วุ้ น ใ ส จ้ า ม า ล่ า แ ต้ ม ^ ^ *

เอิ๊กๆๆๆ มาแปะไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวนี้เพิ่งรู้ว่า

ถ้าอยากเขียนบล๊อกต้องแปะไว้ก่อน

แล้วความรู้สึกรับผิดชอบที่จะเขียนต่อให้จบมันจะมาเอง – -”

ช่วงนี้ การสื่อสารการแสดงข้อความทางสื่อ มักจะสื่อให้เราคิดได้หลายๆมุม

ซึ่งบางสิ่ง บางเรื่องอาจจะไม่มีอะไรเลย แต่การสื่อสาร ของสื่อนั้นทำให้เรื่องๆ นั้นเป็นสิ่งเลวร้ายไปเลย – -”

อีกอย่างคำบางคำ ความจริงถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะเป็นที่ไม่ได้ดู รุนแรงหรือความหมายอะไรอย่างเช่นหลายๆคำ

ที่ตอนนี้ กลายเป็นคำที่แสลงไปแล้ว – -” อย่าง “ตุ๋ย” “แวนซ์” “เสี่ยว”

วันนี้ ข้าพเจ้าจึงเลือกคำว่า “ล่าแต้ม” มาใช้^^*

การล่าแต้มที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ก็คือ การล่าแต้ม เก็บรายชื่อวัดที่ข้าพเจ้า จะปั่นจักยานในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อไปไหว้พระตามวัดต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้^^*

เหตุผล??? ข้าพเจ้าเป็นคนชอบเที่ยววัด^^* มันรู้สึกสงบ และได้เห็นสถาปัตยกรรมต่างๆ

เพราะวัดส่วนใหญ่ในตัวเมืองเชียงใหม่ มักจะมีเอกลักษณ์ต่างๆกัน ^^*

อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ข้าพเจ้าว่างด้วย^^*

ข้าพเจ้าตั้งใจจะทำสิ่งๆนี้มานานแล้ว แต่ติดเกมส์ – -” เลยยังไม่ได้ทำสักที

เสียดายที่ลืมเอากล้องถ่ายรูปมา แต่…..

ไม่เป็นไร เอาสมุด ดินสอมา เอาไว้จดชื่อวัด และข้อมูลที่น่าสนใจเตรียมไว้แล้ว^^*

มาแปะไว้แล้ว วุ้น ก็จะออกเดินทาง แล้ว จะเล่าให้ฟังนะคะ ว่าวันนี้ วุ้นไปล่าแต้มเป็นยังไงบ้าง

แล้วจะ “ล่าแต้ม” มาอวดให้เยอะๆนะคะ ^^*

ก้ออ่านะ

อ๊ากกกกกก พิมไปแล้ว – -” เนตเน่า – -” (ดีที่พิมไป 1 วัด – -”)

เอาละผลของการไปล่าแต้มมา ข้าพเจ้าเหนื่อยมากมาย – -” เหงื่อซก

ข้าพเจ้าเริ่มล่าแต้ม ตั้งแต่ บ่าย สอง ถึง ห้าโมง ครึ่ง – -”

ถึกมากมาย – -” ความจริงกะเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้าแต่…เล่นเกมT T

สรุปคือล่าแต้มมาได้ 25 วัดค่ะ^^*

เริ่มกันเลยดีกว่างิ^^*

1. วัดพวกหงษ์

วัดแรก โบสถ์ปิด แต่มีการติดป้ายบอกว่ามีอุโบสถล้านนา >< ไม่มีกล้อง – - อุโบสถทำใหม่ คงแต่ประตู หน้าต่าง และหลังคา ภายในวัดมี เจดีย์ ศรีพวกหงษ์ ค่อนข้างสมบูรณ์ (และสวยมากๆด้วย^^*) อยากให้มาเห็นจังค่ะ สวยจริงๆ เจดีย์ ฐานประมาณ 9*9 เมตร (เพิ่งเห็นป้าย จางมากมาย – - ว่า กรมศิลปากรบูรณะเมื่อ 2518)

2. วัดพวกแต้ม

เอ – -!! เริ่มสงสัยแล้วสิว่า วัดไทยปิดทุกวันอาทิตย์หรือเปล่า – - วัดนี้มีบริเวณกว้างพอๆกับวัดแรก มีพระพุทธรูปตั้งให้สักการะ ตัวพระพุทธรูปแสดงถึงความเก่าแก่คาดว่าน่าจะเป็น สถาปัตยกรรมแบบล้านนา หรือ พม่าไม่แน่ใจ – - (ไม่มีความรู้ด้านนี้แต่มั่นใจว่าไม่ใช่ไทยแน่นอน) วัดนี้ก็มีเจดีย์ แต่เป็นเจดีย์สร้างใหม่ เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมสีขาว มีสีทองประดับ จุดเด่นที่ข้าพเจ้าชอบของ วัดนี้ คือ กุฏิวัด เป็นทรงล้านนาดั้งเดิม สวยมากค่ะ โดยคงโครงตัวกุฏิไว้ แต่มีการต่อเติมด้านล่าง ดูแปลกตาอีกแบบเช่นกัน^^*

3. วัดกิตติ

แหะๆ ปั่นจักรยานมาเรื่อย เห็นยอดเจดีย์ ค่อนข้างสมบูรณ์ เลยปั่นตามหาปรากฎว่าเจดีย์อยู่ในโรงเรียน อนุบาลเชียงใหม่ ซะนี่^^* มีป้ายแนะนำปรากฎว่า เค้าเรียกเจดีย์นี้ว่า “วัดกิตติ” เป็นโบรณสถานสร้างสมัยราชวงศ์มังราย มีเจดีย์ (ที่ข้าพเจ้าเห็นอยู่นี้) ทรงระฆัง แบบล้านนาบนฐานสี่เหลี่ยม คล้ายกับพระธาตุหริภุญชัยลำพูน ต่อมาเหลือแต่ เตดีย์ ^^*ให้เห็นจ้า

4. วัดพระเจ้าเม็งราย

ข้าพเจ้าเริ่มแน่ใจว่า วัดปิดทุกวันอาทิตย์ – -!! เพราะวัดก็ปิด ตัวโบสถ์ก็ปิด มีโบสถ์เล็กก็ปิด (แต่เป็นเหล็กดัดปิด เห็นภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง มีชื่อเรียกว่า “พระเจ้าค่าคิงพญามังราย” สร้างเมื่อ พ.ศ. 1839-1840) ภายในวัดมีเจดีย์ทาสีทองรอบองค์ ฐานสี่เหลี่ยม รู้สึกที่นี่จะคงกุฏิไว้ เพราะสภาพค่อนข้างเก่ามากค่ะ

5. วันพันแหวน

รู้สึกว่าวัดนี้เหมือนมีงาน – - จริงๆด้วยข้าพเจ้าเลยเข้าตัวโบสถ์ไม่ได้- -!! จุดเด่นของวัดนี้คือ มีเจดีย์สีขาวที่มีการแกะสลักอย่างประณีตและละเอียดมาก ตัวโบสถ์ใหม่มีการคงโครงสร้างตัวหลังคา ประตู หน้าต่าง ที่เหลือบูรณะซ่อมแซมหมด ตัวกุฏิที่นี่จะค่อนข้างจะอำนวยความสะดวก แสดงให้ทราบว่า วัดนี้มีผู้มีจิตศรัทธามากมาย^^*

6. วัดเจ็ดลิน

ที่นี่เป็นวัดที่มีการก่อเจดีย์กองทรายที่ใหญ่ที่สุด (ถ้าไม่ผิดตามข่าว) เจดีย์กองทรายนี้มีชื่อเรียกด้วยค่ะ ว่า “เจดีย์สุดส้าว” วัดนี้ได้มีการฟื้นฟูเมื่อไม่นานมานี้ (สดๆร้อนๆ) ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังเขียนบันทึกอยู่ในโบสถ์ ^^* พระพุทธรูปองค์ใหญ่มากกกก ภายในวัดยังไม่มีจิตรกรรมฝาผนังเลยค่ะ ^^ ภายในวัดมีเจดีย์ชื่อ “วัดหนองจริน” (ซึ่งปรากฎชื่อในโคลงนิราศ หริภุญชัย เรียก วัดเจ็ดลิน) เป็นทรงมณฑป ภายในวัดมีหนองด้วย เรียกว่า “หนองเจ็ดลิน” มีผักตบชวาเป็นสวยเลย ^^* ที่นี่กลางหนองมีสิ่งปลูกสร้างสมัยก่อน คาดว่าน่าจะได้รับการบูรณะอย่างเสร็จสมบูรณ์ วัดนี้มีตำนานกล่าวว่า เคยเป็นที่สรงน้ำของพระเมกุฏสุทธิวงศ์ กษัตริย์เชียงใหม่ เมื่อครั้งทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองเมือง

7. วัดหมื่นตูม

ปิดหมดทั้งวิหาร เล็กใหญ่ – -!! เห็นแต่เจดีย์สีขาวทรงแปลกตา เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม แต่ตัวเจดีเหลี่ยมตลอดถึงยอด (เหลี่ยมจัด!! – -)

8. วัดช่างแต้ม

วัดนนี้กำลังบูรณะอยู่เลยค่ะ มีเจดีย์สีขาวฐานสี่เหลี่ยม ตัวเป็นเหลี่ยมเกือบหมด สวยค่ะ วัดนี้มีจุดเด่นคือ มีกุฏิ ที่มีบันไดทางขึ้นค่อนข้างสูง ชั้นล่างคงเป็นห้องโถงเพดานสูง ชั้นสองจึงสูงมากมาย

9. วัดเชษฐา

ปั่นมาถึงแยกไฟแดง มีเจดีย์โบราณอยู่ตรงหัวมุมพอดี เลยมาเก็บข้อมูล ชื่อวัดเชษฐา วัดนี้ไม่ปรากฎเรื่องราวในเอกสารใดๆ เหลือเป็นเจดีย์ทรงกลมแบบเชียงใหม่ จำนวน 1 องค์มีรูปทรงและแบบแผนคล้ายคลึงกับพระธาตุ ดอยสุเทพ ซึ่งเป็นที่นิยมสร้างในสมัยปลายพุทธศตวรรษที่ 21 เจดย์นี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพระไชยเชษฐา กษัตริย์ของเมืองล้านช้าง ซึ่งครองเชียงใหม่ในสมัยนั้น

10. วัดทรายมูล(พม่า)

สถาปัตยกรรมที่นี่ค่อนข้างแปลกตา อาจจะเป็นเพราะตามชื่อ (คือเป็นวัฒนธรรมจากพม่า) ตัวอาคาร โบสถ์ กุฏิ ทรงเตี้ย สีเหลืองแดงสดใส พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในโบสถ์ ก็มีลักษณะต่างจากทั่วไป (อธิบายไม่ถูก – - จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ เป็นเรื่องกัณฑ์ต่างๆ เรียกไม่เป็น)

11. วัดทรายมูลเมือง

ปิดหมดค่ะ – - รู้สึกเจดีย์ที่ส่วนใหม่จะเหมือน เจดีย์ของวัดเชษฐา

12. วัดหมื่นล้าน

ตายแล้วๆ ที่นี่อยู่บนถนนราชดำเนิน ตอนที่ข้าพเจ้ามาถึงก็ บ่าย 3 โมงแล้วมีร้านค้าตั้งเต็มไปหมด – - ที่นี่มีจุดเด่นคือ หอพระไตร(ถามแม่ค้ามา – -) รูปทรงฐานสี่เหลี่ยมสวย (อธิบายไม่ถูก – -)

13. วัดพันอ้น

สร้างประมาณ พ.ศ. 2044 ที่หน้าทางเข้าโบสถ์มีการตั้งโต๊ะทำนายชะตาชีวิต อยู่ประมาณ 4-5 โต๊ะ มีการบูรณะสร้างเจดีย์ใหม่ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพเหมือนเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาพซากปรักหักพัง ภาพการซักผ้าริมแม่น้ำคงคา- -

14. วัดสำเภา

วัดนี้ตัวโบสถ์ยังคงสภาพได้อยู่ มีการทาสีฝาผนังใหม่ จุดเด่นคือ มีพระพุทธรูป 3 องค์ขนาดเท่ากัน (แต่เครื่องนุ่งห่มต่างกัน) และมีพระพุทธรูปอีกองค์ขนาดเล็กกว่า 3 องค์เล็กน้อย ตั้งอยู่ด้านหลัง ที่นี่มีโบสถ์เล็กแต่ปิด ข้างหน้ามีอ่างขนาดย่อมสำหรับเลี้ยงปลาสวยงาม

15. วัดเจดีย์หลวง

หรืออีกชื่อคือ “วัดโชติการามวิหาร” ภายในวัดมีเสาอินทขิล (หลักเมือง) ถือว่าเป็นของคู่บ้านคู่เมือง โดยย้ายมาตั้งที่นี่เมื่อปี 2343 มีเจดีย์รายองค์ใต้ ประดิษฐานอยู่ข้างๆเสาอินทขิล วัดนี้เป็นวัดที่ข้าพเจ้าชอบมากรองจากวัดอุโมงค์ ^^* เนื่องจากประทับใจในความใหญ่โตของเจดีย์องค์นี้ เล่ากันว่าในสมัยก่อน ผู้ที่จะเดินทางมาที่เมืองนพบุรี ศรีนครพิงค์ นั้นถ้ามองเห็นยอดเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวง แล้วอีก 2 วันก็จะเดินทางมาถึงเขตเมือง (แสดงถึงความใหญ่โตของเจดีย์) อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าทำเกือบทุกครั้ง (ยกเว้นครั้งนี้ เพราะมาคนเดียวไร้ซึ่งความสามารถ) คือการสรงน้ำพระเจดีย์ โดยการสาวรอกอันฝืดและหนัก!!!!!! ทำเสร็จนี่กล้ามขึ้นเลย (ความจริงมีมานาน – -) ที่นี่มีหุ่นขี้ผึ้งของพระสงฆ์ ที่มีชื่อเสียง 1 รูปด้วยกันคือ ท่านพระอาจารย์ มั่น ภูริทัตโต นอกจากนี้ก็จะมีวิหารเล็กๆ อีกมากรอบพระเจดีย์ค่ะ สาเหตุที่พระเจดีย์หักพังทลาย และแต่ฐานและ เรือนฐานด้านเหนือ คือ พ.ศ. 2088 เกิดแผ่นดินไหว วัดที่นี่ตัวโบสถ์ยังอยู่ในการบูรณะอยู่ค่ะ^^*

16. วัดพันเตา

อยู่ข้างวัดเจดีย์หลวง ที่นี่มีจุดเด่นก็คือ ตัวเรือนโบสถ์สร้างด้วยไม้ ภายในโบสถ์จะมีกลิ่น ดอกไม้พุทธชาด เกือบทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเข้ามาเที่ยว พี่ในพันทิป ท่านหนึ่งบิกว่าที่นี่สงบดี ข้าพเจ้าก็เห็นด้วย ในตัวโบสถ์มีพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าปันเต้า (พันเท่า)” ที่นี่มีอีก 1 สิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบคือ มีระฆัง ซึ่งปกติ ระฆังจะมีที่ตีอยู่ภายในระฆัง แต่ที่นี่จะมีฆ้อน ห้อยออกมาข้างนอกให้ตีระฆัง ถือว่าแปลก(สำหรับข้าพเจ้า) ก็ว่าได้^^*

17. วัดชัยพระเกียรติ

เดิมชื่อ วัด ชัยผาเกียรติ์ เป็นพระอารามของนครเชียงใหม่ แต่โบราณกาล สมัยพระเจ้าเมกุฏิ วิสุทธิวงศ์ ที่นี่ภายในวิหาร มีพระพุทธรูป ไปถามพระสงฆ์ รูปหนึ่ง ได้ควมรู้ใหม่ถึงความแตกต่างของวิหารกับโบสถ์ ท่านบอกว่า ทางเหนือ โบสถ์ เค้าไม่ให้ ผู้หญิงเข้า วัดนี้มีพระพุทธรูปทรงแปลกๆดี ^^* สวยค่ะ จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ กัณฑ์ต่างๆ เหมือนวัดทรายมูลพม่าเลยค่ะ!!!!!

18. วัดศรีเกิด

ภายในวิหาร มีกลิ่นน้ำอบหอมสดชื่น มีพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าแค่งคม”

19. วัดทูงยู

เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาแล้ววิหารเปิด>
20. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เดิมชื่อวัด ลีเชียง เป็นพระอารามของนครเชียงใหม่ มาแต่โบราณกาล ประมาณ 700 ปีเศษ วิหารวัดนี้มีขนาดใหญ่มากมาย ที่วัดนี้จะมีพระธาตุประจำปี มะโรง และมีการหมุนรอกเพื่อสรงน้ำ พระธาตุด้วย (ซึ่งจะสะดวกสบายกว่าวัดเจดีย์หลวงมากกกก) วัดนี้จะมีโบสถ์เล็กโบสถ์น้อย ให้สักการะบูชา และที่วัดนี้มีห้องน้ำสะอาดมากมายค่ะ ที่นี่มีหอไตรปิฎก ซึ่งชิ้นหลวงเป็นเหล็กดัดโปร่งบรรจุกลองภายใน (ช่วงนี้ข้าพเจ้าจิตตก เห็นกลองที่วัดไหนชอบนึกว่าเป็น เปิงมาง – -) ตรงข้างหลังพระวิหารหลวง ด้านขวามือ จะมีสิ่งก่อสร้าง คล้ายยุ้งฉาง – -” เป็นอาคารยกฐานไม่มีบันได ทาสีแดง สอบถามได้ความว่า เป็นที่เดินจงกลมของพระสงฆ์ เวลาจะเข้าไปก็จะเอาบันไดลิงมาพาดขึ้นไปค่ะ หอไตรที่นี่สวยมากมายเลยค่ะ!!!^^

21. วัดผาบ่อง

วัดนี้ไม่มีโบสถ์ มีแต่วิหาร ภายในมีพระพุทธรูป สถาปัตยกรรมแปลกตา (อีกแล้ว) ความรู้ใหม่สำหรับข้าพเจ้าในวันนี้คือ เจดีย์ มีไว้เวียนเทียน – -!!!

22. วัดดับภัย

ข้างในมีพระพุทธรูปประดิษฐานซ้อนกัน 3 องค์ไล่ขนาดไป เป็นวัดที่มีโรงเรียนในตัวด้วย ในวันนี้ที่ตัวโบสถ์ปิดค่ะ ก็จริงๆแหล่ะ วัดส่วนใหญ่จะมีเจดีย์ที่มีรูปทรงคล้ายกับ พระธาตุดอยสุเทพ กันเกือบทุกวัด

23. วัดป่าพร้าวใน

T T ประตูปิดแล้ว 5 โมงเย็นแล้ว – - ดูจากข้างนอกรั้วที่ข้าพเจ้าชอบ ก็จะมีหอไตร ที่เชียงใหม่ มักก่อสร้างชั้นล่างด้วยปูนชั้นบนเป็นไม้ สวยงามไปอีกแบบค่ะ^^*

24. วัดปราสาท

ชื่อวัดปรากฎในศิลาจารึก วัดตโปทามม พ.ศ. 2035 สมัยพญายอดเชียงราย บริเวณวัดตั้งในเขต เจ้านาย และขุนนาง

25. วัดหมื่นเงินกอง

ปิด T T สร้างสมัยพระเจ้ากือนา ท้าวสองแสนนากษัตริย์ (พ.ศ. 182-1916) โดยหมื่นเงินกองเป็นชื่อ อำมาตย์ผู้หนึ่ง ต่อมาชาวบ้านทั่วไปเรียก “วัดมะยมกอง” บ้าง ปัจจุบันเรียก หมื่นเงินกอง ค่ะ ที่นี่ตัววัดยังคงของเดิมตรงข้างบนที่ยังเป็นไม้อยู่ แต่ฐานเป็นปูนหมด เสียดาย ข้าพเจ้าคิดว่า ข้างในวิหารคงจะงดงามเป็นแน่แท้ ไม่น่ามาสายเลย T T

แหะๆ เอารายชื่อวัดไปก่อนนะคะ รายละเอียดจะตามมา – -”

อีกที เพราะข้าพเจ้าใช้ระบบจิ้มมันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปเหมือนความรัก(ฮิ้ววววววววววววว….เอิ่มเกี่ยวมั้ย – -”)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>