเล่นจริงๆ เพราะวุ้นเป็นห่วงจะไม่ได้ผ่านไปถาม ตม. ปรากฏไม่รู้ว่า วุ้นพูดไม่รู้เรื่อง หรือ ตม.ไม่ถนัดอังกฤษ เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น – -

น้าตี้ กับ แม่ปุ๊ปุ บอกว่า ตม.ที่นี่หล่อ – -…ยัง…ยังไม่ใช่สเป๊กวุ้น แอร๊ยยยยยยยย (มารีวิวท่องเที่ยว – - ชอบวกไปรีวิวผู้ชายจริงๆ – -)

ผ่านทุกคนก็ไปตามหากระเป๋า ตอนแรกไม่รู้ว่าเค้ามีแยกฝั่งแบบคนละด้าน ฝั่งตม.ที่วุ้นและคณะโผล่มี สองสายพาน จาก มาเลเซีย กะ อะไรไม่รู้(วุ้นแรมต่ำอยู่ อย่าลืม)…วุ้นก็นึกๆ สงสัยรวมๆกันมั้ง เพราะ มีแค่นี้เอง…พวกเราก็ยืน เม้าท์กันสนุกสนาน…รอไปครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ใหญ่เค้าก็นินทากัน ว่าทำไมคนเวียดนามหน้าตาดุจัง บลาๆๆ…ก็มีพนักงานผู้หญิงมาถามพวกเราว่ามาจากไหน…วุ้นก็ตอบไปว่า ไทยแลนด์…พนักงานก็ชี้มือไปด้านขวา ว่ากระเป๋าอยู่ฝั่งนู้น

วุ้นใสกันเลยทีเดียว…ก็เดินไปขำไป – - เดินไปถึง กระเป๋ามาพอดี เฮ้อ…ป่ะ ผจญภัยกันต่อ

จากข้อมูลโรงแรมใหม่เนี่ย วุ้นต้องนั่งมินิบัสของเวียดนามแอร์ไลน์ไปจะใกล้ที่พักกว่า นั่งรถเมล์สาย 17 ซึ่งโรงแรมเก่าจะใกล้ที่จุดรถเมล์จอดมาก…กันเปลี่ยนแผนครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหา…เพราะเราเดินออกมา มินิบัส คนละ 2 USD 6คน ก็ 12 USD หัวคิวแท็กซี่ก็มาถามว่าไปไหน วุ้นก็บอกว่าจะไปมินิบัส ซึ่งเค้าก็บอกว่า ไปแท็กซี่ดีกว่า สะดวกกว่าไม่ต้องรอคนเต็มออกได้เลย สนนราคาที่ 25 USD วุ้นไม่เอาสิแพงเกิน คุยยังไงไม่รู้ (ตอนนั้นแรมต่ำ) เค้าบอกว่า 16 USD ละกัน พวกผู้ใหญ่ก็บอกว่าไปเถอะของเยอะ วุ่นวายไรงี้ วุ้นก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปซื้อซิมการ์ดก่อน เค้าบอกที่ฮานอยเยอะแยะ ค่อยซื้อ วุ้นไม่ยอมจะซื้อเลย จะได้โทรหาเพื่อนเวียดนามที่ได้พบปะ จากที่เล่าไปบล็อกก่อน ไว้จะได้ถามเที่ยวฮาลองเบย์ด้วย

หัวคิวบอกงั้นเค้าจะพาไปซื้อ (อารมณ์กลัวพวกเราหนีขึ้นรถเมล์ – -) วุ้นแลกเงินด่องมาได้แบงค์ใหญ่พอตัว (รู้อีกทีว่าไม่ใหญ่มากมายอะไร) ก็กลัวหลายๆคนที่เตือนเอาไว้ว่า ซื้อของระวังแม่ค้าเนียนไม่ทอนเงิน…ตอนซื้อตกลง วุ้นก็ออกตัวเลย ว่ามีแบงค์ใหญ่นะ ขอดูตังทอนก่อน เค้าก็บอกว่าเค้าทอนแน่ๆ วุ้นยังกลัวอยู่ไม่ยอมต้องให้เค้าโชว์ตังทอนก่อน (นิสัยไม่ดีเลย…นึกดูตัวเอง วุ้นว่าวุ้นไม่ให้เกียรติเค้ามากๆอ่า) สุดท้ายวุ้นก็ขอเค้าแตกแบงค์จะได้ใช้ง่ายๆเค้าก็ยอมให้ส่วนหนึ่ง โอเคเลย

ตอนนี้วุ้นเริ่มใช้ภาษาเวียดนามพื้นฐาน เช่น ตัวเลข ขอบคุณ แพงจัง ลดหน่อยได้ไหม อะไรประมาณนี้ ด้วยความแรมต่ำ จะมีความคึกเป็นพิเศษ (บางคนที่อ่าน…อย่าเพิ่งแย้งว่า วุ้นมันคึกตลอดเวลาไม่ใช่เรอะ – -)…คนเวียดนามเค้าน่ารักพอตัวนะ วุ้นว่า เวลาเราพูดหรือพยายามพูดภาษาเวียดนาม เค้าจะยิ้ม วุ้นได้ประโยชน์จากอาจารย์ที่ช่วยแก้เสียงวรรณยุกต์ ทำให้เวลาวุ้นพูดเวียดนามมันเนียน 555

โม้มากวุ้ย- -…สรุปเราก็นั่งแท็กซี่ ใช้เวลานานพอดู ระหว่างนั้นวุ้นก็โทรหาเพื่อนเวียดนาม ถามฮาลองเบย์ (หลายคนอาจสงสัย วุ้นยังพูดเวียดนามได้กะจึ๋งนึง ทำไมถึงคุยกับเพื่อนเวียดนาม…เพื่อนคนนี้ตอนมาไทย เค้ามาหาข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเค้าก็ถามวุ้นว่า…อยากได้เรื่องนี้ต้องหาที่ไหน…วุ้นก็แนะนำไป สรุป อยู่ศาลาพระเกี้ยว วุ้นเหมือนพนักงานที่ศูนย์หนังสือเลย เพราะต้องหาหนังสือ 7 เรื่อง เพราะมีนักศึกษาเวียดนามที่เอก ไทย 7 คน วุ่นวายได้ที่เลยทีเดียว…ซึ่งในที่นี้ที่วุ้นโทร เหมือนเป็นคนที่เก่งภาษาไทยที่สุด ตอนวุ้นโทร วุ้นก็พูดไทยเหมือนกับคุยคนไทยเลย) ซึ่งเค้าไม่รู้จักคนที่ทำทัวร์เลย แต่รู้จักแบบ คนขับรถ แล้วคนขับรถรู้จักคนล่องเรือ อะไรประมาณนั้น ซึ่งเค้าก็บอกราคามา รู้สึกว่า เฉลี่ยคนละ 500000 VND ซึ่งวุ้นว่ามันแพงถึงจะส่วนตัวก็เถอะ และไม่มีไกด์ด้วย – - เลยยังไม่ตกลงไป

พอถึงฮานอย สิ่งที่ทุกคนได้ยินคือเสียงแตร วุ้นจะลองอัพคลิปดูนะคะ ถ้าได้ก็จะเข้าใจกันเลยทีเดียว

รถพาพวกเราไปจอดที่หนึ่งก็มีผู้ชายมาบอกว่า เนี่ยเค้าคือคนที่วุ้นคุยอีเมลล์โต้ตอบเรื่องตอบรับ การเปลี่ยนโรงแรม วุ้นก็อ๋อคนนี้เหรอซึ่งเค้าบอกว่า ที่พักเค้าคนที่เข้าพักมีอุบัติเหตุทำให้ต้อง เช็คเอ๊าท์ อีกวัน เค้าจะให้เราไปพักอีกที่นึงแทนซึ่งเป็นโรงแรมในเครือเดียวกัน(ดูไฮโซมะ…วุ้นพักที่ splendid star hotel) วุ้นก็เออๆไปๆ แรมต่ำๆอยู่ ซึ่งเค้าจะนั่งไปด้วย รถที่เบียดอยู่แล้วก็เบียดกว่าเดิมในบัดดล – -

แล้วพอมาถึงที่ใหม่ เค้าก็ถามวุ้นว่าเนี่ย วุ้นจ่ายตังยัง…วุ้นก็บอกจ่ายหมดแล้วเค้าก็ยังถามต่อว่า จ่ายแค่คืนเดียวเดียวหรือเปล่า…วุ้นก็เลยโมโห บอกว่าจ่ายหมดแล้ว ไปคุยกับ go holiday สิ ทำงี้ได้ไง สงสัยเค้าเห็นว่าวุ้นใกล้จะวีนแล้ว ก็เลย บอกให้แท็กซี่ส่งกลับที่เดิม – - (เอากะมันสิ…)

ซึ่งโรงแรมที่วุ้นพักมันอยู่ในซอยเล็กซอยน้อยอีกที แท็กซี่ก็จอดตรงซอยที่ต้องเดินเข้าไป เฮ้อ…วุ่นวาย แต่โมโหได้ไม่นานอ่า – - เพราะอากาศที่นั่น ดีมากๆ เย็นสบาย แต่ต้องใส่เสื้อกันหนาวนะ ปลื้มมมมมมมมมม

วุ้นก็เดินๆหา กว่าจะเจอก็มึนเหมือนกัน แรมต่ำๆ ต้องมาหาสถานที่ – -…เข้าไป พนักงานก็ให้การต้อนรับอย่างดี…ซึ่งเค้าก็บอกว่า ตอนนี้เนี่ย เค้าให้พักได้แค่ 2 ห้องนะต้องพรุ่งนี้ถึงจะได้อีกห้อง วุ้นก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่เค้าบอกว่าตอนนี้มีห้องที่เปิดได้แค่ห้องเดียว เพราะอีกห้องยังไม่ เช็คเอ๊าท์ ซึ่งวุ้นก็เข้าใจเพราะเรามาเช้ากันด้วย ซึ่งได้ห้องเดียวมีที่เก็บสัมภาระเราก็ดีใจแล้ว

ระหว่างนั้นวุ้นก็ต้องมานั่งคุยเรื่องทัวร์…ซึ่งวุ้นอ่านคอมเม้นท์ของโรงแรมนี้ก่อนมาแล้วว่า…ที่นี่ชาร์จแพงนะ…ซึ่งก็แพงจริง แต่ก็นั่นแหล่ะวุ้นแรมต่ำ…ตอนนั้นก็สิบโมงกว่าแล้วด้วย…มีแพลนที่ต้องทำอยู่เยอะแยะ…การจะได้คณะเดินทางเดินงมหาบริษัททัวร์คงไม่ดีนัก…เลยได้ไปฮาลองเบย์ คนละ 25 USD ซึ่งพนักงานพยายามขายแพคเกจ 35 USD มากเพราะมันมีเหมือนพายเรืออ่า เดี๋ยววุ้นเอารูปให้ดู พนักงานคนนี้ ตอนหลังวุ้นซี้กะเค้านะ ชื่อว่า วิลเลี่ยม

รูปการคุย…ต่อรอง

ซึ่งตาวิลเลี่ยมเนี่ย ก็จะนำเสนอว่าโรงแรมของเค้าเนี่ย เปรียบเหมือนครอบครัวแบบจะดูแลแบบอบอุ่นประมาณนี้มั้ง เวลาวุ้นกลับเข้าที่พักก็จะถาม เป็นไงสนุกมั้ย ไปทำไรมั่ง ประมาณนี้ ที่ชอบโรงแรมนี้คือ เนตฟรี – - ชา กาแฟ ฟรีตลอดเวลา มีผลไม้ให้ฟรี(ซึ่งมีแต่กล้วยหอม) เค้าให้แผนที่ด้วย อันนี้วุ้นดีใจเป็นพิเศษ แถมมีแนะนำเช่น ร้านอาหารอร่อยๆ ร้านขายรองเท้า ร้านขายผ้าไหม ร้ายขายกระเป๋า จะบอกขีดกำกับเลย ว่าอยู่ถนนไหน

แน่นอน วิลเลี่ยมไม่ลืมที่จะขายทัวร์เที่ยวฮานอยให้วุ้น คนละ 35 USD ซึ่งคนที่ศึกษาวางแผนเที่ยวอย่างวุ้น จะยอม – - ตอนที่คุยๆเนี่ย ภาษาเวียดนามวุ้นก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ ทำเอาพนักงานที่นั่น นิยมชมชอบวุ้นในบัดดล – - ตาวิลเลี่ยมบอกว่า คนเวียดนามชอบคนต่างชาติพูดเวียดนามนะ…มันก็คงอารมณ์คนต่างชาติ พูดไทยอ่าเนอะ…คนเวียดนามหลายคนถามวุ้นว่าเรียนภาษาเวียดนามที่ไหน วุ้นก็ตอบว่าเรียนที่มหาลัย เค้าก็คิดว่าวุ้นเรียนที่เวียดนาม วุ้นก็เลยต้องตอบว่า วุ้นเรียนที่เมืองไทยเนี่ยแหล่ะ…รู้สึกดีใจเวลาคนชมว่าพูดเก่งมากมาย…เป็นคนเวียดนามได้แระ…(ขอเป็นภรรยาทูตประจำเวียดนาม แทนได้มิ><)

ภายในห้องพักดูดีเอาการเลยค่ะเค้าบอกจะเอาเตียงเสริมมาให้ตอนเย็นๆ ซึ่งเตียงเสริมของโรงแรมมันคือฟูกที่นอนขนาดเตียงจริง…มันใหญ่มากกกกก…พวกเราเลยไม่เอา ของในห้องน้ำน่ารักดี มีแปรงฟัน กับยาสีฟันหลอดเล็กๆให้ด้วย>< ซึ่งเค้ามาเติมเปลี่ยนให้ทุกวันค่ะ

ภาพภายในห้อง

เมื่อเก็บของ…ทานชา กาแฟ ผลไม้ อะไรเรียบร้อยแล้ววุ้นก็เริ่มออกเดินทางไปร้าน บุ๋นฉ่า ชื่อดัง DAC KIM ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมที่สุด ระหว่างทาง แอบแวะซื้อกระเป๋า วุ้นก็คุยเวียดนามสนุกสนามกับคนขาย(ผู้หญิง) สงสัยสนิทเกิน เลยโดนบีบก้น T T เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ควรรู้ – -

บุ๋นฉ่า (มันออกเสียงงี้อ่า)

วุ้นลืมบอกไปอีกอย่างคือ โรงแรมที่วุ้นพักอยู่ใกล้กับโบสถ์เซนต์โยเซฟมาก ถึงมากที่สุด เพราะทุกๆเช้าเราจะได้ยินเสียงระฆังเลยทีเดียว…แถมบริเวณนั้น ของกินเยอะ><

รูปโบสถ์ค่ะ ตอนวุ้นไปยังไม่เปิด ตอนนั้นมึนๆก็ถามว่าเนี่ยเค้าเปิดกี่โมงเค้าบอกว่า บ่ายสอง วุ้นเอาไว้เข้าไปดูวันหลังละกันเนอะ ซึ่งก็คือวันสุดท้าย (เล่าก่อนเด๋วลืม) เข้าไปเค้ากำลังสวดมนต์อยู่เลยได้แต่มองแล้วออกมาไม่มีรูป – -

ตอนนั้นความจริงกว่าเราจะรู้ทางออกมาโบถส์ได้วุ้นอ้อมโลกได้รอบหนึ่งพอดีเป๊ะ (เวอร์ได้โล่…)ถ้าเพียงแต่ วุ้นเดินทะลุซอยโรงแรมมันก็เจอ – - ออกมาก็เป็นผู้คนมานั่งจิบน้ำชา กาแฟกัน ซึ่งวุ้นสังเกตว่ามีแต่ผู้ชายแฮะ – -

เมื่อพวกเรากิน บุ๋นฉ่าเสร็จ (ซึ่งทุกคนกินไม่หมด – -มันเยอะมาก) เป้าหมายต่อไปคือเดินช้อปผ่านถนน ที่วิลเลียมแนะนำแล้วไปกินไอติมชื่อดังกัน ซึ่งต้องอ้อมทะเลสาบ ฮว่าน เกี๋ยม ไป

รูปห้องน้ำสาธารณะ คนละ 1000 VND

อยู่บริเวณทะเลสาบเลยค่ะ วุ้นมองดูสีของน้ำแล้ว อืม…(เน่าเพราะคนมาจู๋จี๋กันเยอะแน่ๆเลย)

ซึ่งจากการถาม วิลเลี่ยมได้ความว่า ยุคสมัยเปลี่ยนสื่อต่างชาติเข้ามา ทำให้กันแสดงความรัก(อย่างโจ๋งครึ่ม)ในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติ นี่กลางวันแสกๆนะ วุ้นเดินตอนกลางคืน มันจะออกแนว นัวๆแต่ไม่ล้วง ควัก แบบตามป้ายรถเมล์ของประเทศสารขัณฑ์

ห้างสรรพสินค้าค่ะ หัวมุมที่หลายคนถ่ายเอาไว้ชี้ทางไปกินไอติม Kem Dac Biet…ที่นี่ตอนเช้าๆ ลานตรงหน้าเค้าเป็นที่เต้นแรโรบิก รวมถึงหัวมุมทะเลสาบฝั่งตรงข้ามด้วย…วุ้นพยายามหาหัวหน้านำเต้น แต่ก็ไม่เจอแฮะ – -

กว่าจะหาเจอ วุ้นพาคณะเข้าร้านผิดไปหนึ่งที – -…แรมต่ำของจริง – - …ของจริงค่ะ

และแล้ว…วุ้นก็ค้นพบว่า…ผู้หญิงเวียดนามเค้าอยู่ที่นี่กันนั่นเอง…อุว้าววววววววว!!!!

ทานไอติมกันเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไป พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เวียดนามกัน…แต่ก่อนอื่น ทางที่เดินนั้นต้องผ่าน โอเปร่าเฮ้าส์ก่อน…

จากรูปวิธีเดินผ่านถนนที่ไร้ระบบเช่นนี้คือเลี้ยวขวาข้ามถนนเดินเลาะประตูรั้วโอเปร่าเฮ้าส์(งง มั้ย เดินไปทางขวาเพื่อข้ามถนน ข้ามเสร็จก็เลี้ยวซ้าย)แล้วเลี้ยวขวาตามหัวมุมเดินไปเรื่อยๆก็จะเจอ ซิโคล่ จอดเรียงรายเต็มไปหมด เคยลองถามราคาแล้วแอบแพง เดินเอาดีกว่า…มีอยู่ช่วงหนึ่งที่วุ้นเดินถามทาง เค้าก็ชวนขึ้นมอไซค์ วุ้นก็รีบตอบ ว่าชอบเดินมากกว่า ตบท้ายที่ว่า วุ้นรู้ภาษาเวียดนามนิดเดียว กลุ่มผู้ชายโห่ยิ้มกันซะ บอกว่าไม่จริงหรอก – -…จริงสิ วุ้นพูดได้เฉพาะคำหากิน – -

ถึงแล้วตอนไปซื้อตั๋ว คนขายตั๋วถามว่าวุ้นเป็นนักศึกษาเหรอวุ้นก็ตอบว่าใช่ แต่เป็นคนไทยนะ เค้าก็ยิ้มแล้วบอกว่าพูดเวียดนามเก่งนะเนี่ย>< (บล็อกเหมือนตอกย้ำคนที่กล่าวหาวุ้นมั้ย – -)
ภายในค่ะ ดูไม่รู้เรื่องหรอก…ภาษาอังกฤษมีประกอบบ้างไม่มีบ้าง – -แล้วแต่อัน ส่วนใหญ่ออกแนวเล่าเรื่องการต่อสู้ของการปกครองอ่า

ก็จะไล่คนมาเรื่อยๆประมาณนั้น

เดินชั้นบนเสร็จ ก็เดินออกมาดูเจอรถของลุงโฮ(มั้ง…บอกแล้ว แรมต่ำรวมกับโง่อังกฤษ)

แม่วุ้นก็สังเกตมากเนี่ย…ดูสิยางรถไม่แตะพื้นเลยนะ…แม่ไม่ทักวุ้นคงไม่มอง จนแม่ปุ๊ปุบอกว่า อย่าลืมกระเป๋าที่ฝากไว้ที่ล็อกเกอร์…ซึ่งตอนนั้นวุ้นลืมไปแล้ว…เลยต้องเดินกลับไปเอา…ตอนที่เข้ามาที่นี่ตอนแรกนึกว่าปิด – -เพราะเหมือนเค้าจะปรับปรุงอะไรอยู่มีการปิดสถานที่บางส่วนพอมาเดินจะเอากระเป๋าเลยเห็นว่ามีชั้นล่างจัดแสดง (ตอนแรกนึกว่าห้องเก็บของ – -)

ในส่วนของชั้นล่างจะพูดถึง สงครามเวียดนามกะอเมริกัน แล้วก็การพัฒนาของประเทศเวียดนามในด้านต่างๆ

ด้านอุตสาหกรรมอะไรประมาณนี้

ระหว่างเดินจะกลับ…แม่ปุ๊ปุก็ทักอีก…ไม่เอากระเป๋าเหรอไง…ลืมอีกครั้ง – -
เดินออกมาเจอนี่ค่ะ มีเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถ่ายรูปกันด้วย เจ้าสาวสวยและผอมสูงอ่า อิจฉา><

เดินผ่านเจอนี่ด้วย…วุ้นไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร T T โต๊ดก๊าบบบบ

ตอนนี้เราก็เดินเพื่อจะไปซื้อตั๋วดูหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งคนเยอะมาก ตอนนั้น 15.25 น. วุ้นกะซื้อรอบ ห้าโมง หรือ ทุ่มนึง มันเต็ม เลยได้รอบ 15.30 น. มาก็ดีเหมือนกันดูเลยไม่ต้องรอ ดูเสร็จเดินดูของระหว่างกลับโรงแรมจะได้เตรียมตัวพักผ่อน ตื่นไปฮาลองเบย์ เจ็ดโมงครึ่ง…ระหว่างทางเจอสองแม่ค้า สังเกตดูดีๆคนขวามียูโร คัสตาร์ตเค้ก ของไทยด้วย><

ป้ายจราจรที่เวียดนาม…ปัญหาวุ้นเหมือน ภาษาญี่ปุ่นเลย คือ…อ่านได้แต่แปลไม่ได้ – -

รูปบรรยากาศในการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ถ้าอัพคลิปได้จะอัพให้นะคะ แอร์เย็น วุ้นใสและคณะ จึงผลัดกันหลับ อย่างมีความสุข…(ก็ทริปมันถึกอ่า – -)…เป็นการแสดงที่วุ้นว่าไม่ควรพลาดถึงแม้เราจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะ…มันเจ๋งมากอ่า ดูแล้วแบบ…โหยทำได้ไงที่จะบังคับหุ่นได้แบบนั้น แล้วก็เป๊ะมากมายด้วย…(ขนาดวุ้นหลับบ้างอะไรบ้าง…ยังชอบเลย – -)

ดูเสร็จเราก็มาเที่ยวที่วัด หงอกเซินกันต่อ ซึ่งทุกคนคงอารมณ์เหนื่อยไม่มีใครยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดูข้างใน(ข้ามสะพานนั่นแหล่ะ) ลืมบอกไปราคา ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถ้าใครซื้อหนังสือมาอ่าน หรือ เช็คตามเวบรีวิว อ่า ราคามันขึ้น เป็นเกือบเท่าตัวหมดเลยนะคะ เพราะตอนแรกวุ้นคำนวณตามเรตที่หามาได้เร็วสุด ก็ยังแพงกว่าที่คาดเลย อย่าง บุฟเฟ่ต์ที่เซน ที่ตอนแรกจะไปทานกัน ต้องยกเลิกเพราะถามเพื่อนเวียดนามตอนที่มาเมืองไทย…ราคามันตกที่ต่อหัวคนละเกือบ 500 BTH เลยทีเดียว

สะพานแดง คนมากมายก่ายกอง

รูปร้านค้าบริเวณแถววัดค่ะ วุ้นสังเกตว่า ร้านค้าไหนที่น้าตี้ถ่ายร้านนั้นพวกเราไม่ซื้อ – -(ทั้งคณะมีคนเอากล้องมาคนเดียวคือน้าตี้…ที่เหลือกล้องมือถือ ตามกำลังทรัพย์ ฮา….)

ตรงข้ามกับทางเข้าวัด จะเห็นลานอนุสาวรีย์ ซึ่งช่วงเย็นจะเห็นคนมาตีแบตกัน อาจารย์ที่สอนภาษาเวียดนามวุ้น เคยเล่าที่มาของอนุเสาวรีย์นี้อ่า…เป็นตัวแทนของ ชนชั้นอาชีพ(มั้ง)ต่างๆ something likes that

ร้านค้าขากลับค่ะ บริเวณนี้จะขายเสื้อผ้า ผ้าปักลายต่างๆ แล้ววุ้นก็พาคณะเข้าร้าน little hanoi ตามสูตรหนังสือ ซึ่ง สลัดทูน่าอร่อยมาก>< วุ้นสั่งคาโบนาร่า ชีสมากมาย ชอบบบบบบบ…ไม่มีรูปนะ – - หิวเกินไปรู้ตัวอีกที เหลือแต่ซากอ่า ไม่ทันถ่าย – -

ขากลับเราก็เดินมั่วๆ…เจอร้านเค้ก วุ้นว่าหลายๆคนเคยโพสแล้ว ไม่มีชื่อค่ะ ตั้งอยู่บริเวณเหมือนร้านเหล้าของคนเวียดนามเยอะๆอ่า ชีสเค้กอร่อยมาก ประมาณ 80 บาท(ความจริงถูกกว่านั้น…วุ้นตัดราคาอย่างหยาบไว้ก่อน) ส่วนพวกผู้ใหญ่ คลั่งทาร์ตมะนาว เพราะเปรี้ยวถูกใจ ส่วนปุ๊ปุ ชอบ ช็อคโกแลตบอล มันหนึบๆไม่เลี่ยนดี ช็อคโกแลตอัลลอนด์ ก็อร่อยมากมาย สุดท้ายวันก่อนจะกลับ พวกเราก็แทบไปเหมา ร้านนั้นเลยทีเดียว – -…ซึ่งก็ไม่ได้กินเต็มที่ เพราะละลายบ้างอะไรบ้างเมื่อมาเจออากาศเมืองไทย…ก้ออ่านะ

แล้วทุกคนก็กลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับ วิลเลี่ยมที่มาบอกว่า จะอัพห้องเป็นดีลุกซ์ให้ห้องนึงแทนการเพิ่มเป็นสามห้อง ซึ่งพวกเราก็โอเค เพราะอยากนอนด้วยกันมากกว่า กลายเป็นห้องที่เห็นนั้น นอนสี่คน เตียงละสองคนค่ะ ส่วน ปุ๊ปุและแม่ นอนห้องดีลุกซ์อะไรนั่นแทน…

หนึ่งวันในฮานอย…มีอะไรมากมายเลย…ที่วุ้นเล่ามายังไม่ครบของวันนั้นเลยนะนั่น 555…บล๊อกสนองนี้ดคนทำ…

เย้เย…วุ้นอัพคลิปประกอบวันแรกได้อ่า…เป็นเสียงแตร…วุ้นว่าในคลิปไม่เท่าของจริงเลยอ่า – -…

ก้ออ่านะ

ฮานอย…การเดินทางต่างประเทศครั้งแรก…อย่างจริงจัง – เกริ่นนำ

Leave a comment
เริ่มจาก…
แอร์เอเชีย จัดโปร 299 เมื่อช่วงเดือนสิงหาในปีที่แล้ว (2552)
วุ้นก็เสาะหาเที่ยวบินกลับบ้าน…แต่ด้วยความตื่นตาตื่นใจของโปรโมชั่น…เหลือบไปเห็นเที่ยวบินอื่นๆ มันช่างถูกเสียจริง…

ไม่ได้การละ…เราต้องทำอะไรสักอย่าง…วุ้นมีความฝัน…
ว่าตอนอายุ 19 วุ้นจะ bagpack ไปเที่ยวลาว…
จนตอนนี้ 21 แหล่ว – - ยังบ่สามารถไปได้เลย T T อีกที่ ที่วุ้นอยากไปเหมือนกันคือ “เวียดนาม”
เอาละจะบินทั้งทีบินไปเวียดนามดีกว่า (ตอนนั้นกัมพูชาต้องเสียค่าภาษีสนามบินเพิ่ม – - เลยตัดทิ้ง) ไม่ไกลมากประเทศน่าสนใจ เพราะเราไม่ค่อยมีข้อมูลกับประเทศนี้เท่าไร ประกอบกับค่าครองชีพน่าจะถูก ดูจากค่าเงินด่องที่ถูกมาก…

ว่าแล้ว…วุ้นก็หาแนวร่วมท่องเที่ยว…เนื่องจากระยะเวลาการจองที่กระชั้นชิดมาก…คนที่ยอมไปกับวุ้นต้องบ้าบิ่นพอกัน

เพราะ…
1. วุ้นไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน(ไม่นับชายแดนแม่สาย-พม่า – -)
2. วุ้นไม่เก่งอังกฤษ
3. วุ้นไม่รู้จักประเทศนี้มากมายอะไรเลย รู้แค่ว่า…อากาศต้องดีแน่ๆ – -
4. วันที่จะไปห่างจากวันจองถึง 7 เดือน คนที่จะไปต้องจัดการตารางเวลาให้ดี
สุดท้ายก็มีคนร่วมอุดมการณ์นี้ด้วยถึง 5 คน!!!! มีแม่วุ้นเอง เพื่อนร่วมงานแม่วุ้น 2 คน แม่ของน้องที่วุ้นไปสอนพิเศษ และ น้องที่วุ้นไปสอนพิเศษ
ในตอนแรก วุ้นตั้งใจจะไปผจญภัยในโลกกว้างกับแม่สองคน แบบไปช่วงเดือนมีนา ก็กะยืมตังแม่มาจ่ายค่าจองก่อน- – แล้วใช้คืนให้ทั้งหมด เพราะทริปที่เรากำลังจะไปนั้น รวมค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และที่พัก 3 คืน อยู่ที่คนละ 1978 บาทเท่านั้น!!!
ก็กะว่าจะเก็บเงินทันคืนแม่ กะพาแม่เที่ยวเป็นของขวัญวันเกิดแม่(แม่วุ้นเกิดเดือนธันวา) และเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง (วุ้นเกิดเดือนมีนา) ดูเป็นคุณลูกกตัญญูชิมิล่า…555

พอวุ้นเล่าแพลนให้แม่ฟังปุ๊บ…แม่บอกว่าเดี๋ยวแม่ไปชวนเพื่อนแม่ด้วยดีกว่า…เพราะราคามันถูกมากมายเกินบรรยาย (ถึงแม้จะรวมค่าตั๋วบินไป-กลับ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ แล้ว ก็ไม่ถึง 3000 อยู่ดี)

ตอนนั้นแอบเคืองแม่ – -…ไรว้า…กะไปหนุงหนิงกันสองแม่ลูกซะหน่อย กลายเป็นต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นอีก…ตอนนั้นวุ้นกลัวว่า…เมื่อผู้หญิงเดินทางเยอะๆ มันจะมีปัญหา เช่น ความล่าช้าต่างๆ(แผนเที่ยววุ้นแอบถึก – -) หรือ จุกจิกสารพันปัญหาที่เราคาดไม่ถึง วุ้นว่าวุ้นงอนเรื่องนั้นอยู่เลยพาล – - แบบ…แล้ววุ้นจะเที่ยวกับใครล่ะเนี่ย เพราะแม่วุ้นก็ต้องลัลล้ากับเพื่อนๆชิมิ – - ว่าแล้ววุ้นก็เลยไปชวนน้องที่วุ้นสอนพิเศษไปเที่ยว พร้อมกับชวนแม่ของน้องด้วย…แน่นอน ทั้งสองสนใจ ฮา….

ใครมั่งไม่สนถูกกว่าเที่ยวในประเทศซะอีกอ่า…

เข้าเรื่องความจริงเมืองที่วุ้นจะไปคือ โฮจิมิน (เขียนถูกหรือเปล่าหว่า – -) แต่ค่าที่พักที่นั่นแอบแพง มาส่องราคาที่ฮานอย แล้วมันโอเค…วุ้นเลยเลือกฮานอย ด้วยประการฉะนี้…

ทริปนี้มีความน่าสนใจตรงที่…ในกลุ่มนี้…วุ้นเหมือนจะเก่งอังกฤษที่สุด (กลิ่นหายนะโชยมาแต่ไกล… – -)

คนเวียดนามส่วนมากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้…

ทุกคนฝากความหวังไว้ที่วุ้น เพราะวุ้นเป็นคนจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แผนท่องเที่ยว…พูดง่ายๆวุ้นเหมือนบริษัททัวร์เลยทีเดียว(ไม่นับผู้สนันสนุนบัตรเครดิตที่จ่ายค่าเครื่องบินให้วุ้นก่อน…ขอบคุณคร้าบบบบ)

หลังจากวันที่ตกลงกันได้ว่ามีใครเดินทางบ้าง วุ้นก็เริ่มหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับฮานอยให้มากที่สุด รวมถึงฝึกภาษาเวียดนามที่หลายๆคนโพสเอาไว้เป็นภาษากันตาย…

ซึ่งเมื่อมีพี่คนหนึ่งรู้ว่าวุ้นจะไปฮานอย ก็บอกว่า ไม่เห็นจะน่าไปเลยไปแล้วต้องโดนโกงแน่ๆไม่มีทางพลาด วุ้นก็บอกว่าเนี่ยวุ้นฝึกภาษาเวียดนามบางคำด้วยนะ คนนั้นฟังแล้วก็บอกว่า สำเนียงอะไรไม่ได้เลย จะรอดเหรอ?

เป็นครั้งแรกที่มีคนดูถูกวุ้น แล้ววุ้นฮึดสู้ (ปกติ…ดูถูก…อือ แล้วไงก็วุ้นเป็นแบบนี้แหล่ะ >>>หมดอาลัยตายอยากกับตัวเองได้อีก – -)

เลยทำให้วุ้นตัดสินใจลงเรียนภาษาเวียดนามที่มหาลัยตัวเอง…หลังจากที่ลังเลว่าจะลงดีมั้ย
ผลสุดท้ายวุ้นไปเวียดนามครั้งนี้…ประทับใจมากค่ะ^^ เพราะการเรียนภาษาเวียดนามระหว่างเรียน อาจารย์ก็จะให้ความรู้ของประเทศนี้ไปด้วย ทำให้เรารู้สาเหตุต่างๆ เช่น
ทำไมคนขายถึงบริการเราไม่ดี…เพราะประเทศเวียดนามสมัยก่อนปกครองแบบคอมมิวนิสต์(เขียนถูกหรือเปล่า? – -) ก็จะมีการแบ่งสันปันส่วนอาหารตามหลักการความเสมอภาค ดังนั้น คนที่มีของ(อาหาร)ก็จะเป็นผู้มีอำนาจ แต่ปัจจุบันเมื่อเปิดประเทศสิ่งเหล่านี้จะค่อยๆหายไป วุ้นสังเกตเห็นมีแต่ คนแก่เท่านั้น ที่มักจะไม่สนใจลูกค้า หรือไม่งั้นก็เป็นวัยกลางคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง…แบบวุ้นเดินผ่านร้านที่ขายพวกอาหารทะเลข้างทาง แล้วน้องที่วุ้นสอนพิเศษ(จากนี้ไปจะเรียกชื่อนะคะ น้องชื่อ ปุ๊ปุ) ชอบทานหอยมาก วุ้นก็กำลังจะพูดภาษาเวียดนามถามเค้า เค้าก็โบกมือไล่ เพราะเห็นเราเป็นชาวต่างชาติ T T อดทานเลยปุ๊ปุเอ๊ยยย
ทำไมเราจะเห็นเค้าขายดอกไม้มากมาย…เพราะบ้านที่เวียดนามจะเป็นลักษณะห้องแถวสูงแคบ บริเวณที่จัดสิ่งสวยงามไม่มี การประดับรูปภาพถ่าย ผ้าปัก หรือการนำดอกไม้มาปักแจกัน ก็เกิดประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัยหรือผู้พบเห็น (จำภาษาเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ positive อะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ)
เนี่ยแหล่ะ…อะไรประมาณนี้

อีกอย่างจากการเรียนภาษาเวียดนาม ก็ได้พบปะกับนักศึกษาเวียดนาม (ไม่กี่ชั่วโมง) ก็ทำให้รู้ว่า ไทยมองเวียดนามยังไง ก็เหมือนเวียดนามมองไทยอย่างนั้น
คือ…เราจะคิดว่า คนเวียดนามน่าจะสนใจ วัฒนธรรมหรือความเคลื่อนไหวในประเทศไทย เปล่าเลย…เค้าก็คิดว่าเราสนใจเค้าแบบนั้นเหมือนกัน
ในความเป็นจริง…เราสนใจเพราะ ท่องเที่ยวถูก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจับตา อะไรประมาณนี้ (ความคิดวุ้นนะ – -) เค้าก็มองเราว่า เป็นคู่แข่งที่เค้าสามารถล้ำเราได้ เพราะ คนไทยขี้เกียจ (วุ้นเองก็เป็นหนึ่งในที่ทำให้คนเวียดนามเหมารวม T T…ขอโต๊ดดดด – คือเค้านัดตอนแปดโมงอ่า วุ้นมาสาย สิบห้านาที<<นี่เป็นที่สองของคนไทยที่มานะ – - คนอื่นๆในคลาส…ก้ออ่านะ)
นั่นแหล่ะ…คือสิ่งที่วุ้นได้เรียนรู้ก่อนไปเวียดนาม

ความจริง…มีลอกอินหนึ่ง จากห้องบลูแพลนเนต น่ารักมากๆค่ะ ส่งข้อมูล ข้อระมัดระวังในการไปเวียดนาม รวมถึงแผนที่ หลายอย่างมากมาย วุ้นแอบซึ้งใจ T T วุ้นขอโทษวุ้นจำลอกอินพี่เค้าไม่ได้ – -

กลับมาต่อเรื่องแลกเงิน วุ้นไปแลกที่ superrich แลกดอลล่าห์ ไปคนละ 3000-5000 บาท เรทตอนนี้อยู่ที่ 32.77 บาท วันที่ 10/03/10 แลกเงินด่องคนละ 1000 บาท เรทที่บาทละ 580 ด่องแลกด่องที่นี่ถูกกว่าที่เวียดนามค่ะ

จากการซื้อของหลายๆคนบอกซื้อเงินไทยถูกกว่า…วุ้นเรียนเศรษฐศาสตร์มา เรียนภาษาเวียดนามมา ดังนั้นเวลาซื้อขายต่อรอง จะเป็นภาษาเวียดนามผสมอังกฤษ ความจริงแม่ค้ารู้แหล่ะว่าเราคนไทย เค้าก็เสนอราคาไทยนะ วุ้นก็คำนวณๆๆ ปรากฏว่า เงินด่องดีกว่าอยู่ดี ถ้าเราคิดทันนะ…เพราะตอนซื้อขาย คนที่ไปจะรู้มันดูวุ่นวาย กดดัน แต่วุ้นยืนยันเลยถ้าต่อได้ ใช้เงินด่องดีสุดค่ะ ใช้เงินบาทเข้าทางแม่ค้าเลยเพราะอัตราที่เค้าจะแปลงจากไทยเป็นด่องให้เราดู ยังไงเรทที่เราแลกไว้ก็สูงกว่า แถมคำนวณกลับเป็นบาทที่แท้จริงก็ถูกกว่าเห็นๆ

ความจริงแลกด่องไว้สัก 1000-2000 ก็ได้ถ้าไม่พอก็ไปแลกอีก โดยใช้ ดอลล่าห์เท่านั้นนะคะ เพราะเป็นเงินบาทค่าเงินร่วงมาก วุ้นไปลองถามที่ธนาคารที่ฮานอย วันที่ 11/03/10 บาทละ 500 ด่อง หายไปเยอะนะ เพราะแลกใช้ ดอลล่าห์ ได้ 19000 ด่อง หารค่าเงินหยาบๆดอลละ 33 บาท ได้ บาทละ 575 ด่อง เรตดีกว่าเห็นๆ อย่างทริปนี้วุ้นให้คนในทริปใช้ด่องกันหมด มีพลาดตอนเดียวที่ซื้อของแถวสุสานลุงโฮ…ตอนนี้นมึน เพราะทุกคนรุมซื้อ วุ้นคำนวณไม่ทัน – - ก็เอาเป็นว่าพวกดอลล่าห์ไว้ดีสุด ไม่พอก็แลก – -

วุ้นอยากบอกอีกอย่างหนึ่งก็คือ เงินไม่มากไม่ต้องถ่อมาแลก superrich ก็ได้นะคะ – - อย่างวุ้นเองไม่คุ้มมากมาย ต่างกันนิดเดียวค่ารถเดินทางซัดไป 100 บาท เดินออกจาก superrich แล้วมาคำนวณส่วนต่าง…เขางอกกันเลยทีเดียว – -

เดี๋ยวถ้ามีอะไรเพิ่มเติม…ที่วุ้นลืมๆไป…คงไปเก็บตกตอนสุดท้ายแล้วกันเนอะ

ก้ออ่านะ