ค ว า ม ตั้ ง ใ จ . . . ข อ ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์

สวัสดีก๊าบบบ…

ไม่รู้มีคนอ่านบล๊อกหัวข้อข้างล่างหรือยัง…

ถ้ายัง

หัวข้อนี้ก็…

อ่านได้

เพราะมันไม่ใช่ภาคต่อ – -…

ตอนแรกกะพิมพ์ให้เสร็จๆไป แต่มันดูเยอะ…เลยกะเม้มเอาไว้

ถ้ามีคนอยากรู้คงเขียน(เพราะตอนนี้ขี้เกียจ – -)

ซึ่งปกติไม่มี

บอกใบ้ดีกว่า เหตุการณ์ของบล๊อกข้างล่าง เกิดตอน ม. 5 เทอม 2

แต่…ไม่เกี่ยวกับ วิกฤตการณ์ที่จะเล่านะ – - (โฆษณาบล๊อกกันเข้าไป – -)

เข้าเรื่องๆ…

เมื่อก่อน…

ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่า การที่เราได้รู้จักใครสักคน..และเราก็มีจิตฉันทะต่อกันเนี่ย..เราก็มักจะอยากสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีนั้นเอาไว้

ตามกฎ..มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรู(เกี่ยวมั้ย)

ไม่ใช่…เพราะสันดานที่ถูกบ่มเพาะให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี..(ซึ่งตอนนี้มันหายไปไหนแล้วหว่า..)

นั่นแหล่ะ…เพราะฉะนั้นเวลาเราไม่รู้จักสักคน..แล้วไม่ได้มีอะไรให้ติดต่อกันได้อีก…ข้าพเจ้ามักอาวรณ์ถึงบุคคลเหล่านั้นเสมอ…

เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย(ความคิดนะ – - อย่าทะลึ่ง)..ได้รับรู้มุมมอง ของคนอื่น..ได้พบเห็นแง่มุมที่มากขึ้น…ทำให้ข้าพเจ้าคิดต่อว่า

บางครั้ง…การที่เราได้เจอใครสักคน…แบบสำนวนที่ว่า”พบเพื่อเพียงผ่าน”…ไม่จำเป็นเสมอไป..ที่เราจะสานต่อความสัมพันธ์นั้น

การที่เราอาวรณ์…การที่เรามีความรู้สึกดีๆกับคนๆนั้น…มันจะไม่หายไปกับกาลเวลาเลยล่ะ…

ใครจะไปรู้ว่า…บางครั้ง…การที่เราดึงดันจะสานสัมพันธ์ต่อนั้น…มันอาจทำให้ความรู้สึกๆดี…ที่เราเคยมีให้…อาจจางหายไปกับกาลเวลาก็ได้…

อย่างเช่น…ตอนที่ข้าพเจ้ากลับบ้านไปเรียนซัมเมอร์ที่เชียงใหม่นั้น…บังเอิญวนนั้นเป็นวันหยุด

แล้วทีนี้…ก็เลยชวนเพื่อน…กับพี่ของเพื่อนไปเที่ยวดอยสุเทพกันสามคน…(ออกแนวไปเป็นก้าง)

โดยวิธีการเดินทางนั้น…นั่งสองแถวไปกัน…ซึ่งตามกฎแล้วเราต้องรอให้มีผู้โดยสารเต็มคันรถจึงจะเดินทางได้

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มผู้โดยสารนั้น…มีคู่รักคู่หนึ่ง…ดูแล้วแน่นอน…เค้าทั้งคู่ไม่ใช่คนท้องถิ่นแน่นอน

แล้วข้าพเจ้าก็ไปเที่ยวดอยสุเทพต่อ…ไหว้พระ เดินเที่ยว ถ่ายรูป…แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ

โดยมีเป้าหมายว่า พวกเราจะแวะน้ำตกห้วยแก้วต่อ(ตอนนี้จะห้าโมงเย็นแหล่ว – -)

ซึ่งบังเอิญในเที่ยวกลับนั้น มีแค่ข้าพเจ้าและผองเพื่อน กับ คู่รักคู่นั้น กลับพร้อมกัน

ขณะที่เราตัดสินใจว่าจะเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วนั้น…คู่รักคู่นั้นก็คิดอยากไปเที่ยวด้วย(แต่ไม่ได้ไปด้วยกันนะ)…เลยกะจะลงจุดหมายเดียวกัน

แต่..ด้วยเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย…พวกเราเลยตัดสินใจที่จะไปเที่ยวแต่ขอกลับเข้าตวเมืองเลย

ซึ่ง ณ เวลานั้น พวกเราก็ไปเริ่มพูดคุย กับคู่รักนั้นเป็นพิธี และด้วย ความที่ชอบเป็นไกด์เล พูดคุยจนได้ความว่า

เพิ่งมาเที่ยวไม่รู้จักที่ทางสักเท่าไร (รู้จักแต่สถานเริงรมย์ ) พเจ้าลย เสนอว่า วันนี้วันอาทิตย์ ตอนเย็นๆ จะมีถนนคนเดิน สนใจไปด้วยกันมั้ย?

แถมเสนอชวนเที่ยววัดด้วย…(อันนี้ความชอบส่วนตัวที่ยัดเยียดให้คนอื่น..รู้สึกร่วมถึงความหลงใหลในความเป็นวัดของล้านนา – -) คู่รักทั้งสองคงเห็น ว่า

เป็นทริป ที่หายากดี – - เลยมาด้วย (ใจง่ายจริงๆ – -)

สรุปข้าพเจ้าก็พาเที่ยว วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดข้างวัดเจดีย์หลวง(ขอโต๊ดจำชื่อบ่ได้ – -) และเดินถนนคนเดินกันต่อ

มานั่งนึกถึงเรื่องตอนนั้น…รู้สึกว่าตัวเองแอบเจ้ากี้เจ้าการแฮะ – -…แบบเป็นไกด์ที่น่ารำคาญน่าดู…แบบเค้าไปไหนเราก็ตามไปอธิบาย – -(ออกนอกหน้าสุดๆ – -)

แล้วก็พาไปทาน…ไข่ป่าม…น้ำเงี้ยว…ทำนองนั้น(พรีเซ้นต์ความเป็นล้านนาสุดๆ)

และสุดท้ายเราก็พาคู่รัก นั่งสองแถวกลับที่พักโดยสวัสดิภาพ(มีการต่อราคาสองแถวให้เรียบร้อย)

เหอๆ…ใครสนใจเที่ยวเชียงใหม่…อยากได้มุมมองการท่องเที่ยวเชิงผิดปกติ…ติดต่อวุ้นใสจ้าได้^^…ฟรีแค่ดเลี้ยงค่ากะจ่ายค่าเดินทางให้พอ…เอิ๊ก

กลับเข้าเรื่อง…ผลจากวันนั้น…ถ้าเป็นปกติ…เราว่าจะมีการแลกอีเมลล์…ที่อยู่เอาไว้ติดต่อทำนองนั้น…แต่ครั้งนี้…ไม่เลย…มันเป็นการ”พบเพื่อเพียงผ่าน” อย่างแท้จริง!!

พูดแล้วตอนนี้ก็ยังรู้สึกดีอยู่ไม่หายแฮะ…เอิ๊กๆๆ

แต่ไม่รู้ค่รักคู่นั้น…จะรู้สึกดีหรือเปล่า – -

กลับมา เมนหลักของจริงละ

คือว่า…ขณะนี้…ข้าพเจ้าเรียนเอยูเออยู่แหล่ะ

จบไปเลเวลนึง แล้ว…มีความสุขอย่างแรง!!!

อยากบอกว่า…รู้สึกดี…เพราะเพื่อนร่วมคลาสน่ารัก

และคนที่เราแหย่กันประจำนี่…น่ารักโคตร!!!…(สเป๊กข้าพเจ้าเลย ขาว ตี๋ ใส่แว่น หน้าตาดี กรี๊ดดดดด><)

แต่…ปากหมาอย่างแรง – -…ความจริงข้าพเจ้าผิดเองแหล่ะ…เพราะไปหาเรื่องเค้าก่อน(พี่เค้าเพิ่งจบแหล่ะ ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับมาเก็ตติ้ง ทำนองนั้น – -)

และที่สำคัญ…มีแฟนแล้วมั้ง…เป็นรุ่นน้องเรียนเอแบค…ประมาณนั้น…พี่เค้าไม่ได้บอกอ่า…แต่เซ้นข้าพเจ้ามันบอก…555

ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็น…เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ชอบในเชิงชู้สาว…แต่รู้สึกว่าปลื้มมากกว่า…(ทั้งๆที่ไม่ค่อยน่าปลื้มสักเท่าไร – -…เนื่องจากความปากหมาของพี่คนนั้น…..แต่ก็รู้สึกดีที่มีคนมาแหย่สม่ำเสมอ^^)

อย่างวันนี้…ยืนรอรถเมล์อยู่…พี่เค้าก็มาจากไหนไมรู้มายืนด้านหลังรอให้เรารู้สึกตัว…

แล้วก็ผลักข้าพเจ้าให้ตกฟุตปาท พร้อมกับพูดทำนองว่า อ้าวๆอยากตายหรืไง – -(ดูดู๊ดู ดูมันทำ)

ข้าพเจ้าเลยสวนกลับโดยการวิ่งตามไปฟาดหลังหนึ่งที – -(รู้สึกว่า คนทำเกินกว่าคือข้าพเจ้านะนั่น – -)

มีความสุขจัง…ทั้งๆที่เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นเป็นพี่น้อง…(เพราะข้าพเจ้าแทบไม่เคยเรียกพี่คนนั้นว่าพี่ด้วยซ้ำ – - ออกแนวไม่เคารพ – -)…ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว…แต่ข้าพเจ้าชอบนะ…ไม่ได้ผูกพันอะไรมาก…แค่รู้สึกดีที่ยังรู้ว่ายังมีตัวตนในสายตา…(เหมือนข้าพเจ้าแอบรักเลย – -…ไม่ใช่นะ!!!~)

เพราะฉะนั้น…วันไหนมีเรียนเอยูเอ…ก็จะแบบ…เออแฮะ…สังคมที่ไม่ผูกพันและรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น…มันมีอยู่ด้วยแหล่ะ

ความจริงมีหลายๆเรื่องที่ข้าพเจ้ากับี่เค้าได้ปะทะฝีปากกันประจำ – -…

ขออีกหนึ่งเหตุการณ์ละกัน…อยากเล่า

ตอนนั้นในคลาสให้เราเขียนประมาณว่า…ตอนนี้เราเดินทางไปเรียนหรือทำงานโดยวิธีใด และเราอยากเดินทางวิธีไหน

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า เดินมามหาลัย แล้ว อยากปั่นจักรยานมามากกว่า พอพูดเสร็จ…พี่คนนั้นก็พูดเสียงดังว่า…You are so very poor!…จนคนในห้องหันมามอง…ข้าพเจ้าก็หันไปทำตาเขียวใส่อย่างรวดเร็ว…

แต่…อาจารย์ในคลาสก็พูดพร้อมชี้หน้าพี่คนนั้นว่า…You are really fault finder person!!…พูดเสร็จทุกคนก็หัวเราะ…เพราะทุกคนในคลาสรู้ว่า…ข้าพเจ้ากับพี่คนนั้นแหย่กัยอย่างงี้ปกติ

พอถึงตาพี่คนนั้นพูดมั่ง…เค้าก็บอกว่ามาโดย บีทีเอส และก็ชอบ บีทีเอสอยู่…อาจารย์ก็พูดอย่างรวดเร็วว่า…Why not Ferrary แล้วก็พูดประมาณว่า ยูรวยไม่ใชเหรอ แบบ ทั้งห้องฮาแตก …มีข้าพเจ้านี่แหล่ะที่สมน้ำหน้าอย่างออกนอกหน้าที่สุด – -

เรื่องก็เป็นเช่นนั้นแล…

ก้ออ่านะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>