ฮาลองเบย์…วันที่สอง…ที่ฮานอย

เม้าท์ก่อน…เมื่อคืนแอบนอนดึก ผลจากการเห่อภาษาเวียดนาม…ไปนั่งคุยกับ วิลเลียมฝึกภาษา…ซึ่งตอนเย็นขากลับ พวกเราลืมซื้อน้ำดื่มมาด้วย…ความจริงซื้อมาขวดใหญ่ขวดเดียว…แต่ห้องพักทั้งสองอยู่คนละชั้นกันเลย เลยต้องออกไปซื้อใหม่เข้าทางวุ้น 555 ได้เดินเที่ยวเล่นแว้วววว

เดินออกไปก็แปลกใจ…เพราะมีวัยรุ่นเต็มเลย นั่งดื่ม ชา กาแฟ กับแนมเหนือง(เค้าเรียกงี้…รูปอยู่วันสุดท้าย) มีผลไม้ด้วยเป็น มะม่วง กับ มันแกว…เห็นแล้วชอบอ่า มันดูน่าสนุก ไม่อันตราย น่าแปลกตรงที่ ช่วงเช้าที่ที่ พวกวัยรุ่นนั่งจะเป็นสภากาแฟของชายวันกลางคน…ช่วงเย็น จนดึก(ตีหนึ่งก็ยังนั่งกินกันอยู่)…เป็นเวลาของวัยรุ่นแฮะ

วุ้นเดินออกไปหามินิมาร์ทที่แวะไปตอนเช้าระหว่างงมทางไปโบสถ์…ทางที่เค้าแนะนำว่า ซื้อน้ำมินิมาร์ทจะราคาถูกกว่า…วุ้นพิสูจน์แล้ว…มันเท่ากันอ่า – - แถมเดินแอบไกล…รู้สึกน้ำดื่มที่นี่ จะมีสามยี่ห้อหลัก (ลืมถ่ายรูป – -…พูดเก่งอย่างเดียว) วุ้นจำแต่ยี่ห้อที่ตัวเองชอบซื้อ อาศัยความชอบส่วนตัวที่ รูปลักษณ์ยี่ห้อดูสว่างๆ คือ la vie (ลาวี…) เครือเนสเล่ อีกสองยี่ห้อ ก็มาจาก โค้ก และ เป๊ปซี่…

ราคาน้ำดื่ม แถวนั้นคงเป็นราคามาตรฐาน วุ้นว่าก็ไม่แพงนะ คล้ายๆบ้านเรา ขวดเล็กเฉลี่ยที่ 10 บาท ขวดใหญ่ 20 บาท เลยเฉยๆ เพราะวุ้นเคยฝันว่าไปเที่ยวเวียดนาม(ก่อนไป เดือนกว่าๆสงสัยหมกมุ่น – -) แล้วซื้อน้ำแบบมึนๆ จ่ายไป เป็นร้อย – -(น่าจะเรียกโง่เองมากกว่า – -) นั่นแหล่ะ กลับมาที่โรงแรมก็ตื่นเต้นกะแนมเหนือง เลยถามวิลเลี่ยมว่าเป็นไง ประมาณนั้น ระหว่างนั้นก็บอกเนี่ย…วุ้นมาที่นี่ อยากกิน แหนมเนืองมากซึ่งที่นี่เรียกแนมเหนือง…วิลเลี่ยมก็บอกว่า ที่วุ้นถามนั่นไง วุ้นก็เถียงว่าไม่ใช่ทำไมมันไม่มีผักล่ะ…สุดท้าย คุยมึนๆ ก็กินแนมเหนืองที่เค้าขายกันนั่นแหล่ะ – - อร่อยดี(เค้าเล่ารายละเอียดที่มีรูปแล้วกันเนอะ)

คุยกับวิลเลี่ยมเรื่องสังคมที่นี่…คล้ายๆบ้านเรานะ…แต่วุ้นว่า เมืองไทยแรงกว่า…วิลเลียมบอกว่า วัยรุ่นที่นี่ เสียตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ปีนะ…ถ้าเป็นชนบทก็จะอายุน้อยกว่า ปีสองปี…วุ้นก็บอกว่ามันเร็วนะ…แล้วแต่งงานล่ะเค้าแต่งที่อายุเท่าไร…ก็ประมาณ 28 ปี อะไรประมาณนั้น แต่ที่ชนบทก็เร็วกว่านั้น…อืม

ซึ่งสักพักก็มีชาวต่างชาติ มาคุยด้วย ที่นี่เค้าอัธยาศัยดี วุ้นจะออกมาคุยเล่น…เพราะมีอะไรหลายๆอย่างในเวียดนามที่เรายังอยากรู้แล้วไม่สามารถถามคนเวียดนามแถวนั้นได้…เพราะคนเวียดนามส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่แข็งแรง (ไม่ต่างจากวุ้นหรอก… – -)…มีอะไรก็เก็บเอาไว้ถาม วิลเลี่ยม เหมือนเรียนวิชาอะไรสักอย่างมีไรถามจารย์ท้ายคาบเลย – -…พอวุ้นเคลียเรื่องค่าใช้จ่าย ซื้อของอะไรเสร็จก็มาเล่นเนตตรงล๊อบบี้โรงแรม (พูดดูเหมือนโรงแรมกว้างมากมาย – -) วิลเลี่ยมก็แนะนำวุ้นให้รู้จักชาวต่างชาติ ซึ่งวุ้นลืมชื่อไปแหล่ว – - จำได้ว่าเป็นชาวไอร์แลนด์ อาชีพ จิตรกร…พรุ่งนี้จะไป ลาว…แล้วไปพม่าต่อ…พอเค้ารู้ว่าวุ้นเป็นคนไทย…เค้าก็บอกว่า อาหารไทยอร่อย…อยู่เวียดนามเค้าต้องหาอาหารยุโรปทานแทน…เพราะไม่ค่อยถูกปาก…วุ้นก็บอกว่า ก็อร่อยออก คล้ายๆกัน…เค้าบอกว่าชอบทาน กุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งกว่าจะรู้ว่ามันเป็นอะไรแอบเหนื่อย ฮา…

อย่าลืมภาษาอังกฤษ วุ้นพอเอาตัวไถๆไปได้แค่นั้นเอง…เค้าก็บอกว่าเนี่ยกำลังจะไปเที่ยวบาร์ ชวนวุ้นไป – -(ชวนถูกคนเลย – -) วุ้นก็บอกว่าวุ้นไม่กินแอลกอฮอล์อ่า…มันดึกด้วย…ระหว่างนั้นก็คุยกันเรื่อง พม่า…ก็ถามว่าไปทำไม เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบไป (ความคิดตัวเองล้วนๆ – -) ดูอันตราย เค้าบอกว่า คิดไปเองไม่มีอะไรหรอก แล้วก็คุยเรื่องมุมมองของฝรั่งที่มองไทย…ที่วุ้นตั้งประเด็นว่า…ทำไมคนชอบมองว่าเมืองไทย ต้องมาเที่ยวโสเภณี…มาดูโชว์ลามก ทั้งๆที่เมืองไทยมีอะไรมากมายให้เที่ยว…อะไรประมาณนั้น เค้าก็บอกว่าไม่เกี่ยวนะ…มันอยู่ที่คนเพราะ ไทยก็ดัง เรื่องทะเลสวย แหล่งดำน้ำ สนามกอล์ฟดี อะไรงี้ ก็เม้าท์ๆกัน…แล้วก็มีชาวต่างชาติผู้หญิง มาจากฮอลแลนด์วุ้นก็เนียน สองคนนี้เค้าคุยกันเรื่อง สภาพอากาศแถวบ้านเค้าที่โดนผลกระทบจาก โลกร้อน…จริงจังมากมาย กับเรื่องคนอื่น – -

ผลของการทำอะไรแบบนั้น เลยกว่าจะนอนต้องโดนแม่มาตามให้ไปนอน – -

ตามกำหนด เค้านัดประมาณเกือบแปดโมง…ซึ่งเพื่อนๆแม่…รวมถึงปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ…ตื่นกันเร็วมาก แต่พวกเรามาช้าตอนทานอาหาร…ที่นี่อาหารเช้าสั่งได้ตามเมนูที่ให้มา…คณะวุ้นก็สั่ง เฝอไก่ บ้าง ข้าวเหนียวหมูยอบ้าง(ข้างเหนียวๆสีเหลือง มีหมูยอ หอมทอด หมูหยอง อะไรประมาณนี้ อร่อยมากมาย) American breakfastบ้าง (เป็นขนมปังฝรั่งเศสกรอบนอกนุ่มใน ให้เนย และแยมมา มีแฮม ไข่ดาว อร่อยนะ แต่เยอะ – -)…ตอนนั้นจะเริ่มทานวุ้นก็เห็นว่ามีไกด์มาแล้วล่ะ…แต่คิดว่าเค้ามาก่อนมั้ง เลยไม่รีบ ความจริงเราทำชาวบ้านสายไป 20 กว่านาทีเลยทีเดียว…ขอโต๊ดดดด

ลืมเล่า…ความจริงเมื่อวาน วุ้นเจอคนไทยที่มาพักที่นี่ด้วย ซึ่งเพิ่งกลับจากฮาลองเบย์…จากการที่วิลเลี่ยมเรียกตอนวุ้น วุ่นวานกับการเล่นเนต ก็ได้คุยคร่าวๆ…ว่ากลับวันไหน…ฮาลองเบย์เป็นไงบ้าง…เค้ามากันเป็นครอบครัว พ่อแม่ลูก…น่ารักดี…ตอนเช้าวุ้นก็เจอครอบครัวนี้…ระหว่างรอคณะ ทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวเดินทาง…ครอบครัวนี้ก็ได้ยินเพื่อนๆของแม่วุ้นคุยกันเป็นภาษาเหนือ…เลยถามวุ้นว่าเป็นคนแพร่เหรอ(วุ้นสงสัยมาก…ว่าสำเนียงใครทำดูเป็นคนแพร่หว่า – -)…วุ้นก็บอกว่าเปล่าค่ะ มีเชียงใหม่สองคน เชียงรายสองคน แล้วก็กรุงเทพฯสองคน (อันนี้วุ้นตอบเป็นภาษาเหนือนะ…แอบกระท่อนกระแท่นอยู่ – -)…ก็เลยรู้ว่าครอบครัวนี้เป็นชาวเชียงใหม่…คนเป็นพ่อมาเที่ยวแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม…เลยพาครอบครัวมาเที่ยวมั่ง…ซึ่งประสบปัญหาเหมือนกันคือ…คาดการณ์เรื่องสภาพอากาศที่นี่ผิด…คิดว่าร้อน ความจริงเย็นๆออกหนาวๆอ่า…ซึ่งมันดีมากๆ เพราะมันคงที่ ไม่เหมือนเชียงใหม่…อย่างตอนนี้วุ้นพิมบล็อกที่เชียงใหม่…อากาศนึกว่าอยู่ทะเลทราย ตอนเช้าหนาวได้โล่มาก กลางวันอยากแก้ผ้าเดินมาก – - สุดขั้วได้อีก

เดินทางได้แล้ว…

รถที่เดินทางเป็นมินิบัสค่ะ…เค้ามารับพวกเราเป็นที่แรก…ถึงว่าเร่งพวกเราซะสุภาพ – -…ถ้ามีคนอื่นมาก่อนเค้าคงแช่งบรรพบุรุษ วุ้นไปเรียบร้อยแล้วล่ะ…เพราะสายของจริง…จากคำบ่นของหนุ่มญี่ปุ่นที่ไปรับกลุ่มที่สอง(วุ้นเรียน ญี่ปุ่นมา เพิ่งมีประโยชน์ครั้งนี้แหล่ะ – -)…เค้าคุยกันสองคนเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่ารถมาสายได้อีก…วุ้นนี่อยากหันหลังไปขอโทษว่าเพราะ กลุ่มวุ้นเองแหล่ะ T T

ในรถขาไปก็มี กลุ่มวุ้น 6 คน หนุ่มญี่ปุ่น 2 คน ชายจีน 2 คน คู่รักเวียดนาม 1 คู่ ซึ่งรถก็ขับด้วยความเร็วตามที่ทุกคนบอกว่า ที่ 60 km/hr ส่วนใหญ่ทุกคน(หมายถึงกลุ่มวุ้น) หลับในรถกันหมด… จนเค้าจอดแวะร้านขายของฝาก ก็จะมีของหลายๆอย่างที่ราคาแพงได้อีก แล้วก็มีคนมาปักผ้าปัก ให้ดู
รูปค่ะ

ของน่าซื้อนะ นี่ก็รองเท้า ด้านหลังจะเห็นชุด อ๋าวส่าย หรือที่บ้านเราเรียกอ้าวหญาย โดย อ๋าว แปลว่า ชุดหรือเสื้อ ส่าย แปลว่า ยาว อันนี้จากปากของเพื่อนชาวเวียดนามเลยทีเดียว (อาจารย์บอกหลายรอบแล้ว – - วุ้นโง่เองT T)

ด้วยความที่ของราคาสูงมาก รถก็ปล่อยพวกเรานานเหมือนคนจะซื้อของ ความจริงเหมือนจุดจอดแวะเข้าห้องน้ำมากกว่านะ…เราก็รอรถ…โดยเนียนจะถ่ายรูปหนุ่มญี่ปุ่น สองคนที่ร่วมทางมากกับเรา>< วุ้นและน้าตี้ แอบกรี๊ดอยู่ แอร๊ยยยยยยยยย

พอถึงแล้วเราก็รอให้ไกด์ทัวร์ของเราไปซื้อตั๋วล่องเรือ ระหว่างนั้นก็รอ วุ้นและคณะบางส่วน ปวดฉี่ แต่ไกด์ทัวร์สั่งไว้ให้รอตรงนี้ วุ้นก็นึกว่าแป๊ปเดียวไกด์ก็มายืนบิดไปมา เลยหนีไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏกลับมาไกด์ยังไม่ออกมาเลย

รูปที่ท่าเรือ

จุดสนใจวันนี้คือ ฮาลองเบย์ และหนุ่มญี่ปุ่น แอร๊ยยยยยยยยยย…ในเมื่อพวกเรามากันหกคน วุ้นก็พูดขอให้คนญี่ปุ่นถ่ายรูปได้ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะสานสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นกัน ชิมิล่า…ฮ่าๆๆ ว่าแล้ววุ้นก็ไปขอให้หนุ่มญี่ปุ่มถ่ายรูปให้…ในรูปจะเห็นน้ำดื่มที่ซื้อมา นั่นแหล่ะค่ะยี่ห้อ ราวี เอ๊ย ลาวี สีฟ้าๆ ฝีมือการถ่ายจากชาวญี่ปุ่น(สุดเซอร์)

แน่นอน เราทำได้อีก รูปนี้ วุ้นอยากมีมั่ง…แต่นั่นแหล่ะ…วุ้นเป็นคนขี้อาย(จริงๆนะ…เชื่อกันหน่อย><)…จึงมีแต่น้าตี้ที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ รูปน้ำดื่มที่หนุ่มญี่ปุ่นถือ มาจากเครือเป๊ปซี่ค่ะ

รูปต่อมาไม่รู้ว่าใครถ่าย…จุดประสงค์ที่เอามาแบ่งนี่ ไม่อยู่ที่คณะของวุ้น ดูหนุ่มญี่ปุ่นกันอีกรอบ(บ้าผู้ชายได้อีก…อ๊างงงง)

ที่นี่ลมแรงมาก อากาศก็เย็นวุ้นไม่ค่อยถ่ายอะไร ส่วนน้าตี้ก็เน้นถ่ายคนในกลุ่ม กับอัดคลิปเดี๋ยววุ้นจะให้ดูเรือขายผลไม้ กับไกด์ทัวร์ของเรา ท้ายบล็อกน้า^^

ระหว่างนั้น ก็รอให้ไปที่ฟาร์มปลาเพื่อที่ไกด์หวังว่าเราจะหิวโซจนสามารถ บ้าสั่งสัตว์พวกนี้มากินซักที…ไม่มีทางอ่า

ปลาหมึกสวยอ่า กินไม่ลง(แม้จะหิวโซขนาดไหนก็ตาม…)

ระหว่างที่เราเพลิดเพลินกับการดูฟาร์มปลาอยู่ แม่ค้าขายผลไม้ก็มาเต็มไปหมด ที่เห็นๆนั่น วุ้นต่อเท่าไรมากสุดก็ถาดละ 35 บาท…แพงไปไหน – - มะพร้าว ลูก 50 บาท(เหมือนที่เกาะพีพีเลยทีเดียว – -)

แม่ค้าเหล่านี้พูดไทยเก่งนะนั่น วุ้นก็ยังคงเจตนารมณ์เดิม ถึงพูดไทยมาวุ้นก็ตอบเป็นเวียดนาม…ฮิๆๆ

สักพัก ไกด์ก็เรียกให้เราไปเตรียมตัวทานอาหาร…ไม่มีรูปค่ะ เพราะกว่าจะได้ทานข้าวก็เกือบบ่ายสองแล้ว…ขนาดนี้ใครจะมีอารมณ์ถ่ายอ่า…อาหารวางก็แทบจะหมด จนพนักงานบนเรือต้องมาห้ามไม่พอมีบอกให้ไกด์มาเตือนว่าอย่างเพิ่งทาน มีข้าวด้วย – -…วุ้นก็บ่นให้ไกด์เป็นภาษาเวียดนาม ว่าก็คนมันหิวนี่นา ให้ทำไง – -…ไม่สงสารเด็กกำลังกินกำลังนอนมั่งเลย (ใครเถียง…ปุ๊ปุไง)

ทานเสร็จคนที่จ่ายทริปแบบพายเรือ(วุ้นจำภาษาอังกฤษเป็นตัวสะกดไม่ได้)…จำได้ว่าตอน วิลเลี่ยมขายทัวร์ เรียกว่า คายัคกิ้ง – -(จะมาเอาอะไรกะคนอย่างวุ้น – -) ซึ่งในเรือของเรามี หนุ่มญี่ปุ่นสองคนนั่นอ่า ที่จ่าย(ถ้าเป็นคนอื่น วุ้นคนแอบบ่น เสียเวลา ฮา….)…เราก็นั่งดู นั่งเหม่อไปเรื่อยๆ…โชคดีที่เรือลำข้างๆ เป็นเรือ ญี่ปุ่น…เพราะมีแต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ให้วุ้นมองแก้เบื่อ อ๊างงงงงง ผู้หญิงแต่ละคน น่ารัก สุโค่ย!!!
รูปคายัคกิ้ง

เขียนบล็อกมาตั้งนาน ยังไม่มีใครเห็นฮาลองเบย์เลย…มีแต่หนุ่มญี่ปุ่น><…จัดไป…

เกาะอะไรสักเกาะ…ไกด์บอกแล้ว…วุ้นลืม T T

นั่ง ยืน เดิน บนเรือจนเปื่อยเพราะลมหนาว ก็มาถึงถ้ำวัตถุประสงค์ของเราสักที ตอนนี้ สี่โมงกว่าค่ะ…อากาศคงที่มากเย็นเท่าเดิม ถ้าไม่ดูเวลาก็จะไม่รู้เลยว่ากี่โมงมันเหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้ำนี้ชื่อ ฮาง ด่าวโก๋ (ฮาง แปลว่า ถ้ำ) (ชื่อนี้ไม่ได้จำอ่านจากรูปเลยทีเดียว)

จริงจังละ…ฮาลองไบ หรือ อ่าวมังกรเล่นน้ำ…มีความเชื่อว่า (วุ้นเล่าเท่าที่จำได้นะ…ผิดพลาดประการใด…อย่าด่าวุ้นมากมายแล้วกัน) มีมังกรมาอาศัยอยู่ที่นี่ ประมาณมาช่วยป้องกันไม่ให้แพ้สงครามที่คนจีนตีล้อมมา…ซึ่งคุณมังกรเนี่ย มี สอง ตัว(ลักษณะนามวุ้นไม่เก่ง…)มีคุณพ่อ และคุณแม่ มังกร ซึ่งถ้ำที่เราเข้าไปดูเนี่ย ที่ถ้ำที่คุณพ่อแม่คุณแม่มังกร อาศัยอยู่ แถมคุณมังกรมีคุณลูก หญิง และ ชาย อย่างละ 100 หรือ 50 ตัวเนี่ยแหล่ะ…(จำนวนไม่ใกล้เคียงเลยนะ – -…โง่ระยะสุดท้าย..) ก็ยังอยู่แถวนี้ คอยนำโชคให้คนที่นี่…รู้สึกรีวิวตัวเอง…มัน…วุ้นใสจ้ากันเลยทีเดียว – -…

จะดูออกมั้ย ว่ารูปที่วุ้นให้ดูเป็น คุณพ่อ(หรือ แม่ก็ไม่รู้จำไม่ได้)…คุณมังกร…หลักสังเกต…ดูจุดสีแดงสองอัน นั่นแหล่ะตาของคุณมังกร…

อันนี้จำไม่ได้ ว่าไกด์เรียกว่าอะไรแต่วันที่วุ้นไปไม่มีแดดเลย…อ๋อ รูที่เห็นนั่น เหมือนเป็นแสงจากสวรรค์ ไกด์บอกว่า วันที่มีแดดจะงามมากๆ จนรู้สึกว่าเป็นแสงจากสวรรค์…กันเลยทีเดียว

รูปนี้วุ้นชอบที่สุด เป็นการเล่นแสงที่แหล่มมากกกกก…พยายามดูนะคะ…จะมีรูปผู้ชายเงยหน้ามองอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งถ้าเราเงยหน้ามองตามเงาก็จะเห็นผู้หญิงเหมือนนั่งบนโขดหินผมยาว ดูดีๆ…จะเอาอะไรกับกล้องคอมแพค – -…ตรงมุมขวาบน…การเที่ยวถ้ำนี้…ต้องมีจินตนาการสูง…แล้วเราจะสนุกมาก…จริงๆนะ

มุมภาพถ่ายเมื่อออกจากถ้ำ…

สวยนะ…วุ้นว่า

ถังขยะน่ารักอ่า…ความจริงมีปลาโลมาด้วย…แต่เพนกวินน่ารักกว่า

ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นเรือ เพื่อกลับฝั่ง

เวลาที่กลับฝั่งเร็วมากมายประมาณเกือบชั่วโมง พอถึงไกด์ สเตฟาน ก็บอกวุ้นว่าวุ้นต้องนั่งหน้านะ เพราะขากลับมีคนกลับเพิ่มที่นั่งไม่พอต้องมีคนมานั่งหน้า 1 คน วุ้นก็มึนๆไปนั่ง…ซึ่งคนที่มาเพิ่มก็คือคู่รัก เวียดนาม-ฝรั่ง(ไม่รู้ว่าชาติอะไร…แต่หญิงเวียดนามสวยใช้ได้เลย)…หน้ารถ เลยมี คนขับรถ วุ้น และ สเตฟาน…ขากลับก็คุยกันตลอดทาง

วุ้นก็ได้ทีถามว่า ที่เวียดนามเนี่ยกฎหมายจำกัดความเร็วอยู่ที่เท่าไร เพราะคนที่นี่ขับช้าจังไม่เหมือนเมืองไทยเลย…สเตฟานก็บอกว่า แล้วแต่บางเส้นทางเพราะความจริงเค้าก็สามารถขับรถ 80km/hr ก็ได้นะ…ตอนที่วุ้นถามคนขับแอบเร่งความเร็ว ประมาณ 70 – -…ส่วนเรื่องบีบแตร…ที่นั่นเรียกว่า แป๊ปแป…บ้านเรา(หรือบ้านวุ้น)เรียก ปิ๊มๆ…เค้าบอกว่า ที่นี่คนขับรถไม่เป็นระเบียบเลยต้องบีบแตรงี้แหล่ะ…พอวุ้นไปนั่งหน้าก็เริ่มจะเข้าใจนะ…แบบ เออแฮะถ้าไม่บีบมันก็ไม่หลบ หรือไม่งั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้…หลังจากหาเหตุผลสนับสนุนการบีบแตรพักนึง…ก็เริ่มมึนเพราะบางครั้ง ถนนมันโล่งมากกกก…แต่คนขับก็บีบ = =…ไม่ไหวจะแถเลยทีเดียว…ที่นี่ ขนาดรถกับเสียงแตรจะไม่เหมือนกัน อย่างรถบัสจะมีเสียงแตรอีกแบบ…ซึ่งไม่ว่าเสียงแตรแบบไหน…วุ้นว่า คนไทยบ้านเราก็คงไม่ชอบอยู่เนอะ

ระยะทางจากฮาลองไบ ถึงฮานอย วุ้นจำไม่ได้ว่ากี่กิโล แต่เป็นร้อยอ่า…คือ วุ้นก็ถามสเตฟานว่า เนี่ย จะถึงฮานอยกี่โมง สเตฟานก็บอกประมาณ สองทุ่ม…ตอนที่วุ้นถามมัน ห้าโมงเย็น =^=…จะนานไปไหน…นั่นแหล่ะเม้าท์กับสเตฟานนานสองนานเลยทีเดียว…ซึ่งผู้ชายที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า เมืองไทยเนี่ย กระเทยเยอะเนอะ…ไม่เหมือนเวียดนามเลยที่หายากมากๆ…พอวุ้นถามว่าทำไมล่ะ เค้าก็บอกว่าที่นี่เค้าไม่ยอมรับกัน…แม้กระทั้งสเตฟานเองก็ไม่ชอบ…วุ้นเลยถามแล้วเกย์ล่ะ…เค้าก็เฉยๆนะ ถ้ามากันเป็นคู่ – -…ผลของการนั่งเม้าท์ วุ้นได้คำด่า ภาษาเวียดนามมาคำนึง…เพราะวุ้นสงสัยตอนสเตฟานสบถมา ตอนรถมอไซค์ตัดหน้ามั้ง เลยถามว่าแปลว่าไร…ในที่สุด วุ้นสามารถบอกคิดถึงคนเป็นภาษาเวียดนามได้สักที^^…ผลจากการพูดมากของวุ้นเองเลยสังเกตว่า คนที่ทำงานสายท่องเที่ยวที่วุ้นรู้จัก ส่วนใหญ่เรียนจบสายการเงินมาอ่า – -…(รู้จักอยู่สองคน ก็เหมารวมกันเลยทีเดียว – -)…พอจะถึงฮานอย วันนี้เป็นวันศุกร์ จะมีถนนคนเดิน…สเตฟาก็ถามทุกคนในรถว่า ใครจะลงตรงถนนคนเดินบ้าง…ซึ่งคณะวุ้นขอลงตรงโรงแรมดีกว่า…แอบเล่าๆๆ…ตอนหนุ่มญี่ปุ่นลง ค้าหันหน้ามา บ๊ายบายวุ้นด้วย…แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อีกเรื่องนึง…ที่ได้จากการคุยกับสเตฟาน…วุ้นก็ถามว่า…เนี่ยวาเลนไทน์ ปีนี้ตรงกับตรุษจีน ที่ฮานอยเป็นไงบ้าง…สเตฟานก็บอกว่า วาเลนไทน์เหรอ…ที่นี่ โรงแรมจะเต็ม – -…คล้ายๆบางประเทศเนอะ – -
กลับเข้าโรงแรม…พนักงานทุกคนก็ทักทาย…เป็นกิจวัตรของโรงแรมนี้ไปแล้ว…หลังจากนั่งเล่นเนต…เค้าจะถามทุกคนเหมือนกันหมด…เป็นไงบ้าง สนุกมั้ย บลาๆๆ…พวกเราก็ตอบไปสนุก สวย หนาว แต่ตอนนี้หิว…จะไปถนนคนเดิน มันปิดกี่โมง?…เพราะตอนนั้นเข้าโรงแรมก็สองทุ่มจะครึ่งแล้ว กว่าจะจัดการตัวเองเตรียมตัวไปเดิน…

ระหว่างทาง…วุ้นและคณะก็หิวมาก…ร่ำๆจะแวะทาน…วุ้นก็ดันบอกว่าเดี๋ยวค่อยกินเนอะ (เพราะคิดว่ามันคงเหมือนถนนคนเดินเชียงใหม่ที่มีของกินเยอะอะไรประมาณนั้น)…เลยซื้อพวกซาลาเปาทานรองท้องไปก่อน…อร่อยดีนะ แอบแพง…ลูกละ 20 บาทมั้งคะ แต่ก็ใหญ่อยู่ ไส้เยอะ…พอถึงถนนคนเดิน อารมณ์แบบเหมือนตลาดนัดกลางคืน…มีพวก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ก๊อบบ้างอะไรบ้าง ขายอยู่ ประมาณนี้ ไม่งั้นก็พวกกิ๊ฟช้อปต่างๆ…ที่เห็นว่าเยอะก็พวก ของคู่รักต่างๆ…วุ้นว่าที่นี่ กำลังซื้อคงเป็นกลุ่มนั้น เพราะสังเกต คนเวียดนามที่มาเดินส่วนใหญ่ก็เป็นคู่รักเดินควงแขนกันมา…เพราะฉะนั้น พวกแหวนคู่ เสื้อคู่ ที่ห้อยมือถือคู่ ก็มีเยอะพอสมควร…(อยากได้มั่ง – -)…

เดินที่นี่…คณะวุ้นไม่ค่อยได้ของอะไรมาก…ด้วยความที่คาดการณ์ผิด ไม่มีของกินให้เลย…จะมีก็เป็นร้านขายขนม ร้านเดียว…หรือ แบ๋งก์หมี่ ขนมแป้งหนึบๆ แค่นั้น…แต่ละคนก็โซกันแล้ว เลยพอเดินสุดทางก็รีบจ้ำกลับ ไปหาร้านเฝอ…ก็ได้ร้านเฝอตรงข้ามโบสถ์เซนต์โยเซฟ…ตอนนี้เฝอหมดแล้ว…เหลือแต่บุ๋นไก่ กับโจ๊ก เราเลยสั่งมาอย่างละสาม แล้วแลกกันกินเอา…อร่อยมากกกกก(ไม่รู้เพราะหิวหรือเปล่า)…ได้เยอะเหมือนกัน…ตั้งแต่อยู่เวียดนามวุ้นกินอะไรไม่ค่อยเยอะไม่รู้ทำไม…สงสัยอิ่มคำชม – - (พูดเวียดนามเก่งจัง – แหมๆรู้ดีแฮะว่าวุ้นบ้ายอ><)…บุ๋นอร่อยอ่า…เพราะส่วนตัววุ้นชอบทานขนมจีนเป็นทุนเดิมอยู่ด้วยแหล่ะ…ก็แพงเหมือนกันนะคะ ชามละ 50 บาท แต่มันเยอะอ่า ให้เค้าไปเหอะ – -…

ความจริง…วุ้นว่า…วุ้นโดนแม่ค้าเนียนโกงไปบ้างนะ…แต่ก็แบบ…วุ้นยอมเค้าเอง…เพราะวุ้นอยู่กรุงเทพฯ วุ้นก็โดนคนไทยด้วยกันเอง โกงน่าเกลียดกว่านี้อีก…เลยไม่อยากจะใส่ใจ…อีกอย่างที่โดน ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะวุ้นไม่อยากโวยวายเอง(วุ้นผิดเองอ่า)…อย่างวุ้นไปซื้อน้ำอ้อย จากคุณยายอ่า ถามราคาแล้ว มันแพงกว่าที่ยายบอกกับคนเวียดนามงี้…เค้าคิดว่าคนไทยรวยเหมือนชาวยุโรปหรือไงนะ – -…

แต่คุณยายบางคนก็น่ารัก…อย่างวุ้นไปซื้อ ข้าวโพดปิ้ง…เค้าน่ารักมากๆเลย…เป็นเรื่องปกติเนอะในสังคม…อย่าเพิ่งไปว่าอะไรมากมาย…แค่ศึกษาข้อมูลให้มาดกเท่าที่ทำให้ วุ้นว่ามันก็ช่วยตัวเราเองไปเปราะนึงแล้ว…

วุ้นลืมเล่าไป…วันแรกที่มาถึง วุ้นไม่เห็นสัตว์เลี้ยงเลย เช่น สุนัข แมว งี้…พอไปฮาลองไบ เจอหมาทุกฟาร์มปลาเลย…พอกลับมาแล้วได้ไปเดินที่ ฮว่านเกี๋ยมตอนกลางคืน…เลยเพิ่งเห็นว่าก็มี ชาวเวียดนาม บางคน เอาสุนัขมาวิ่งเล่นออกกำลังกายกัน…วุ้นว่า เมืองนี้…เป็นเมืองที่ดูสงบนะ…แต่ไม่เคยหยุดพักผ่อน…เพราะเราจะเห็นความมีชีวิตของที่นี่ทุกเวลาเลยล่ะ…น่ารักดี…เสียตรงที่ ตอนที่นั่งรถไปฮาลองไบ…เห็นมีโครงการสิ่งปลูกสร้าง พวกห้างเอย อะไรเอยเต็มไปหมด…วุ้นว่า อีกหน่อย ความน่ารักแบบเล็กๆของเมืองก็จะหายไป…เหมือนปาย…

คลิปประกอบบล๊อกนี้…วุ้นพยายามอัพแล้วอ่า – -…เออเรอ ตลอดเลยไม่รู้ทำไม – -

ถ้าอัพได้จะมาลงให้นะคะ^^

อัพได้แต่ คนขายผลไม้อ่า – -

ก้ออ่านะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>