D o y o u b e l i v e d e s t i n y ? . . . . . .

Leave a comment
gเหอๆๆๆ><

เหมือนจะอยากเล่าแหล่ะ

แปะก่อนน้า ขุดๆๆๆ (เอ้ย – -”ม่ายช่ายประมูล)

ถ้ามีคนสนใจอาจเล่าถ้าไม่มี ก็เล่า(แต่ไม่ใช่เรื่องนั้น – -”)
หุๆๆๆ

เฮ้ออออ เป็นบ้างมั้ยคะ อยากบอกว่า ข้อความข้างบน ข้าพเจ้าไม่เคยเชื่อเลยล่ะ – -” ไม่รู้สิคะ เพราะคิดว่า มันน้ำเน่าหรือมันเวอร์เกินไป – -”

พอไปๆมาๆ อ่านหนังสือ ใช้ชิวิตตามปกติ ก็มาคิดๆดู เออ ถ้าไม่ใช่เพราะ โชคชะตา แล้วพวกเค้าจะเจอกันได้ยังไง??

จะ รัก กันได้ยังไง??

ถ้าไม่ใช่เพราะโชคชะตา เค้าจะได้คุยกันมั้ย??

เค้าจะได้มาทำความรู้จักกันหรือเปล่า??

แม้กระทั่งรักครั้งแรก ของ คาริล ยิบราล ยังพบเพราะเหตุบังเอิญเลย (เกี่ยวมั้ย – -”)

พอนึกถึงโชคชะตาแล้ว ก็นึกขึ้นว่า

มันก็จริงนา มิตรภาพก็เหมือนกัน ทุกอย่างมาจากโชคชะตา*-*

ไม่ใช่ว่า ข้าพเจ้าจะเชื่อในโชคชะตานะคะ – -”(เลิกดูดวง ตามหนังสือมานานแล้ว^^*)

ข้าพเจ้าเชื่อใน การกระทำของตัวเอง – -” แต่ การที่เราจะได้พบใครสักคน

ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็น เพื่อน พี่ น้อง หรือ คนรัก มันก็มาจากโชคชะตาทั้งนั้นงิ – -”

ข้าพเจ้าติดโรคมาจากหนังสือ ของญี่ปุ่น ที่เค้าเคยบอกว่า เราควรขอบคุณทุกๆวัน ขอบคุณสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต

เพราะฉะนั้นการที่ข้าพเจ้าได้รู้จักกับใคร ข้าพเจ้าก็จะขอบคุณ โชคชะตา ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน

ขอบคุณ คนๆนั้นที่มาทำความรู้จัก ข้าพเจ้า

ขอบคุณ วันนี้ ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้พบมิตรภาพ ^^*

เริ่มต้นด้วยข้อความแบบนี้แล้ว บล๊อกต่อไป เหอๆๆ

วุ้นจะมาขอบคุณ ลอกอินต่างๆ ไล่ยาว – -”(เวลาก็ยาวเช่นกัน – -”) แหล่ะ

อยากทำมานานละ เผื่อไม่รู้ว่า อนาคต จะได้บอกหรือเปล่า เนอะ(เหมือนลาตาย – -)

เริ่มเมา-*-

เดี๋ยวมาเขียนใหม่ – -”

วุ้ น ใ ส จ้ า ม า ล่ า แ ต้ ม ^ ^ *

Leave a comment
เอิ๊กๆๆๆ มาแปะไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวนี้เพิ่งรู้ว่า

ถ้าอยากเขียนบล๊อกต้องแปะไว้ก่อน

แล้วความรู้สึกรับผิดชอบที่จะเขียนต่อให้จบมันจะมาเอง – -”

ช่วงนี้ การสื่อสารการแสดงข้อความทางสื่อ มักจะสื่อให้เราคิดได้หลายๆมุม

ซึ่งบางสิ่ง บางเรื่องอาจจะไม่มีอะไรเลย แต่การสื่อสาร ของสื่อนั้นทำให้เรื่องๆ นั้นเป็นสิ่งเลวร้ายไปเลย – -”

อีกอย่างคำบางคำ ความจริงถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะเป็นที่ไม่ได้ดู รุนแรงหรือความหมายอะไรอย่างเช่นหลายๆคำ

ที่ตอนนี้ กลายเป็นคำที่แสลงไปแล้ว – -” อย่าง “ตุ๋ย” “แวนซ์” “เสี่ยว”

วันนี้ ข้าพเจ้าจึงเลือกคำว่า “ล่าแต้ม” มาใช้^^*

การล่าแต้มที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ก็คือ การล่าแต้ม เก็บรายชื่อวัดที่ข้าพเจ้า จะปั่นจักยานในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อไปไหว้พระตามวัดต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้^^*

เหตุผล??? ข้าพเจ้าเป็นคนชอบเที่ยววัด^^* มันรู้สึกสงบ และได้เห็นสถาปัตยกรรมต่างๆ

เพราะวัดส่วนใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มักจะมีเอกลักษณ์ต่างๆกัน ^^*

อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ข้าพเจ้าว่างด้วย^^*

ข้าพเจ้าตั้งใจจะทำสิ่งๆนี้มานานแล้ว แต่ติดเกมส์ – -” เลยยังไม่ได้ทำสักที

เสียดายที่ลืมเอากล้องถ่ายรูปมา แต่…..

ไม่เป็นไร เอาสมุด ดินสอมา เอาไว้จดชื่อวัด และข้อมูลที่น่าสนใจเตรียมไว้แล้ว^^*

มาแปะไว้แล้ว วุ้น ก็จะออกเดินทาง แล้ว จะเล่าให้ฟังนะคะ ว่าวันนี้ วุ้นไปล่าแต้มเป็นยังไงบ้าง

แล้วจะ “ล่าแต้ม” มาอวดให้เยอะๆนะคะ ^^*

ก้ออ่านะ

อ๊ากกกกกก พิมไปแล้ว – -” เนตเน่า – -” (ดีที่พิมไป 1 วัด – -”)

เอาละผลของการไปล่าแต้มมา ข้าพเจ้าเหนื่อยมากมาย – -” เหงื่อซก

ข้าพเจ้าเริ่มล่าแต้ม ตั้งแต่ บ่าย สอง ถึง ห้าโมง ครึ่ง – -”

ถึกมากมาย – -” ความจริงกะเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้าแต่…เล่นเกมT T

สรุปคือล่าแต้มมาได้ 25 วัดค่ะ^^*

เริ่มกันเลยดีกว่างิ^^*

1. วัดพวกหงษ์

วัดแรก โบสถ์ปิด แต่มีการติดป้ายบอกว่ามีอุโบสถล้านนา >< ไม่มีกล้อง – - อุโบสถทำใหม่ คงแต่ประตู หน้าต่าง และหลังคา ภายในวัดมี เจดีย์ ศรีพวกหงษ์ ค่อนข้างสมบูรณ์ (และสวยมากๆด้วย^^*) อยากให้มาเห็นจังค่ะ สวยจริงๆ เจดีย์ ฐานประมาณ 9*9 เมตร (เพิ่งเห็นป้าย จางมากมาย – - ว่า กรมศิลปากรบูรณะเมื่อ 2518)

2. วัดพวกแต้ม

เอ – -!! เริ่มสงสัยแล้วสิว่า วัดไทยปิดทุกวันอาทิตย์หรือเปล่า – - วัดนี้มีบริเวณกว้างพอๆกับวัดแรก มีพระพุทธรูปตั้งให้สักการะ ตัวพระพุทธรูปแสดงถึงความเก่าแก่คาดว่าน่าจะเป็น สถาปัตยกรรมแบบล้านนา หรือ พม่าไม่แน่ใจ – - (ไม่มีความรู้ด้านนี้แต่มั่นใจว่าไม่ใช่ไทยแน่นอน) วัดนี้ก็มีเจดีย์ แต่เป็นเจดีย์สร้างใหม่ เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมสีขาว มีสีทองประดับ จุดเด่นที่ข้าพเจ้าชอบของ วัดนี้ คือ กุฏิวัด เป็นทรงล้านนาดั้งเดิม สวยมากค่ะ โดยคงโครงตัวกุฏิไว้ แต่มีการต่อเติมด้านล่าง ดูแปลกตาอีกแบบเช่นกัน^^*

3. วัดกิตติ

แหะๆ ปั่นจักรยานมาเรื่อย เห็นยอดเจดีย์ ค่อนข้างสมบูรณ์ เลยปั่นตามหาปรากฎว่าเจดีย์อยู่ในโรงเรียน อนุบาลเชียงใหม่ ซะนี่^^* มีป้ายแนะนำปรากฎว่า เค้าเรียกเจดีย์นี้ว่า “วัดกิตติ” เป็นโบรณสถานสร้างสมัยราชวงศ์มังราย มีเจดีย์ (ที่ข้าพเจ้าเห็นอยู่นี้) ทรงระฆัง แบบล้านนาบนฐานสี่เหลี่ยม คล้ายกับพระธาตุหริภุญชัยลำพูน ต่อมาเหลือแต่ เตดีย์ ^^*ให้เห็นจ้า

4. วัดพระเจ้าเม็งราย

ข้าพเจ้าเริ่มแน่ใจว่า วัดปิดทุกวันอาทิตย์ – -!! เพราะวัดก็ปิด ตัวโบสถ์ก็ปิด มีโบสถ์เล็กก็ปิด (แต่เป็นเหล็กดัดปิด เห็นภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง มีชื่อเรียกว่า “พระเจ้าค่าคิงพญามังราย” สร้างเมื่อ พ.ศ. 1839-1840) ภายในวัดมีเจดีย์ทาสีทองรอบองค์ ฐานสี่เหลี่ยม รู้สึกที่นี่จะคงกุฏิไว้ เพราะสภาพค่อนข้างเก่ามากค่ะ

5. วันพันแหวน

รู้สึกว่าวัดนี้เหมือนมีงาน – - จริงๆด้วยข้าพเจ้าเลยเข้าตัวโบสถ์ไม่ได้- -!! จุดเด่นของวัดนี้คือ มีเจดีย์สีขาวที่มีการแกะสลักอย่างประณีตและละเอียดมาก ตัวโบสถ์ใหม่มีการคงโครงสร้างตัวหลังคา ประตู หน้าต่าง ที่เหลือบูรณะซ่อมแซมหมด ตัวกุฏิที่นี่จะค่อนข้างจะอำนวยความสะดวก แสดงให้ทราบว่า วัดนี้มีผู้มีจิตศรัทธามากมาย^^*

6. วัดเจ็ดลิน

ที่นี่เป็นวัดที่มีการก่อเจดีย์กองทรายที่ใหญ่ที่สุด (ถ้าไม่ผิดตามข่าว) เจดีย์กองทรายนี้มีชื่อเรียกด้วยค่ะ ว่า “เจดีย์สุดส้าว” วัดนี้ได้มีการฟื้นฟูเมื่อไม่นานมานี้ (สดๆร้อนๆ) ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังเขียนบันทึกอยู่ในโบสถ์ ^^* พระพุทธรูปองค์ใหญ่มากกกก ภายในวัดยังไม่มีจิตรกรรมฝาผนังเลยค่ะ ^^ ภายในวัดมีเจดีย์ชื่อ “วัดหนองจริน” (ซึ่งปรากฎชื่อในโคลงนิราศ หริภุญชัย เรียก วัดเจ็ดลิน) เป็นทรงมณฑป ภายในวัดมีหนองด้วย เรียกว่า “หนองเจ็ดลิน” มีผักตบชวาเป็นสวยเลย ^^* ที่นี่กลางหนองมีสิ่งปลูกสร้างสมัยก่อน คาดว่าน่าจะได้รับการบูรณะอย่างเสร็จสมบูรณ์ วัดนี้มีตำนานกล่าวว่า เคยเป็นที่สรงน้ำของพระเมกุฏสุทธิวงศ์ กษัตริย์เชียงใหม่ เมื่อครั้งทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองเมือง

7. วัดหมื่นตูม

ปิดหมดทั้งวิหาร เล็กใหญ่ – -!! เห็นแต่เจดีย์สีขาวทรงแปลกตา เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม แต่ตัวเจดีเหลี่ยมตลอดถึงยอด (เหลี่ยมจัด!! – -)

8. วัดช่างแต้ม

วัดนนี้กำลังบูรณะอยู่เลยค่ะ มีเจดีย์สีขาวฐานสี่เหลี่ยม ตัวเป็นเหลี่ยมเกือบหมด สวยค่ะ วัดนี้มีจุดเด่นคือ มีกุฏิ ที่มีบันไดทางขึ้นค่อนข้างสูง ชั้นล่างคงเป็นห้องโถงเพดานสูง ชั้นสองจึงสูงมากมาย

9. วัดเชษฐา

ปั่นมาถึงแยกไฟแดง มีเจดีย์โบราณอยู่ตรงหัวมุมพอดี เลยมาเก็บข้อมูล ชื่อวัดเชษฐา วัดนี้ไม่ปรากฎเรื่องราวในเอกสารใดๆ เหลือเป็นเจดีย์ทรงกลมแบบเชียงใหม่ จำนวน 1 องค์มีรูปทรงและแบบแผนคล้ายคลึงกับพระธาตุ ดอยสุเทพ ซึ่งเป็นที่นิยมสร้างในสมัยปลายพุทธศตวรรษที่ 21 เจดย์นี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพระไชยเชษฐา กษัตริย์ของเมืองล้านช้าง ซึ่งครองเชียงใหม่ในสมัยนั้น

10. วัดทรายมูล(พม่า)

สถาปัตยกรรมที่นี่ค่อนข้างแปลกตา อาจจะเป็นเพราะตามชื่อ (คือเป็นวัฒนธรรมจากพม่า) ตัวอาคาร โบสถ์ กุฏิ ทรงเตี้ย สีเหลืองแดงสดใส พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในโบสถ์ ก็มีลักษณะต่างจากทั่วไป (อธิบายไม่ถูก – - จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ เป็นเรื่องกัณฑ์ต่างๆ เรียกไม่เป็น)

11. วัดทรายมูลเมือง

ปิดหมดค่ะ – - รู้สึกเจดีย์ที่ส่วนใหม่จะเหมือน เจดีย์ของวัดเชษฐา

12. วัดหมื่นล้าน

ตายแล้วๆ ที่นี่อยู่บนถนนราชดำเนิน ตอนที่ข้าพเจ้ามาถึงก็ บ่าย 3 โมงแล้วมีร้านค้าตั้งเต็มไปหมด – - ที่นี่มีจุดเด่นคือ หอพระไตร(ถามแม่ค้ามา – -) รูปทรงฐานสี่เหลี่ยมสวย (อธิบายไม่ถูก – -)

13. วัดพันอ้น

สร้างประมาณ พ.ศ. 2044 ที่หน้าทางเข้าโบสถ์มีการตั้งโต๊ะทำนายชะตาชีวิต อยู่ประมาณ 4-5 โต๊ะ มีการบูรณะสร้างเจดีย์ใหม่ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพเหมือนเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาพซากปรักหักพัง ภาพการซักผ้าริมแม่น้ำคงคา- -

14. วัดสำเภา

วัดนี้ตัวโบสถ์ยังคงสภาพได้อยู่ มีการทาสีฝาผนังใหม่ จุดเด่นคือ มีพระพุทธรูป 3 องค์ขนาดเท่ากัน (แต่เครื่องนุ่งห่มต่างกัน) และมีพระพุทธรูปอีกองค์ขนาดเล็กกว่า 3 องค์เล็กน้อย ตั้งอยู่ด้านหลัง ที่นี่มีโบสถ์เล็กแต่ปิด ข้างหน้ามีอ่างขนาดย่อมสำหรับเลี้ยงปลาสวยงาม

15. วัดเจดีย์หลวง

หรืออีกชื่อคือ “วัดโชติการามวิหาร” ภายในวัดมีเสาอินทขิล (หลักเมือง) ถือว่าเป็นของคู่บ้านคู่เมือง โดยย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อปี 2343 มีเจดีย์รายองค์ใต้ ประดิษฐานอยู่ข้างๆเสาอินทขิล วัดนี้เป็นวัดที่ข้าพเจ้าชอบมากรองจากวัดอุโมงค์ ^^* เนื่องจากประทับใจในความใหญ่โตของเจดีย์องค์นี้ เล่ากันว่าในสมัยก่อน ผู้ที่จะเดินทางมาที่เมืองนพบุรี ศรีนครพิงค์ นั้นถ้ามองเห็นยอดเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวง แล้วอีก 2 วันก็จะเดินทางมาถึงเขตเมือง (แสดงถึงความใหญ่โตของเจดีย์) อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าทำเกือบทุกครั้ง (ยกเว้นครั้งนี้ เพราะมาคนเดียวไร้ซึ่งความสามารถ) คือการสรงน้ำพระเจดีย์ โดยการสาวรอกอันฝืดและหนัก!!!!!! ทำเสร็จนี่กล้ามขึ้นเลย (ความจริงมีมานาน – -) ที่นี่มีหุ่นขี้ผึ้งของพระสงฆ์ ที่มีชื่อเสียง 1 รูปด้วยกันคือ ท่านพระอาจารย์ มั่น ภูริทัตโต นอกจากนี้ก็จะมีวิหารเล็กๆ อีกมากรอบพระเจดีย์ค่ะ สาเหตุที่พระเจดีย์หักพังทลาย และแต่ฐานและ เรือนฐานด้านเหนือ คือ พ.ศ. 2088 เกิดแผ่นดินไหว วัดที่นี่ตัวโบสถ์ยังอยู่ในการบูรณะอยู่ค่ะ^^*

16. วัดพันเตา

อยู่ข้างวัดเจดีย์หลวง ที่นี่มีจุดเด่นก็คือ ตัวเรือนโบสถ์สร้างด้วยไม้ ภายในโบสถ์จะมีกลิ่น ดอกไม้พุทธชาด เกือบทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเข้ามาเที่ยว พี่ในพันทิป ท่านหนึ่งบิกว่าที่นี่สงบดี ข้าพเจ้าก็เห็นด้วย ในตัวโบสถ์มีพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าปันเต้า (พันเท่า)” ที่นี่มีอีก 1 สิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบคือ มีระฆัง ซึ่งปกติ ระฆังจะมีที่ตีอยู่ภายในระฆัง แต่ที่นี่จะมีฆ้อน ห้อยออกมาข้างนอกให้ตีระฆัง ถือว่าแปลก(สำหรับข้าพเจ้า) ก็ว่าได้^^*

17. วัดชัยพระเกียรติ

เดิมชื่อ วัด ชัยผาเกียรติ์ เป็นพระอารามของนครเชียงใหม่ แต่โบราณกาล สมัยพระเจ้าเมกุฏิ วิสุทธิวงศ์ ที่นี่ภายในวิหาร มีพระพุทธรูป ไปถามพระสงฆ์ รูปหนึ่ง ได้ควมรู้ใหม่ถึงความแตกต่างของวิหารกับโบสถ์ ท่านบอกว่า ทางเหนือ โบสถ์ เค้าไม่ให้ ผู้หญิงเข้า วัดนี้มีพระพุทธรูปทรงแปลกๆดี ^^* สวยค่ะ จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ กัณฑ์ต่างๆ เหมือนวัดทรายมูลพม่าเลยค่ะ!!!!!

18. วัดศรีเกิด

ภายในวิหาร มีกลิ่นน้ำอบหอมสดชื่น มีพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าแค่งคม”

19. วัดทูงยู

เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาแล้ววิหารเปิด>
20. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เดิมชื่อวัด ลีเชียง เป็นพระอารามของนครเชียงใหม่ มาแต่โบราณกาล ประมาณ 700 ปีเศษ วิหารวัดนี้มีขนาดใหญ่มากมาย ที่วัดนี้จะมีพระธาตุประจำปี มะโรง และมีการหมุนรอกเพื่อสรงน้ำ พระธาตุด้วย (ซึ่งจะสะดวกสบายกว่าวัดเจดีย์หลวงมากกกก) วัดนี้จะมีโบสถ์เล็กโบสถ์น้อย ให้สักการะบูชา และที่วัดนี้มีห้องน้ำสะอาดมากมายค่ะ ที่นี่มีหอไตรปิฎก ซึ่งชิ้นหลวงเป็นเหล็กดัดโปร่งบรรจุกลองภายใน (ช่วงนี้ข้าพเจ้าจิตตก เห็นกลองที่วัดไหนชอบนึกว่าเป็น เปิงมาง – -) ตรงข้างหลังพระวิหารหลวง ด้านขวามือ จะมีสิ่งก่อสร้าง คล้ายยุ้งฉาง – -” เป็นอาคารยกฐานไม่มีบันได ทาสีแดง สอบถามได้ความว่า เป็นที่เดินจงกลมของพระสงฆ์ เวลาจะเข้าไปก็จะเอาบันไดลิงมาพาดขึ้นไปค่ะ หอไตรที่นี่สวยมากมายเลยค่ะ!!!^^

21. วัดผาบ่อง

วัดนี้ไม่มีโบสถ์ มีแต่วิหาร ภายในมีพระพุทธรูป สถาปัตยกรรมแปลกตา (อีกแล้ว) ความรู้ใหม่สำหรับข้าพเจ้าในวันนี้คือ เจดีย์ มีไว้เวียนเทียน – -!!!

22. วัดดับภัย

ข้างในมีพระพุทธรูปประดิษฐานซ้อนกัน 3 องค์ไล่ขนาดไป เป็นวัดที่มีโรงเรียนในตัวด้วย ในวันนี้ที่ตัวโบสถ์ปิดค่ะ ก็จริงๆแหล่ะ วัดส่วนใหญ่จะมีเจดีย์ที่มีรูปทรงคล้ายกับ พระธาตุดอยสุเทพ กันเกือบทุกวัด

23. วัดป่าพร้าวใน

T T ประตูปิดแล้ว 5 โมงเย็นแล้ว – - ดูจากข้างนอกรั้วที่ข้าพเจ้าชอบ ก็จะมีหอไตร ที่เชียงใหม่ มักก่อสร้างชั้นล่างด้วยปูนชั้นบนเป็นไม้ สวยงามไปอีกแบบค่ะ^^*

24. วัดปราสาท

ชื่อวัดปรากฎในศิลาจารึก วัดตโปทามม พ.ศ. 2035 สมัยพญายอดเชียงราย บริเวณวัดตั้งในเขต เจ้านาย และขุนนาง

25. วัดหมื่นเงินกอง

ปิด T T สร้างสมัยพระเจ้ากือนา ท้าวสองแสนนากษัตริย์ (พ.ศ. 182-1916) โดยหมื่นเงินกองเป็นชื่อ อำมาตย์ผู้หนึ่ง ต่อมาชาวบ้านทั่วไปเรียก “วัดมะยมกอง” บ้าง ปัจจุบันเรียก หมื่นเงินกอง ค่ะ ที่นี่ตัววัดยังคงของเดิมตรงข้างบนที่ยังเป็นไม้อยู่ แต่ฐานเป็นปูนหมด เสียดาย ข้าพเจ้าคิดว่า ข้างในวิหารคงจะงดงามเป็นแน่แท้ ไม่น่ามาสายเลย T T

แหะๆ เอารายชื่อวัดไปก่อนนะคะ รายละเอียดจะตามมา – -”

อีกที เพราะข้าพเจ้าใช้ระบบจิ้มมันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปเหมือนความรัก(ฮิ้ววววววววววววว….เอิ่มเกี่ยวมั้ย – -”)

แ ห ะ ๆ วั น แ ร ก ข อ ง ก า ร เ ลิ ก เ ก ม – – "

Leave a comment

แปะไว้ก่อนแล้วจะมาบอก^^*

มาแล้วค่า ถือว่าเป็นวันที่ดีเลย^^* เพราะข้าพเจ้าต้องตื่นเช้าไปเรียน 7 โมงครึ่ง

วันนี้ไม่งอแงกลับตัวเอง (อาจเป็นเพราะนอนตั้งแต่ ตี 1 ตื่น 6 โมงก็ถือว่า ชั่วโมงนอนค่อนข้างเพียงพอ^^*)

ด้วยความตื่นเช้าเกินมีเวลาเหลือ – -” อยากกินข้าวครึ้มอกครึ้มใจ

เลยปั่นจักรยานไปตลาดประตูเชียงใหม่^^* (แต่ครั้งอารมณ์มากมายเพราะไปนอนเต็มที่ไม่เหม็นเหมือนตอนเล่นเกมโต้รุ่งแล้วปั่นจักรยานรอหอเปิด – -”)

ปั่นไปยิ้มไป ดีที่ไม่ค่อยมีคนเดี๋ยวเค้านึกว่าคนหลุดจากสวนปรุงมาป้วนเปี้ยน (ยิ่งอยู่ใกล้ๆสวนปรุงอยู่ – -”)

ตอนแรกอยากกินน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ แต่บทสรุปก็คือ ข้าวสวย 1 ถุง กับ แกงผักปั๋ง (ที่ข้าพเจ้าอยากกิน – -” ช่วงนี้เป็นโรคขาดอาหารเมืองทั้งๆที่อยู่ภาคเหนือ – -”)

เบ๊ดเสร็จ 15 บาทมีความสุขมากมาย ปั่นจักรยานกลับ หอบแฮ่กๆ – -” รีบขึ้นมากินข้าวเพราะอีก 10 นาทีจะเรียนแหล่ว – -”

สรุปคือเรียนไปจุกไป เจ้าค่ะ ผลของการโรคจิต – -” ไม่วางแผนอยากทำอะไรก็ทำ

แต่ได้เห็นเชียงใหม่ยามเช้า พร้อมอากาศที่สบายๆ ในสภาพที่สมองเราปลอดโปร่งมันได้อารมณ์ อีกแบบ

ไม่เหมือนตอนติดเกม ตาโหลปั่นจักรยาน (เริ่มสำนึกแล้วว่าเหมือนคนติดยา – -”)

เสร็จก็ไปเรียน มุกเดิม เรียนไปหลับไป – -” แหะๆ ผลของการตื่นเช้า (เกี่ยวมั้ย – -”)

ตอนนี้เรียนเสร็จ 2 วิชา เดี๋ยวไปเรียนต่อ^^* ตอนปั่นจักยานกลับหอ (เพื่อไปเหลาดินสอไม้) – -”

ก็มีคุณบุรุษไปรษณีย์ ขับจักรยานยนต์ ขับข้างๆมาคุยเล่นด้วย^^* ก็ตลกไปอีกแบบดี รู้สึกว่า ที่นี่คนมีมนุษยสัมพันธ์ดีจัง ร๊ากกกกเชียงใหม่จัง^^*

เพราะเมื่อปีที่แล้ว ข้าพเจ้านี่ก็ไล่รู้จัก และตีซี้ กับเจ้าของร้าน น้ำปั่นเอย ร้านเข้าแกงเอย คุณตาที่สอนซึงเอง^^* ร้านเช่าการ์ตูนเอย พี่ที่ขายโปสการ์ดที่ถนนคนเดิน^^*

แต่ปีนี้มาแปลก ซี้กับ เจ้าของร้านเกมแทน – -”(คาดว่าถ้ายังไม่กลับใจอีก คงซี้กับ กลุ่มอันตพาลเป็นแน่แท้ – -”) แต่ก็ยังดีปีนี้ได้สนุกไปร้องเพลลงกับนักดนตรีข้างถนน ที่ถนนคนเดินทุกอาทิตย์

โดยข้าพเจ้าแรกการกระทำเช่นนี้ว่า การไปเกะ – -” ดังนั้น ช่วง มีนา เมษา ใครเห็นผู้หญิงมานักร้องเพลง (อย่างไม่ไพเราะ และ ผิดเนื้อ ผิดคีย์มากมาย – -”) นั่นแหล่ะข้าพเจ้า วุ้นใสจ้าเองคับกะผ๊ม

ไปเรียนก่อนดีกว่า เดี๋ยวกลับมาเช็ครายชื่อคนไปมีทติ้งเชียงใหม่ ถ้าเสี้ยนเกม ก็จะมาเขียนบล๊อกอีก^^*

อย่างน้อยติดบล๊อก ข้าพเจ้าก็คงไม่โต้รุ่ง^^*

แหะๆๆๆ แล้วเจอกับคับ^^*

ก้ออ่านะ

1 เ ดื อ น กั บ ติด เ ก ม อ อ ดิ ชั่ น ข อ ง ข้ า พเ จ้ า – – "

Leave a comment

แหะๆๆ เด๋วกลับมาเขียน – -”

ก้ออ่านะ
กลับมาแล้ว^^* แอบอึ้งมีคนมาอ่านด้วย – -” แหะๆ

เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่า^^*

เหตุเกิดจากข้าพเจ้ารู้เกมออดิชั่นเมื่อปีที่แล้ว และได้สมัครเพื่อจะเล่นตั้งแต่ปีที่แล้ว – -”

แต่ร้านเกมโหลดไม่ได้ก็เปนอันจบข่าวไป จบ!!!!

ไม่ใช่ละเดี๋ยวโดนด่า – -”

ข้างบนนั่นเรื่องจริงล่ะ เป็นที่ทำให้ข้าพเจ้าเสียใจว่าทำไมสมัครตอนนี้ฟะ – -”

เพราะปีนี้ถ้าสมัครตอนนี้ที่ติดจริงๆ คงได้เดนมากมาย

จากการรับน้องใหม่ที่ทางออดิชั่นจัดขึ้น T T(งื้ดๆ)

วันเวลาที่ข้าพเจ้าเริ่มเกมเกมคงประมาณวันที่ 23-26 มีนาคม – -”

ช่วงนั้นเวบพันทิป ที่กระทู้นอกเรื่องกำลังร้างอย่างได้ที่ – -”

ด้วยความจิตตก เลยลองเข้าเล่นดู(ดูดิ๊ร้านนี้โหลดได้มั้ย – -”) ปรากฎว่าได้!!!!!

เอาแล้วไม่เคยเล่นเล่นไงหว่าก็โง่มากมาย โดนเทรนเนอร์ที่เป็นโปรแกรมหลอกด่าจนจะเลิก

แต่ด้วยโรคดันทุรังสูง ฮึๆ จะเล่นเอาวะลองดู – -”

วันแรกเล่นไป 2 ชั่วโมง ขึ้นเวล 3 เออเกมนี้มีวิธีล่อลวงคนให้ติดนี่

เล่นไม่ทันไรเวลขึ้นมากมาย (ตอนข้าพเจ้าเลิกปัจจุบัน เวล 11 – -”)

คราวนี้รู้สึกเออแฮะ อยากเอาชนะอ่า – -” ก็เล่นเรื่อยๆตอนจะขึ้นเวล

ก็เพิ่งสังเกตว่า เค้ามีโปร นู๋จะไม่ดองเลเวลแย้ว อ้าวกำ – -” เคาจะให้ไอเทมคนที่ขึ้นเวล 4 เวล 7 เวล 12 ง่า

ข้าพเจ้าผ่านพ้นเวล 4 แล้ว ด้วยความอยากได้ไอเทมเอาวะ
สมัครเพื่อเวล 7 – -”

ตอนได้เวล 6 ใหม่ข้าพเจ้าก็ได้แสดงความโง่เขลาอีกครั้ง คือ

ไม่รู้ว่าเค้ามี เซิฟ บีกิน 2 (หลอกให้เราเข้าห้องฟรีจนเวล 7 – -”)

ก็ปีกกล้าขาแข็งไปห้องฟรี โอ้มายก้อด – -” ไปเล่นแล้วโดนด่าแหลก – -” (ด้วยความที่เล่นไม่เก่งแล้วชอบกระแดะเล่นทีมก็ได้เดนเยอะงิ – -”)

ไปถ่วงชาวบ้าน โดนขับไล่ไสส่ง ซมซาน มาแล้วก็เพิ่งรู้ว่ามี บิกิน 2 – -” (นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ข้าพเจ้าเลิกเล่นตอนเวล 11 เพราะมันไม่มีบีกิน 3 ^^* ไม่งั้นคงติดเกมต่อไป – -”)

ตอนนั้น(และจนถึงตอนนี้)ข้าพเจ้าก็ยังหวาดกลัวห้องฟรีไม่เสื่อมคลาย – -” (เสมือนหนูกลัวแมวฉันใดก็ฉันนั้น – -”)

ตอนนี้เวล 7 แล้วได้ไอเทมแล้ว ย่ามใจ (ภาวะติดเกมอย่างรุนแรง)

ข้าพเจ้าเล่นเกมวันละมากกว่า 1 ชั่วโมง

ด้วยความที่ข้าพเจ้าอยู่หอ ไม่มีผู้ปกครองดูแล (ถึงแม้หอจะมีกฎปิดห้าทุ่ม – -”)

ก่อนข้าพเจ้าจะไปเรียนพิเศษ หลังเลิกเรียนพิเศษ สถานที่สิงสถิตของข้าพเจ้าคือร้านเกม – -”

พอติดเกมมากๆเข้า 5 ทุ่มที่ตอนแรกจะเล่นเสร็จแล้วกลับหอ

กลายเปนไม่เปนไร ปิด 5 ทุ่มใช่มั้ย อ่ะเปิด 6 โมงครึ่ง – -”

ข้าพเจ้าก็เหมาเลยค่ะ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า – -” (เลิกเรียนทุ่มครึ่ง – -”)

เล่นเหมาอย่างนี้ จนเจ้าของร้านกับขาพเจ้าซี้กันพอควร – -”

ตอนแรกที่ไปเล่นก็กลัวๆเพราะส่วนมีแต่ผู้ชาย – -” ไม่มีผู้หญิงเลย

ถึงมีก็มาแล้วก็กลับไม่ถึกทนทานเท่าข้าพเจ้า – -” เล่นเสร็จเลิก 6 โมง เวลาเหลือ(เพราะหอยังไม่เปิด – -”)

ข้าพเจ้าก็ไปปั่นจักรยานตาปรือเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่ – -”
(อ่านดูได้ใน อีกหัวข้อนึงอิอิ^^*)

เสร็จก็กลับมาอาบน้ำนอนตื่นเที่ยงๆ ไปเรียนบ่าย – -” (เลวจิงๆตรู – -”)

ทำอย่างนี้ค่อนข้างบ่อย คราวนี้ก็มาถึงเหตุการณ์ ตังหมด ข้าพเจ้าก็หาสำนึกไม่ – -”

เล่นต่อไม่กินก็ได้วะข้งข้าวเนี่ย – -” จนวันก่อนกลับบ้าน 2-3 วัน(สงกรานต์)

เหลือเงิน 90 บาท ข้าพเจ้าเล่นเกมไป 50 บาท(เหมา) เล่นเสร็จปั่นมาตลาดประตูเชียงใหม่ซื้อกล้วยหอม 1 หวี 40 บาท กินกล้วยประทัง ชีวิต ช่วง 2-3 วันสุดท้ายก่อนกลับ

ดีที่ตอนเข้าหอแม่ซื้อนมมาให้ 3 แพคก็กินวันละกล่อง กล้วยวันละ 2 ลูก – -”

อนาถตัวเองที่ติดเกมจนไม่มีกิน

กลับไปชั่งน้ำหนักจากหลังสอบไฟนอลเสร็จ อยู่ที่ 52 โล(อย่างอ้วน – -”) กลับบ้านอยู่ที่ 44-45 โล – -” เพื่อนบอกแกเหมือนซากศพชัดๆ – -”

ปัจจุบันหลังเลิกเกมเสร็จ น้ำหนักขึ้นแล้ว^^* มา 1-2 โล(กลมเหมือนเดิม – -”)

สาเหตุที่เลิกเกมเพราะตั้งแต่วันที่ 21 ข้าพเจ้าต้องเรียนตั้งแต่ 7 โมงครึ่งครั้นจะโต้รุ่งเล่นเกมเสร็จกลับมาอาบน้ำไปเรียนก็คงไม่ใช่คนแล้ว – -”

อีกอย่างข้าพเจ้าอยู่ในภาวะใกล้เอน และคณะที่ข้าพเจ้าเลือกก็ใฝ่สูงมากมาย ข้าพเจ้าก็ไล่บอกทุกคนแล้วด้วยว่า “กรูจะเข้าที่นี่ – -”

และรุ่นพี่ ทั้งพี่รหัส พี่ในบอร์ดพันทิป และเพื่อนหลายคน ก็ทักท้วงว่า มรึงติดเกมเกินไปแล้ว – -” ชอบย้อนรอยกลับยุคพ่อขุนเหรอ – -” เค้าไม่เอ๊าขอร.5 กำลังดี^^*

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเลือกวันที่ 19 เมษายนเป็นวันเลิกเล่น (ความจริงได้เวล 11 ตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังไม่ได้บอกว่ากลุ่มเพื่อน T T)

เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้งวันที่ข้าพเจ้ากำลังจะเลิก ระบบมีปัญหา

ออดิชั่นปิดปรับปรุงแล้วเลื่อนเวลามาเรื่อยๆ จนย้ายเป็นอีกวันหนึ่ง T T

โหดร้ายยยยยย วันที่ 20 ก็เลยเล่นเพื่อไปขอหย่ากับซะมี(ที่เราอุตส่าห์ขอแต่งงานเพื่อเดน เอาไปถอยทรงผมที่อยากได้ – -”)แล้วก็บอกลา – -” ตอนนี้ก็ถือว่า โอเคแล้วไม่ชักดิ้นชักงอ – -” ถ้าจะเข้าไปก็ไปบอกลาคนที่เราไม่ได้เจอแค่นั้นไม่ได้เล่น^^*

สรุป ผลของการติดเกมตลอดหนึ่งเดือน ข้าพเจ้าได้รับอะไรหลายๆอย่างมากมายดังนี้^^*

1. ได้เห็นสังคมของคนในเกมที่หลากหลาย – -”ทั้งน่ารัก และ น่าชัง – -”

2. ได้เห็นเชียงใหม่ยามค่ำคืน (ตี1 -ตี3) ว่าน่ากลัวมากมาย – -”

3. ได้เห็นเชียงใหม่ยามเช้าว่า ถึงแม้จะหน้าร้อนแต่ตอนเช้าเนี่ยอากาศเยนสบายสุดๆ^^* อยู่จังเลยจังหวัดเรา^^*

4. ได้ฝึกความอดทน ของการไม่หลับไม่นอน ว่าทรมาน – -”

5. ได้ฝึกความอดทน กับเครื่องข้างๆที่มันเล่นเคาต์เตอร์ (พิมไม่เป็น – -”) แค่เสียงในเกมก็รบกวนสมาธิมากมาย มันยังแถมเสียงตัวเองประกอบ – -” แต่ทำอะไรมันไม่ได้ มันเป็นผู้ชาย(แถมมีเพื่อนเอามาอีกเกือบสิบ – -”)

6. ได้อมยิ้มกับการที่เล่นเกมอยู่ แล้วเครื่องข้าง ร้องเพลงตาม (สมาธิหลุดมากมาย – -)

7. ได้ข้อความที่ติดมาจามเกมนี้เต็มๆคือคำว่า “กำ” – -”

8. ได้มิตรภาพใหม่ๆที่น่ารัก^^*

9. ได้อิทธิพลจากการเล่นเกมทำให้ตอนนี้ข้าพเจ้าเริ่มมีคำพูดคำจา แอ๊บแบ๊ว – -”

10. ทำให้รู้ว่าตั้งแต่เล่นเกมมาเราผอมลงมากมาย^^*

11. และทำให้ซูบ เหมือนคนติดยา

12. ทำให้รู้ว่ามือแข็งที่แท้จริงมันเป็นยังไง – -”

13. สุดท้าย ทำให้รู้ว่า เกมออนไลน์เหมือนยาเสพติด อย่าลองเดี๋ยวติด – -” เลิกยากพอๆกับยาด้วย T T

จบคร้าบบบบ

ปล. พิมผิดขออภัยด้วยนะคับ^^*

T a g . . . . . .

Leave a comment
1. นี่ครัยอ่ะ…
- วุ้นใสจ้า – -”

2. ทำรัยอยู่…
- หายใจ

3. เกิดวันที่เท่าไหร่อ่ะ…
- วัน 4

4. ชอบครายอยู่รึป่าววว…
- เอายังไงดีอ่า ดารา หรือ คนธรรมดา – -”

5. บอกได้มั้ยอ่ะครัย นิดนึงๆ…
- ก็….มี จี ฮุน – -”(เขิลลลลลลลล)

6. คิดว่าเค้าจาชอบเรามั้ย…
- แน่นอนอิอิ

7. ชอบกินไอติมรสอะรัย…
- รสอร่อย

8. คิดว่าตัวเองเรียนเก่งมั้ย…
- ไม่จ้า

9. เก่งวิชารัย…
- วิชา พักผ่อนนอนหลับ – -”

10. เพื่อนสนิทชื่ออะรัยอ่ะ…
- ไข่ย้อย – -”

11. เพื่อนเพศตรงข้ามที่สนิทอ่ะ…
- ไม่มีอ่า ไม่มีใครคบ – -”

12. บรรยายนิสัยเพื่อนสนิทดิ๊…
- แอบชอบ ดากานดา – -”

13. แล้วเพื่อนเพศตรงข้ามที่สนิทอ่ะ…
- จากข้อที่ 11

14. ชอบเพลงไหนเปนพิเศษป่าวตอนนี้…
- เพลง ของ ออดิชั่นอ่า – -” Killing me DJ

15. ถ้าหั้ยเลือกมีแฟนได้ …
- เอาดิ – -”

16. อยากแก้นิสัยข้อไหนของตัวเอง…
- ปากหมา

17. ทำมัยอ่ะ…
- เพราะตอนนี้ ผู้ชายที่มาจีบ หนีหายหมด – -” (กลับม้า…..)

18. เหนื่อยมั้ยเนี่ยที่ตอบมา..
- ไม่เหนื่อยมั้ย แต่ เหนื่อยอ่า….

19. เวลารับโทรสับ…
- แล้วไง???

20. แล้วเวลาจะวางอ่ะ…
- ทำไม???

21. ส่ง msg บ่อยมั๊ย….
- บางครั้ง – -”

22. ส่งหั้ยครัยบ่อยที่สุด..
- น้องรหัส^^*

23. แล้วครัยส่งมาบ่อยๆอ่ะ…
- ดีแทค – -”

24. เล่น msn … ป่ะ
- อ่านะ

25. บ่อยป่าว…
- ไม่นา

26. คำพูดที่ตอนนี้ติดปาก…
- หอยหลอด – -”

27. เกลียดเพื่อนแบบไหนมากที่สุด…
- โกหก

28. ถ้าเรามีแฟนแล้วแฟนไปชอบคนอื่นอยู่ทำงัย ต่อยเลยมั้ย…
- ไม่อ่า ตอนดีกว่า – -”

29. แล้วถ้าเราไปชอบคนอื่นมั่งล่ะ…
- ก้ออ่านะ

30. จะทำยังงัยกับเพื่อนที่เห็นแก่ตัว..
- ไม่คบ – -”

31. เป็นคนขี้งอนมั้ย..
- เป็น

32. แล้วชอบง้อคนอื่นรึป่าว ….
- ไม่

33. แม่ดุป่ะ…
- ดุมากกกกกกกก

34. คุยโทรสับกะครัยบ่อยที่สุด..
- ไม่มีใครคบอ่า – -”

35. สถานการณ์ไหนที่ม่ายค่อยชอบ…
- ไม่รู้ดิ ตามอารมณ์ – -”

36. อยู่ในห้องเรียนสนุกมั้ย..
- แล้วแต่อารมณ์

37. นั่งกับครัย..
- คน

38. เคยคิดว่าตัวเองตั้งใจเรียนมั่งป่ะ..
- พยายามแล้ว

39. คิดว่าในห้องครัยเสียงดังบ่อยๆ..
- ไม่รู้หลับ – - ”

40. ครูประจำชั้นเปนงัยมั่ง…
- ฮา

41. ครัยให้ทำอะไรแบบนี้..
- ถัวงอกเป็นฆาตกรรม – -”

42. เค้าเปนงัย…
- ไม่รู้ – -”

43. บอกอะรัยกับคนที่จะส่งไปหั้ยดู
- ก้ออ่านะ

44. คิดว่าเค้าจาตอบกลับมั้ย..
- ได้โปรดดดดดดดดด

45. หนังสือ 3 เล่ม… ที่คุณชอบที่สุด และคิดว่า… อยากให้ทุกคนได้อ่านคือ
- ดอนกิโฆเต้ หนังสือของ วินทร์ เลียววาริน ทุกเล่ม

46. ภาพยนตร์ 3 เรื่อง… ที่คุณชอบที่สุด…คือ
- ทุกเรื่องที่มี จี ฮุน(ที่ร้ากกกกกกกกก) ทวิภพ รันนิ่งบอย

47. บุคคล… ที่คุณนับถือ เป็นแบบอย่าง( จะยกเป็นคุณพ่อคุณแม่ก็ได้…แต่ขอให้ยกบุคคลที่ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ขึ้นมาด้วย )
- คุณแม่ แล้วก็ คนที่ทำความดี

48. เพราะอะไร ?
- โลกสดใส

49. อย่างไร ?
- ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไง – -”

50. คุณคิดว่าคุณเป็นคนยังไง…( ขออย่างน้อย 2 บรรทัด )
- สวย(แต่ไม่แสดงออก – -”) ปากหมา ปากร้าย ปากไม่มีหูรูด พูดไม่รู้จักคิด – -” ขี้น้อยใจ ใจง่าย – -” ชอบแคร์ความรู้สึกชาวบ้าน(เวลาโดนด่า – -”)

51. และ… คุณคิดว่า คนอื่น คิดว่าคุณเป็นคนยังไง ?
( ขออย่างน้อย 6 ประโยค )
- มันบ้า มันแรง มันปากเจ็บ อย่าไปยุ่งกับมัน มันโง่ มันเอ๋อ – -”

…………………………………………………………