ฮานอย…การเดินทางต่างประเทศครั้งแรก…อย่างจริงจัง – วันแรก

เตรียมใจกันหรือยัง…

เริ่มเป็นบล๊อกหนักรูปแหล่ว…

เริ่มแล้วล่ะน้า…(ยังไงก็โม้เยอะอยู่ดี ฮี่ๆๆ)

ตามแผนการแล้ว วุ้นต้องสรุปภาษาเวียดนามที่เผื่อเวลาให้ตัวเองอ่าน 2 วันเสร็จเรียบร้อย…เนื่องด้วยความขี้เกียจและอะไรก็ตามที่มันอ้างได้ ทำให้วุ้นต้องอ่านภาษาเวียดนาม คืนก่อนเดินทาง ตอนสี่ทุ่ม ถึง ตีสอง แล้วต้องตื่นตีสามครึ่งเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน

เนื่องจาก…จองทริปนี้เป็นเวลานานมากจนเกิดเหตุการณ์ดังนี้

1. นามสกุลของแม่น้องปุ๊ปุ สะกดผิดจากบัตรประชาชน ต้องทำเรื่องวุ่นวาย ทั้งๆที่เพื่อนแม่วุ้น อีกคนมีปัญหาเหมือนกัน แต่ไม่เห็นจะต้องส่งอีเมลล์ภาษาอังกฤษ และโทรคุยกับโอเปอเรเตอร์นานสองนานเลย T T

2. เที่ยวบินรอบเย็นที่บินไปฮานอย ถูกยกเลิก เหลือแต่เที่ยวเช้า…ผลก็คือ วุ้นดีใจ 555 เพราะตอนแรกเครียดมากจัดทริปยังไงให้ได้เที่ยวเยอะที่สุด เลยได้ไปฮาลองเบย์ สมใจวุ้น แอร๊ยยยยยยยยยย

3. เที่ยวบินฮานอยยกเลิก ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินของแม่และผองเพื่อนใหม่ เพราะมันเป็นเที่ยวบินต่อเนื่อง และผ่านไปด้วยดี

4. โรงแรมที่จองไว้ตอนแรก เจ๊ง ต้องเปลี่ยนโรงแรมใหม่ วุ้นก็ต้องหาที่อยู่ของโรงแรมและวิธีการเดินใหม่ – - (หาตอนคืนก่อนไป-ก็หาที่อยู่ให้คสน.ช่วย แล้ววุ้นก็จดเวียดนามไป)

5. ไม่มี อยากเขียนให้ดูเยอะๆ – -

ก่อนไปวุ้นก็เช็คดูสภาพอากาศบอกทุกคนว่า สูงสุดเท่านี้ๆนะ เตรียมเสื้อกันหนาวประมาณนี้ๆแล้วกัน ผลก็คือ – - หลายๆคนโดนคนอื่นไซโคว่าเวียดนามร้อน – - (ตอนฟังช่วยถามคนเล่าด้วยว่าไปเดือนไหน – -) ทุกคนในทริปจึงมืออุปกรณ์กันหนาวคนละนิดหน่อย ซึ่งมันตกผลตอนไปฮาลองเบย์ (ค่อยเล่า)

ผลจากการอ่านเวียดนามถึงตีสองต้องตื่นตีสามครึ่ง สภาพวุ้นตอนนั้น แรมต่ำมาก – - คือ แม่วุ้นและผองเพื่อนมานอนพักที่หาวุ้นคืนหนึ่งเพราะ เที่ยวบินไปฮานอยมันเช้ามากมาย – - คือ 06.55 น. ซึ่งเราต้องเผื่อเวลาทุกๆอย่าง (โดยเฉพาะ duty free) และวุ้นต้องไปรับ ปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ โดยโบกแท็กซี่จากหอวุ้นไปบ้านปุ๊ปุก่อน แล้ววุ้นค่อยแยกไปขึ้นแท็กซี่กับปุ๊ปุและแม่ปุ๊ปุ แบ่งเป็นคันละสามคน เพราะหกคนมันจะดูมากไป(เกรงใจคนขับแท็กซี่ – -)

แท็กซี่ที่วุ้นโบกคันแรกเป็นคุณลุงหัวใจวัยรุ่นมากกกกก…ขับรถเร็ว จนในใจหวั่นๆว่าจะได้ไปเที่ยวมั้ย – -กลัวแวะโรงพยาบาลก่อน – - ซึ่งวุ้นก็คุยไปแล้วว่าจะแวะที่หนึ่งก่อนไปสุวรรณภูมิ…ระหว่างนั่งก็นึกไปว่า แล้วรถอีกคันจะขับตามรถลุงได้มั้ย – -

พอถึงที่หมาย…ลุงก็บอกว่า ไปด้วยกันทั้งหมดเนี่ยแหล่ะแล้วเพิ่มตังให้ลุงก็พอ…วุ้นแรมต่ำ ไม่อยากมีปัญหาก็เออออไปเพราะถึงสนามบินเร็วด้วย ดีเหมือนกัน

ออกจากบ้านปุ๊ปุ ตีสี่ครึ่ง ถึง สุวรรณภูมิประมาณ ตีห้าเกือบครึ่ง…ใช้ได้เลย…วุ้นบอกทุกคนว่า…ดีแล้ว เวลาไปฮานอยจะได้คิดถึงลุง เพราะที่นั่น ขับรถช้า 555

ถึงสนามบินเราก็เช็คอินกัน จัดการตัวเอง เข้าห้องน้ำ กรอกข้อมูลที่ได้รับมา แล้วก็เดินทางไปด่าน ตม. ผ่านตม.เสร็จก็หกโมงพอดี นานเนอะ – -…แล้ววุ้นก็ลากทุกคนเดินเข้าดง duty free ที่รอคอย ฮา…ซึ่งก็ไม่ซื้ออะไร – -

นี่คือโฉมหน้า ผู้ฝากชะตากรรมไว้ที่วุ้น ><

เรียงจากซ้ายไปขวา ปุ๊ปุ แม่ปุ๊ปุ น้านุช น้าตี้ แม่วุ้น (เพื่อนร่วมงานของแม่วุ้น อ่อนกว่าแม่วุ้น สิบปี – - ปล.สังเกตดูแม่วุ้นและผองเพื่อนดีๆ ขนาดใกล้ๆกันแล้วเอากระเป๋ามาเหมือนกันสามใบ เห็นตอนแรกนึกว่าเข้าค่ายเด็กอนุบาล – -)

แล้วเราก็เจอปัญหาแรก…ที่นั่งที่เราจองไว้ แถว 6 กลายเป็น มีแต่ปุ๊ปุ กับแม่ปุ๊ปุ ส่วนที่เหลือสี่คน อัปเปหิมาแถว 21 ตอนแรกโกรธคนจอง พอมาดูใบเสร็จ พนักงานทำ!!!…อ๊ากกกกกก วุ้นเซ็งมากเพราะ ปุ๊ปุ และ แม่ปุ๊ปุ ขึ้นเครื่องครั้งแรก ก็โดนแยกไปเลย รู้สึกผิดมากมายไม่คิดว่าจะมีการผิดพลาดแบบนี้ได้…กลายเป็นบทเรียนว่า ขากลับเราต้องเช็คที่นั่งด้วย เฮ้อ…

ลงเครื่องแล้วก็ผ่านตม. ซึ่งก่อนลง เค้าจะให้บัตรมากรอก ซึ่งแน่นอน สองคนที่ถูกนั่งแยก กรอกไม่เป็น วุ้นก็กะไปขอเค้ากรอกใหม่ ซึ่งสรุป จนปัจจุบันก็ไม่รู้ว่า ใบนั้นมีไว้ทำอะไรเพราะไม่เห็นมีใครขอเลย – -…มีไว้ให้เครียดเล่นจริงๆ เพราะวุ้นเป็นห่วงจะไม่ได้ผ่านไปถาม ตม. ปรากฏไม่รู้ว่า วุ้นพูดไม่รู้เรื่อง หรือ ตม.ไม่ถนัดอังกฤษ เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น – -

น้าตี้ กับ แม่ปุ๊ปุ บอกว่า ตม.ที่นี่หล่อ – -…ยัง…ยังไม่ใช่สเป๊กวุ้น แอร๊ยยยยยยยย (มารีวิวท่องเที่ยว – - ชอบวกไปรีวิวผู้ชายจริงๆ – -)

ผ่านทุกคนก็ไปตามหากระเป๋า ตอนแรกไม่รู้ว่าเค้ามีแยกฝั่งแบบคนละด้าน ฝั่งตม.ที่วุ้นและคณะโผล่มี สองสายพาน จาก มาเลเซีย กะ อะไรไม่รู้(วุ้นแรมต่ำอยู่ อย่าลืม)…วุ้นก็นึกๆ สงสัยรวมๆกันมั้ง เพราะ มีแค่นี้เอง…พวกเราก็ยืน เม้าท์กันสนุกสนาน…รอไปครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ใหญ่เค้าก็นินทากัน ว่าทำไมคนเวียดนามหน้าตาดุจัง บลาๆๆ…ก็มีพนักงานผู้หญิงมาถามพวกเราว่ามาจากไหน…วุ้นก็ตอบไปว่า ไทยแลนด์…พนักงานก็ชี้มือไปด้านขวา ว่ากระเป๋าอยู่ฝั่งนู้น

วุ้นใสกันเลยทีเดียว…ก็เดินไปขำไป – - เดินไปถึง กระเป๋ามาพอดี เฮ้อ…ป่ะ ผจญภัยกันต่อ

จากข้อมูลโรงแรมใหม่เนี่ย วุ้นต้องนั่งมินิบัสของเวียดนามแอร์ไลน์ไปจะใกล้ที่พักกว่า นั่งรถเมล์สาย 17 ซึ่งโรงแรมเก่าจะใกล้ที่จุดรถเมล์จอดมาก…กันเปลี่ยนแผนครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหา…เพราะเราเดินออกมา มินิบัส คนละ 2 USD 6คน ก็ 12 USD หัวคิวแท็กซี่ก็มาถามว่าไปไหน วุ้นก็บอกว่าจะไปมินิบัส ซึ่งเค้าก็บอกว่า ไปแท็กซี่ดีกว่า สะดวกกว่าไม่ต้องรอคนเต็มออกได้เลย สนนราคาที่ 25 USD วุ้นไม่เอาสิแพงเกิน คุยยังไงไม่รู้ (ตอนนั้นแรมต่ำ) เค้าบอกว่า 16 USD ละกัน พวกผู้ใหญ่ก็บอกว่าไปเถอะของเยอะ วุ่นวายไรงี้ วุ้นก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปซื้อซิมการ์ดก่อน เค้าบอกที่ฮานอยเยอะแยะ ค่อยซื้อ วุ้นไม่ยอมจะซื้อเลย จะได้โทรหาเพื่อนเวียดนามที่ได้พบปะ จากที่เล่าไปบล็อกก่อน ไว้จะได้ถามเที่ยวฮาลองเบย์ด้วย

หัวคิวบอกงั้นเค้าจะพาไปซื้อ (อารมณ์กลัวพวกเราหนีขึ้นรถเมล์ – -) วุ้นแลกเงินด่องมาได้แบงค์ใหญ่พอตัว (รู้อีกทีว่าไม่ใหญ่มากมายอะไร) ก็กลัวหลายๆคนที่เตือนเอาไว้ว่า ซื้อของระวังแม่ค้าเนียนไม่ทอนเงิน…ตอนซื้อตกลง วุ้นก็ออกตัวเลย ว่ามีแบงค์ใหญ่นะ ขอดูตังทอนก่อน เค้าก็บอกว่าเค้าทอนแน่ๆ วุ้นยังกลัวอยู่ไม่ยอมต้องให้เค้าโชว์ตังทอนก่อน (นิสัยไม่ดีเลย…นึกดูตัวเอง วุ้นว่าวุ้นไม่ให้เกียรติเค้ามากๆอ่า) สุดท้ายวุ้นก็ขอเค้าแตกแบงค์จะได้ใช้ง่ายๆเค้าก็ยอมให้ส่วนหนึ่ง โอเคเลย

ตอนนี้วุ้นเริ่มใช้ภาษาเวียดนามพื้นฐาน เช่น ตัวเลข ขอบคุณ แพงจัง ลดหน่อยได้ไหม อะไรประมาณนี้ ด้วยความแรมต่ำ จะมีความคึกเป็นพิเศษ (บางคนที่อ่าน…อย่าเพิ่งแย้งว่า วุ้นมันคึกตลอดเวลาไม่ใช่เรอะ – -)…คนเวียดนามเค้าน่ารักพอตัวนะ วุ้นว่า เวลาเราพูดหรือพยายามพูดภาษาเวียดนาม เค้าจะยิ้ม วุ้นได้ประโยชน์จากอาจารย์ที่ช่วยแก้เสียงวรรณยุกต์ ทำให้เวลาวุ้นพูดเวียดนามมันเนียน 555

โม้มากวุ้ย- -…สรุปเราก็นั่งแท็กซี่ ใช้เวลานานพอดู ระหว่างนั้นวุ้นก็โทรหาเพื่อนเวียดนาม ถามฮาลองเบย์ (หลายคนอาจสงสัย วุ้นยังพูดเวียดนามได้กะจึ๋งนึง ทำไมถึงคุยกับเพื่อนเวียดนาม…เพื่อนคนนี้ตอนมาไทย เค้ามาหาข้อมูลทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเค้าก็ถามวุ้นว่า…อยากได้เรื่องนี้ต้องหาที่ไหน…วุ้นก็แนะนำไป สรุป อยู่ศาลาพระเกี้ยว วุ้นเหมือนพนักงานที่ศูนย์หนังสือเลย เพราะต้องหาหนังสือ 7 เรื่อง เพราะมีนักศึกษาเวียดนามที่เอก ไทย 7 คน วุ่นวายได้ที่เลยทีเดียว…ซึ่งในที่นี้ที่วุ้นโทร เหมือนเป็นคนที่เก่งภาษาไทยที่สุด ตอนวุ้นโทร วุ้นก็พูดไทยเหมือนกับคุยคนไทยเลย) ซึ่งเค้าไม่รู้จักคนที่ทำทัวร์เลย แต่รู้จักแบบ คนขับรถ แล้วคนขับรถรู้จักคนล่องเรือ อะไรประมาณนั้น ซึ่งเค้าก็บอกราคามา รู้สึกว่า เฉลี่ยคนละ 500000 VND ซึ่งวุ้นว่ามันแพงถึงจะส่วนตัวก็เถอะ และไม่มีไกด์ด้วย – - เลยยังไม่ตกลงไป

พอถึงฮานอย สิ่งที่ทุกคนได้ยินคือเสียงแตร วุ้นจะลองอัพคลิปดูนะคะ ถ้าได้ก็จะเข้าใจกันเลยทีเดียว

รถพาพวกเราไปจอดที่หนึ่งก็มีผู้ชายมาบอกว่า เนี่ยเค้าคือคนที่วุ้นคุยอีเมลล์โต้ตอบเรื่องตอบรับ การเปลี่ยนโรงแรม วุ้นก็อ๋อคนนี้เหรอซึ่งเค้าบอกว่า ที่พักเค้าคนที่เข้าพักมีอุบัติเหตุทำให้ต้อง เช็คเอ๊าท์ อีกวัน เค้าจะให้เราไปพักอีกที่นึงแทนซึ่งเป็นโรงแรมในเครือเดียวกัน(ดูไฮโซมะ…วุ้นพักที่ splendid star hotel) วุ้นก็เออๆไปๆ แรมต่ำๆอยู่ ซึ่งเค้าจะนั่งไปด้วย รถที่เบียดอยู่แล้วก็เบียดกว่าเดิมในบัดดล – -

แล้วพอมาถึงที่ใหม่ เค้าก็ถามวุ้นว่าเนี่ย วุ้นจ่ายตังยัง…วุ้นก็บอกจ่ายหมดแล้วเค้าก็ยังถามต่อว่า จ่ายแค่คืนเดียวเดียวหรือเปล่า…วุ้นก็เลยโมโห บอกว่าจ่ายหมดแล้ว ไปคุยกับ go holiday สิ ทำงี้ได้ไง สงสัยเค้าเห็นว่าวุ้นใกล้จะวีนแล้ว ก็เลย บอกให้แท็กซี่ส่งกลับที่เดิม – - (เอากะมันสิ…)

ซึ่งโรงแรมที่วุ้นพักมันอยู่ในซอยเล็กซอยน้อยอีกที แท็กซี่ก็จอดตรงซอยที่ต้องเดินเข้าไป เฮ้อ…วุ่นวาย แต่โมโหได้ไม่นานอ่า – - เพราะอากาศที่นั่น ดีมากๆ เย็นสบาย แต่ต้องใส่เสื้อกันหนาวนะ ปลื้มมมมมมมมมม

วุ้นก็เดินๆหา กว่าจะเจอก็มึนเหมือนกัน แรมต่ำๆ ต้องมาหาสถานที่ – -…เข้าไป พนักงานก็ให้การต้อนรับอย่างดี…ซึ่งเค้าก็บอกว่า ตอนนี้เนี่ย เค้าให้พักได้แค่ 2 ห้องนะต้องพรุ่งนี้ถึงจะได้อีกห้อง วุ้นก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่เค้าบอกว่าตอนนี้มีห้องที่เปิดได้แค่ห้องเดียว เพราะอีกห้องยังไม่ เช็คเอ๊าท์ ซึ่งวุ้นก็เข้าใจเพราะเรามาเช้ากันด้วย ซึ่งได้ห้องเดียวมีที่เก็บสัมภาระเราก็ดีใจแล้ว

ระหว่างนั้นวุ้นก็ต้องมานั่งคุยเรื่องทัวร์…ซึ่งวุ้นอ่านคอมเม้นท์ของโรงแรมนี้ก่อนมาแล้วว่า…ที่นี่ชาร์จแพงนะ…ซึ่งก็แพงจริง แต่ก็นั่นแหล่ะวุ้นแรมต่ำ…ตอนนั้นก็สิบโมงกว่าแล้วด้วย…มีแพลนที่ต้องทำอยู่เยอะแยะ…การจะได้คณะเดินทางเดินงมหาบริษัททัวร์คงไม่ดีนัก…เลยได้ไปฮาลองเบย์ คนละ 25 USD ซึ่งพนักงานพยายามขายแพคเกจ 35 USD มากเพราะมันมีเหมือนพายเรืออ่า เดี๋ยววุ้นเอารูปให้ดู พนักงานคนนี้ ตอนหลังวุ้นซี้กะเค้านะ ชื่อว่า วิลเลี่ยม

รูปการคุย…ต่อรอง

ซึ่งตาวิลเลี่ยมเนี่ย ก็จะนำเสนอว่าโรงแรมของเค้าเนี่ย เปรียบเหมือนครอบครัวแบบจะดูแลแบบอบอุ่นประมาณนี้มั้ง เวลาวุ้นกลับเข้าที่พักก็จะถาม เป็นไงสนุกมั้ย ไปทำไรมั่ง ประมาณนี้ ที่ชอบโรงแรมนี้คือ เนตฟรี – - ชา กาแฟ ฟรีตลอดเวลา มีผลไม้ให้ฟรี(ซึ่งมีแต่กล้วยหอม) เค้าให้แผนที่ด้วย อันนี้วุ้นดีใจเป็นพิเศษ แถมมีแนะนำเช่น ร้านอาหารอร่อยๆ ร้านขายรองเท้า ร้านขายผ้าไหม ร้ายขายกระเป๋า จะบอกขีดกำกับเลย ว่าอยู่ถนนไหน

แน่นอน วิลเลี่ยมไม่ลืมที่จะขายทัวร์เที่ยวฮานอยให้วุ้น คนละ 35 USD ซึ่งคนที่ศึกษาวางแผนเที่ยวอย่างวุ้น จะยอม – - ตอนที่คุยๆเนี่ย ภาษาเวียดนามวุ้นก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ ทำเอาพนักงานที่นั่น นิยมชมชอบวุ้นในบัดดล – - ตาวิลเลี่ยมบอกว่า คนเวียดนามชอบคนต่างชาติพูดเวียดนามนะ…มันก็คงอารมณ์คนต่างชาติ พูดไทยอ่าเนอะ…คนเวียดนามหลายคนถามวุ้นว่าเรียนภาษาเวียดนามที่ไหน วุ้นก็ตอบว่าเรียนที่มหาลัย เค้าก็คิดว่าวุ้นเรียนที่เวียดนาม วุ้นก็เลยต้องตอบว่า วุ้นเรียนที่เมืองไทยเนี่ยแหล่ะ…รู้สึกดีใจเวลาคนชมว่าพูดเก่งมากมาย…เป็นคนเวียดนามได้แระ…(ขอเป็นภรรยาทูตประจำเวียดนาม แทนได้มิ><)

ภายในห้องพักดูดีเอาการเลยค่ะเค้าบอกจะเอาเตียงเสริมมาให้ตอนเย็นๆ ซึ่งเตียงเสริมของโรงแรมมันคือฟูกที่นอนขนาดเตียงจริง…มันใหญ่มากกกกก…พวกเราเลยไม่เอา ของในห้องน้ำน่ารักดี มีแปรงฟัน กับยาสีฟันหลอดเล็กๆให้ด้วย>< ซึ่งเค้ามาเติมเปลี่ยนให้ทุกวันค่ะ

ภาพภายในห้อง

เมื่อเก็บของ…ทานชา กาแฟ ผลไม้ อะไรเรียบร้อยแล้ววุ้นก็เริ่มออกเดินทางไปร้าน บุ๋นฉ่า ชื่อดัง DAC KIM ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมที่สุด ระหว่างทาง แอบแวะซื้อกระเป๋า วุ้นก็คุยเวียดนามสนุกสนามกับคนขาย(ผู้หญิง) สงสัยสนิทเกิน เลยโดนบีบก้น T T เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ควรรู้ – -

บุ๋นฉ่า (มันออกเสียงงี้อ่า)

วุ้นลืมบอกไปอีกอย่างคือ โรงแรมที่วุ้นพักอยู่ใกล้กับโบสถ์เซนต์โยเซฟมาก ถึงมากที่สุด เพราะทุกๆเช้าเราจะได้ยินเสียงระฆังเลยทีเดียว…แถมบริเวณนั้น ของกินเยอะ><

รูปโบสถ์ค่ะ ตอนวุ้นไปยังไม่เปิด ตอนนั้นมึนๆก็ถามว่าเนี่ยเค้าเปิดกี่โมงเค้าบอกว่า บ่ายสอง วุ้นเอาไว้เข้าไปดูวันหลังละกันเนอะ ซึ่งก็คือวันสุดท้าย (เล่าก่อนเด๋วลืม) เข้าไปเค้ากำลังสวดมนต์อยู่เลยได้แต่มองแล้วออกมาไม่มีรูป – -

ตอนนั้นความจริงกว่าเราจะรู้ทางออกมาโบถส์ได้วุ้นอ้อมโลกได้รอบหนึ่งพอดีเป๊ะ (เวอร์ได้โล่…)ถ้าเพียงแต่ วุ้นเดินทะลุซอยโรงแรมมันก็เจอ – - ออกมาก็เป็นผู้คนมานั่งจิบน้ำชา กาแฟกัน ซึ่งวุ้นสังเกตว่ามีแต่ผู้ชายแฮะ – -

เมื่อพวกเรากิน บุ๋นฉ่าเสร็จ (ซึ่งทุกคนกินไม่หมด – -มันเยอะมาก) เป้าหมายต่อไปคือเดินช้อปผ่านถนน ที่วิลเลียมแนะนำแล้วไปกินไอติมชื่อดังกัน ซึ่งต้องอ้อมทะเลสาบ ฮว่าน เกี๋ยม ไป

รูปห้องน้ำสาธารณะ คนละ 1000 VND

อยู่บริเวณทะเลสาบเลยค่ะ วุ้นมองดูสีของน้ำแล้ว อืม…(เน่าเพราะคนมาจู๋จี๋กันเยอะแน่ๆเลย)

ซึ่งจากการถาม วิลเลี่ยมได้ความว่า ยุคสมัยเปลี่ยนสื่อต่างชาติเข้ามา ทำให้กันแสดงความรัก(อย่างโจ๋งครึ่ม)ในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติ นี่กลางวันแสกๆนะ วุ้นเดินตอนกลางคืน มันจะออกแนว นัวๆแต่ไม่ล้วง ควัก แบบตามป้ายรถเมล์ของประเทศสารขัณฑ์

ห้างสรรพสินค้าค่ะ หัวมุมที่หลายคนถ่ายเอาไว้ชี้ทางไปกินไอติม Kem Dac Biet…ที่นี่ตอนเช้าๆ ลานตรงหน้าเค้าเป็นที่เต้นแรโรบิก รวมถึงหัวมุมทะเลสาบฝั่งตรงข้ามด้วย…วุ้นพยายามหาหัวหน้านำเต้น แต่ก็ไม่เจอแฮะ – -

กว่าจะหาเจอ วุ้นพาคณะเข้าร้านผิดไปหนึ่งที – -…แรมต่ำของจริง – - …ของจริงค่ะ

และแล้ว…วุ้นก็ค้นพบว่า…ผู้หญิงเวียดนามเค้าอยู่ที่นี่กันนั่นเอง…อุว้าววววววววว!!!!

ทานไอติมกันเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไป พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เวียดนามกัน…แต่ก่อนอื่น ทางที่เดินนั้นต้องผ่าน โอเปร่าเฮ้าส์ก่อน…

จากรูปวิธีเดินผ่านถนนที่ไร้ระบบเช่นนี้คือเลี้ยวขวาข้ามถนนเดินเลาะประตูรั้วโอเปร่าเฮ้าส์(งง มั้ย เดินไปทางขวาเพื่อข้ามถนน ข้ามเสร็จก็เลี้ยวซ้าย)แล้วเลี้ยวขวาตามหัวมุมเดินไปเรื่อยๆก็จะเจอ ซิโคล่ จอดเรียงรายเต็มไปหมด เคยลองถามราคาแล้วแอบแพง เดินเอาดีกว่า…มีอยู่ช่วงหนึ่งที่วุ้นเดินถามทาง เค้าก็ชวนขึ้นมอไซค์ วุ้นก็รีบตอบ ว่าชอบเดินมากกว่า ตบท้ายที่ว่า วุ้นรู้ภาษาเวียดนามนิดเดียว กลุ่มผู้ชายโห่ยิ้มกันซะ บอกว่าไม่จริงหรอก – -…จริงสิ วุ้นพูดได้เฉพาะคำหากิน – -

ถึงแล้วตอนไปซื้อตั๋ว คนขายตั๋วถามว่าวุ้นเป็นนักศึกษาเหรอวุ้นก็ตอบว่าใช่ แต่เป็นคนไทยนะ เค้าก็ยิ้มแล้วบอกว่าพูดเวียดนามเก่งนะเนี่ย>< (บล็อกเหมือนตอกย้ำคนที่กล่าวหาวุ้นมั้ย – -)
ภายในค่ะ ดูไม่รู้เรื่องหรอก…ภาษาอังกฤษมีประกอบบ้างไม่มีบ้าง – -แล้วแต่อัน ส่วนใหญ่ออกแนวเล่าเรื่องการต่อสู้ของการปกครองอ่า

ก็จะไล่คนมาเรื่อยๆประมาณนั้น

เดินชั้นบนเสร็จ ก็เดินออกมาดูเจอรถของลุงโฮ(มั้ง…บอกแล้ว แรมต่ำรวมกับโง่อังกฤษ)

แม่วุ้นก็สังเกตมากเนี่ย…ดูสิยางรถไม่แตะพื้นเลยนะ…แม่ไม่ทักวุ้นคงไม่มอง จนแม่ปุ๊ปุบอกว่า อย่าลืมกระเป๋าที่ฝากไว้ที่ล็อกเกอร์…ซึ่งตอนนั้นวุ้นลืมไปแล้ว…เลยต้องเดินกลับไปเอา…ตอนที่เข้ามาที่นี่ตอนแรกนึกว่าปิด – -เพราะเหมือนเค้าจะปรับปรุงอะไรอยู่มีการปิดสถานที่บางส่วนพอมาเดินจะเอากระเป๋าเลยเห็นว่ามีชั้นล่างจัดแสดง (ตอนแรกนึกว่าห้องเก็บของ – -)

ในส่วนของชั้นล่างจะพูดถึง สงครามเวียดนามกะอเมริกัน แล้วก็การพัฒนาของประเทศเวียดนามในด้านต่างๆ

ด้านอุตสาหกรรมอะไรประมาณนี้

ระหว่างเดินจะกลับ…แม่ปุ๊ปุก็ทักอีก…ไม่เอากระเป๋าเหรอไง…ลืมอีกครั้ง – -
เดินออกมาเจอนี่ค่ะ มีเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถ่ายรูปกันด้วย เจ้าสาวสวยและผอมสูงอ่า อิจฉา><

เดินผ่านเจอนี่ด้วย…วุ้นไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร T T โต๊ดก๊าบบบบ

ตอนนี้เราก็เดินเพื่อจะไปซื้อตั๋วดูหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งคนเยอะมาก ตอนนั้น 15.25 น. วุ้นกะซื้อรอบ ห้าโมง หรือ ทุ่มนึง มันเต็ม เลยได้รอบ 15.30 น. มาก็ดีเหมือนกันดูเลยไม่ต้องรอ ดูเสร็จเดินดูของระหว่างกลับโรงแรมจะได้เตรียมตัวพักผ่อน ตื่นไปฮาลองเบย์ เจ็ดโมงครึ่ง…ระหว่างทางเจอสองแม่ค้า สังเกตดูดีๆคนขวามียูโร คัสตาร์ตเค้ก ของไทยด้วย><

ป้ายจราจรที่เวียดนาม…ปัญหาวุ้นเหมือน ภาษาญี่ปุ่นเลย คือ…อ่านได้แต่แปลไม่ได้ – -

รูปบรรยากาศในการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ถ้าอัพคลิปได้จะอัพให้นะคะ แอร์เย็น วุ้นใสและคณะ จึงผลัดกันหลับ อย่างมีความสุข…(ก็ทริปมันถึกอ่า – -)…เป็นการแสดงที่วุ้นว่าไม่ควรพลาดถึงแม้เราจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะ…มันเจ๋งมากอ่า ดูแล้วแบบ…โหยทำได้ไงที่จะบังคับหุ่นได้แบบนั้น แล้วก็เป๊ะมากมายด้วย…(ขนาดวุ้นหลับบ้างอะไรบ้าง…ยังชอบเลย – -)

ดูเสร็จเราก็มาเที่ยวที่วัด หงอกเซินกันต่อ ซึ่งทุกคนคงอารมณ์เหนื่อยไม่มีใครยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดูข้างใน(ข้ามสะพานนั่นแหล่ะ) ลืมบอกไปราคา ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถ้าใครซื้อหนังสือมาอ่าน หรือ เช็คตามเวบรีวิว อ่า ราคามันขึ้น เป็นเกือบเท่าตัวหมดเลยนะคะ เพราะตอนแรกวุ้นคำนวณตามเรตที่หามาได้เร็วสุด ก็ยังแพงกว่าที่คาดเลย อย่าง บุฟเฟ่ต์ที่เซน ที่ตอนแรกจะไปทานกัน ต้องยกเลิกเพราะถามเพื่อนเวียดนามตอนที่มาเมืองไทย…ราคามันตกที่ต่อหัวคนละเกือบ 500 BTH เลยทีเดียว

สะพานแดง คนมากมายก่ายกอง

รูปร้านค้าบริเวณแถววัดค่ะ วุ้นสังเกตว่า ร้านค้าไหนที่น้าตี้ถ่ายร้านนั้นพวกเราไม่ซื้อ – -(ทั้งคณะมีคนเอากล้องมาคนเดียวคือน้าตี้…ที่เหลือกล้องมือถือ ตามกำลังทรัพย์ ฮา….)

ตรงข้ามกับทางเข้าวัด จะเห็นลานอนุสาวรีย์ ซึ่งช่วงเย็นจะเห็นคนมาตีแบตกัน อาจารย์ที่สอนภาษาเวียดนามวุ้น เคยเล่าที่มาของอนุเสาวรีย์นี้อ่า…เป็นตัวแทนของ ชนชั้นอาชีพ(มั้ง)ต่างๆ something likes that

ร้านค้าขากลับค่ะ บริเวณนี้จะขายเสื้อผ้า ผ้าปักลายต่างๆ แล้ววุ้นก็พาคณะเข้าร้าน little hanoi ตามสูตรหนังสือ ซึ่ง สลัดทูน่าอร่อยมาก>< วุ้นสั่งคาโบนาร่า ชีสมากมาย ชอบบบบบบบ…ไม่มีรูปนะ – - หิวเกินไปรู้ตัวอีกที เหลือแต่ซากอ่า ไม่ทันถ่าย – -

ขากลับเราก็เดินมั่วๆ…เจอร้านเค้ก วุ้นว่าหลายๆคนเคยโพสแล้ว ไม่มีชื่อค่ะ ตั้งอยู่บริเวณเหมือนร้านเหล้าของคนเวียดนามเยอะๆอ่า ชีสเค้กอร่อยมาก ประมาณ 80 บาท(ความจริงถูกกว่านั้น…วุ้นตัดราคาอย่างหยาบไว้ก่อน) ส่วนพวกผู้ใหญ่ คลั่งทาร์ตมะนาว เพราะเปรี้ยวถูกใจ ส่วนปุ๊ปุ ชอบ ช็อคโกแลตบอล มันหนึบๆไม่เลี่ยนดี ช็อคโกแลตอัลลอนด์ ก็อร่อยมากมาย สุดท้ายวันก่อนจะกลับ พวกเราก็แทบไปเหมา ร้านนั้นเลยทีเดียว – -…ซึ่งก็ไม่ได้กินเต็มที่ เพราะละลายบ้างอะไรบ้างเมื่อมาเจออากาศเมืองไทย…ก้ออ่านะ

แล้วทุกคนก็กลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับ วิลเลี่ยมที่มาบอกว่า จะอัพห้องเป็นดีลุกซ์ให้ห้องนึงแทนการเพิ่มเป็นสามห้อง ซึ่งพวกเราก็โอเค เพราะอยากนอนด้วยกันมากกว่า กลายเป็นห้องที่เห็นนั้น นอนสี่คน เตียงละสองคนค่ะ ส่วน ปุ๊ปุและแม่ นอนห้องดีลุกซ์อะไรนั่นแทน…

หนึ่งวันในฮานอย…มีอะไรมากมายเลย…ที่วุ้นเล่ามายังไม่ครบของวันนั้นเลยนะนั่น 555…บล๊อกสนองนี้ดคนทำ…

เย้เย…วุ้นอัพคลิปประกอบวันแรกได้อ่า…เป็นเสียงแตร…วุ้นว่าในคลิปไม่เท่าของจริงเลยอ่า – -…

ก้ออ่านะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>