ร ถ ไ ฟ ชั้ น ส า ม . . . ก็ ดี เ ห มื อ น กั น น ะ ^ ^

Leave a comment
เริ่มจากความจริงข้าพเจ้ากลับบ้านไปแล้วรอบนึงตอนช่วงวันพ่อ

แล้วก็ได้ทำการพูดคุยกับมารดาของตัวเองว่าปีใหม่นี้จะกลับบ้านดีมั้ย

ซึ่งมารดาของข้าพเจ้าก็บอกว่าปีใหม่รถเยอะลำบากไม่ต้องกลับมาหรอก

เพราะกลับมาตอนนี้แล้ว

แถมเปลืองเงินโดยใช่เหตุ

ต่อมาเมื่อข้าพเจ้าอยู่กทม.เรียบร้อยแล้ว วันที่22มารดาของข้าพเจ้าก็โทรมาพูดประมาณว่าอยากให้ข้าพเจ้ากลับบ้าน

ซึ่งถ้าคนที่บ้านอยู่ต่างจังหวัดและทุนทรัพย์เหมาะสมกับการกลับโดยเครื่องยนต์ดีเซล

จะทราบดีว่ามันไม่มีตั๋วแล้ว!!!

และก็เป็นไปตามคาดโทรไปทุกบริษัทเต็มทุกบริษัท(ความจริงเหลือ พรพิริยะทัวร์บอกว่าว่างที่นึง – -แต่ตอนนั้นถ้าเดินทางจะเสียเวลามากมาย – -และไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อตัดหน้าตอนเดินทางหรือเปล่า อีกทั้งเป็นช่วงสอบของข้าพเจ้าซึ่งยังไม่ได้อ่านหนังสือไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวง)

เช็คเครื่องบินก็เหลือแต่ที่แพงๆ – - ก็เลยโทรไปถามรถไฟดู ปรากฎว่าเหลือแต่รถไฟชั้นสาม กับ รถไฟฟรี

ข้าพเจ้าก็เลยโทรไปบอกมารดาข้าพเจ้า – - ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวอย่างสุดซึ้งเลยบอกว่า “รถไฟชั้นสามถึงกี่โมง เดี๋ยวแม่ไปรับนะ”

โหยยยยซึ้งสุดๆๆๆ
ไม่มีห่วงเลย ว่ามันจะอันตรายลูกสาวยิ่งอวบๆน่ากินอยู่ด้วย – -

ตอนนั้นงอแงแล้ว นั่งร้องไห้ขี็มูกคาคอม คิดว่าจะไม่กลับบ้านแล้ว

ด้วยความรู้สึกผิดเดี๋ยวหาว่าอกตัญญูเลยต้องกลับบ้านแล – - เศร้าาาา

ช่วงนั้นพ่อแม่ของน้องที่สอนพิเศษก็ได้ทราบเรื่องที่ข้าพเจ้าได้กลับบ้านโดยรถไฟชั้นสาม โดนไซโค เรื่องที่เคยมีผู้หญิงโดยคนเมาลวนลาม – -

ข้าพเจ้านี่เครียดเรื่องใครจะมานั่งข้างข้าพเจ้ามากกว่า – - เพราะตั๋วมันไม่ได้ระบุชื่อไว้อยู่แล้ว

เมื่อถึงวันที่ออกเดินทางจริง(26)คุณพ่อคุณแม่ของน้องที่สอนพิเศษก็มาส่ง^^ ขอบคุณนะคะ

คุณพ่อน้องก็เปรยว่า นี่ถ้าไม่เกรงใจแม่เธอพ่อจะฉีกตั๋วทิ้งไม่ต้องกลับแล้ว น่ากลัวจะตาย

ตอนนั้นลืมไปว่าที่นั่งของตัวเองติดห้องน้ำ – -

———- ———-
l ห้องน้ำ l l ห้องน้ำ l
l l l l
l l l l
———— ————
l 1. l 2. l l l l
———— ———–
l 3. l 4. l l l l
———— ————

ข้าพเจ้านั่งหมายเลขสาม – - หากใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับรถไฟชั้นสามก็จะทราบดีว่า อนุภาพของกลิ่นห้องน้ำมันรุนแรงเพียงไหน

ซึ่งอาจเป็นเพราะทำบุญมาดี(มั้ง – -…เริ่มอ้างสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ – -)

ปรากฎว่าบุคคลที่นั่งหมายเลขสี่ข้างข้าพเจ้านั้นเป็นหญิงสาวอายุ สิบแปดปีเป็นชาวต่างชาติ(สิงคโปร์ เชื้อสายจีน) และเป็นน้องสาวของคนที่นั่งหมายเลขหนึ่ง ส่วนคนที่นั่งหมายเลขสอง เป็นผู้ชาย(ที่ข้าพเจ้ามองตอนแรก คอนเฟิร์มว่าไม่ใช่ชายแท้ชัวร์ๆแต่ไปๆมาๆ ดันมาจีบข้าพเจ้าซะนั่น – -)

และเป็นเรื่องบังเอิญที่ข้าพเจ้าเห็นเป็นเรื่องแปลกใจคือ ถ้าเรียงลำดับอายุ จาก 4. 3. 1. 2. คือ 18 19 20 21 เจ๋งมั้ยล่ะ!!!….เงียบบ

ตอนแรก หมายเลขจะขอแลกที่นั่งกับข้าพเจ้า…ซึ่งคำตอบก็คือ sorry …จะบ้าเหรอ นี่ไม่ใช่เวลาของคนดี – -เสียสละ ไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้ กาแฟกระป๋องดีเซเว่น

เพราะฉะนั้น ขอสบายอย่างรู้สึกผิดดีกว่า

และต่อมาข้าพเจ้ากับพี่สาวหมายเลขสี่ (เอิ่ม…มีชื่อว่า จูเลียน่า ส่วนน้องสาวชื่ออะไร ข้าพเจ้าลืม – -)

ก็คุยกันสนุกสนานด้วยภาษาอังกฤษเลเวลสิบสามเอยูเอ – -(อยากอวดเป็นครั้งแรกที่คุยกับชาวต่างชาติได้หลายประโยคมากมาย…ปลื้มมม)

ขอนอกเรื่องแป๊ป…เย้เย ในที่สุดภาษาอังกฤษที่เรียนตะแล๊ดแต๊ดแต๋กับตาบ๊องตื้น มีประโยชน์แว้วววววว

กลับมาๆๆนั่นแหล่ะ คุยกันไปมาถึงได้รู้ว่า คุณจูเลียน่า เนี่ย เค้าชอบเมืองไทย ภาษาไทย แถมอ่านภาษาไทยได้(แต่แปลไม่ได้ – -…เหมือนที่ข้าพเจ้าอ่านฮิราคานะได้ แต่แปลไม่ได้ – -)

แบบ…ปลื้มประเทศไทยมาก ประมาณนั้น

ซึ่งเมื่อสิ้นสุดการเดินทาง จูเลียน่าก็ขอถ่ายรูป สี่คนเป็นที่ระลึก^^

อยากบ่นว่ารถไฟ แค่ตามตารางเริ่มสี่่ทุ่ม ถึง เที่ยงสี่สิบห้า ข้าพเจ้าก็ตาค้างแล้ว – -แต่ความจริงถึงบ่ายโมงครึ่ง โอ้วววววววววบะลุงอุมโบ๊ะมั่กๆ

เกือบลืมก่อนจากกันเราก็ได้ทำการแลกอีเมลล์(มีแลกบอร์สำหรับผู้ชายเบอร์สอง-คือคิดว่าแบบเผื่อให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพราะไม่เคยมา – - ปรากฎทำข้าพเจ้ารำคาญได้อีก ทั้งทางโทรศัพท์ที่ข้าพเจ้ารับเพียงสองเปอร์เซนต์ และทางเอมเอสเอน ที่พยายามชวนคุยจนโดนบล๊อกไปรอบนึง – -)

สรุปๆ นั่งรถไฟชั้นสาม บางครั้งก็ได้มิตรภาพดีๆเช่น จูเลียน่า^^

ทำให้ได้รู้อะไรมากมายเลย

ลองนั่งดูสักครั้งสิคะ หึๆ

ก้ออ่านะ

คิ ด ชื่ อ หั ว ข้ อ ไ ม่ อ อ ก . . .

Leave a comment
โอ้วววว…

ไม่ได้บ่นเรื่องที่ไม่ใช่ความรักมาตั้งนาน

มีเรื่องมากมายเลย^^

เริ่มจาก…

ใครเคยเป็นบ้าง

แบบ…

เฮ้ยอยู่คนเดียวมันโอเคนะ ถึงจะอิจฉาคนที่เค้ามีความรักแต่ถ้ามีบ้าง…ไม่เอาอ่า – -

น่ากลัวออก – -

กลายเป็นว่า…พอคนเห็นว่าไม่มีใคร ก็ชอบคิดว่าข้าพเจ้าต้องอยากมีแฟน

ทั้งๆที่มันไม่จำเป็นนี่นา

อ้าว อิจฉาเฉยๆก็ไม่ได้??

รักชาวบ้านข้างเดียวแบบเป็นไปไม่ได้ก็สนุกออก

แถมจับต้องได้(อย่างตาบ๊องตื้น ฮิๆๆ)

จบไป…….

ต่อมา…..

ตอนนี้ข้าพเจ้าอ้วนระยะสุดท้าย – - ประหนึ่งชัตเตอร์

ตอนนี้ก็นั่งคิดๆๆ

ว่าจะลดน้ำหนักและหน้าบานๆยังไงโดยยังกินเหมือนเดิมและไม่ออกกำลังกาย – -

โอ้ววววววววพระเจ้ายังไม่แน่ใจว่าจะรู้มั้ย – -

แต่…

ความจริงแล้วช่วงหลังๆที่อ้วนเนี่ย ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ทานเยอะนา

หลังก็กินปกติไม่มากมายอะไรเพราะบ่จี๊ทั้งคู่(ตาบ๊องตื้นเพิ่งถอยทีวี กะ พีเอสพี มาโดนอี๊เพ่งเล็งอยู่…อูยยยคันปากอยากเม้าท์)

นั่นแหละเลยแอบงงๆ ทำไมมันบวมๆ- -(สงสัยหัวใจตายร่างกายเลยตายอืดไปด้วย….ฮิ้ววววววว)

เพราะงั้น…ใครรู้วิธีลดความอ้วนแบบที่ข้าพจ้าต้องการ

ก็ฝากบอกด้วยนะคะ^^

ต่อมา…

แยกเอาไปเล่าอีกอันดีกว่า เพราะมันดูเครียดๆ – -

ก้ออ่านะ